บทละคร หนีบ้าน

บทละครวิทยุ

 ของ

 สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ

 เรื่อง  “หนีบ้าน”

 

เรียบเรียงโดย  นาง  สลวย  โรจนสโรช

ออกอากาศ  ณ  สถานีวิทยุ  กองพล 1 รักษาพระองค์

 

วันเสาร์  ที่…

 

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

 

ผู้ประกาศ        ต่อไปนี้  เป็นละครวิทยุ  เรื่อง  “หนีบ้าน”

 

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

 

– เพลงประจำรายการ –

 

พวงคราม            ท่านผู้ฟังคะ  แต่ก่อนพวงครามว่าบ้านของเรามีความสุขที่สุด  แม้มันจะไม่ใช่บ้านที่ใหญ่โตนัก  แต่พวงครามก็มีพ่อที่แสนดี  มีแม่ที่ทำอะไรไว้ที่บ้านพร้อมที่เราจะกลับจากโรงเรียนมาถึงบ้านแล้วก็มีของว่างกิน  มีบ้านเรือนสะอาดเรียบร้อย  ถึงเวลาอาหารเย็น  เราก็พร้อมหน้ากันทั้งพ่อ  แม่  และน้อง ๆ เรามีอะไรก็มาเล่าให้คุณพ่อคุณแม่ฟัง  เรามีวิทยุเปิดเพลงเพราะ ๆ เบา ๆ ให้ฟัง  เรามีความสุข  …

(เพลงเบา ๆ)

พวงคราม            บ้านของเราอบอุ่นด้วยความสุขและความรัก  …พวงครามไม่เคยจะคิดว่า  บ้านของเราจะเกิดความไม่สงบสุขขึ้นแล้ว  ณ  บัดนี้  ทุกเย็นพ่อจะกลับบ้าน

– เสียงฝีเท้าเดิน –

คุณพ่อเมาอีกแล้วหรือคะนี่  ตายจริง  ทำไมพ่อต้องถือขวดเหล้ามาด้วยค่ะ

พ่อ (เสียงอ้อแอ้) มันเรื่องของพ่อ  พวงครามไม่ต้องมายุ่งกับเรื่องของพ่อดอกน่า  ในครัวนะมีกุ้งแห้งบ้างไหม  เอาใส่จานมาให้พ่อแกล้มเหล้าหน่อย

พวงคราม            โธ่  คุณพ่อ…

พ่อ (เสียงยังคงอ้อแอ้)      เอาเถอะน่า  ทำตามพ่อว่าก็แล้วกัน

– มีเสียงฝีเท้า  เสียงเก้าอี้เลื่อน –

แม่                         เมามาอีกแล้วหรือคุณ  โธ่  เงินทองยิ่งไม่ค่อยจะพอใช้  คุณก็เอาไปส่งค่าเหล้าอีกหรือนี่  ขวดหนึ่ง ๆ มันราคาเท่าไรคะนี่

พ่อ                        กินมั่งไม่ได้หรือ

แม่                         คุณรู้ตัวไหมค่ะนี่ว่าเดี๋ยวนี้ดื่มเหล้าทุกวัน  ดื่มมาจากข้างนอกกับเพื่อน  แล้วยังไม่พอ  ยังหนีบขวดเหล้ามานั่งกินอวดลูกที่บ้านอีกนี่…

พ่อ  (ขึ้นเสียง)     ช่างฉัน

พวงคราม            คุณพ่อทานข้าวหน่อยซินะคะ  คุณพ่อเมาแล้ว  ทานข้าวแล้วจะได้ไม่ค่อยเมา  ท้องมันหนัก

พ่อ                        ไม่  ไม่เมา  พ่อไม่เมา  พวงครามไม่ต้องมายุ่งกับพ่อ  เหล้ามันเป็นเพื่อนพ่อ

แม่                         พวงคราม  เอาข้าวไปเทให้หมามันกิน  มีกับข้าวไม่มีคนกินก็ต้องให้หมูหมามันกินเสีย  ดีกว่าไปทิ้งกองขยะ

พวงคราม            โธ่  คุณพ่อ  เชื่อหนูเถอะค่ะ  ทานข้าวเสียหน่อยนะคะ

พ่อ                        บอกว่าไม่ต้องมายุ่ง  พวงคราม  เข้าใจไหม  ไม่ต้องมายุ่ง  ปล่อยให้พ่อกินเหล้าให้สบายใจ  เข้าใจไหม  พ่อบอกว่าไม่เมาก็ต้องไม่เมาสิน่า

(เพลงทำนองร้อนหน่อยคั่น)

พวงคราม            พ่อกับแม่ทะเลาะกันเป็นประจำและรุนแรงขึ้นทุกที  พวงครามพอจะรู้ว่าต้นเหตุมาจากรายได้พ่อน้อย  ครอบครัวของเราใหญ่ขึ้น  พ่อมีลูกสามคน  พวงครามและน้องอีกสองคน  ท่านผู้ฟังคะ  พวกเรากำลังเติบโตและต้องใช้เงิน  แม่บ่นว่าอาหารการกินแพงขึ้น  ทุกอย่างจะต้องใช้เงินเป็นจำนวนมากเกินกว่าที่รายได้ของพ่อจะพอเพียงค่ะ

แม่                         นี่คุณรู้หรือเปล่าว่าเงินที่คุณหาได้มานั่นนะ  มันไม่พอค่ากับข้าวอยู่แล้วนะ  ลูกก็โตดินจุขึ้นทุกวัน  ของก็แพงขึ้นทุกวัน  รู้จักหาพิเศษมาบ้างซิ  ฉันคนจ่ายนะจะเป็นบ้าตายอยู่แล้ว

พ่อ                        เธอก็ไปเล่นไพ่ใช่ไหมล่ะ  ใครมันจะทนอยู่ได้  บางวันกลับมาไม่มีอะไรจะกินเลย  ทำไมนะ  ฉันได้เงินเดือนมาเท่าไรก็เทกระเป๋าให้เจ้าหล่อนจนหมดสิ้น  แล้วจะเอาอะไรกับฉันอีกล่ะ  จะให้ขะโมยขะโจรเขา  หรือจะให้ไปคอรัปชั่นเขาหะบอกมาซิแม่คนสวย

แม่                         ก็เงินไม่พอใช้  ฉันก็ต้องไปเสี่ยงโชคดูบ้าง  บางวันฉันก็ได้มา  อาหารก็เต็มโต๊ะ  ลูกเต้าก็กินอิ่ม

พ่อ                        แล้วเวลาเสียล่ะ  การพนันเธอนึกว่ามีแต่ได้เท่านั้นหรือ  เสียมันมากกว่าได้  ล่มจนหมดตัวไปเยอะแยะแล้ว  มีใครบ้างที่รวยเพราะการพนัน  มีบ้างไหม  หะ

แม่                         กินเหล้าล่ะมันดีอย่างไร  มีแต่เป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง  คนกินเหล้านะมีแต่ตับแข็งเอย  ทำอะไรผิด ๆ ก็ตั้งเยอะแยะไป  สุขภาพก็ไม่ดี

พ่อ                        ช่างฉัน  มีใครมาเดือดร้อนกับสุขภาพของฉันล่ะ

แม่                         ป่วยขึ้นมาก็ต้องรักษา  ฉันก็ต้องพยาบาลคุณ  เงินทองไม่มีอยู่แล้วมันจะยิ่งอดตายเลย  ต้องไปเสียค่าหมอค่ายา

พ่อ                        ไม่เกี่ยวกับเธอ  ไม่มีเงินรักษาก็ปล่อยให้ตายไปเลยก็แล้วกัน  บ้านมันร้อนจะตายไป  กลับบ้านก็ได้ยินแต่บ่นเงินไม่พอใช้  ไม่มีเงินจะซื้ออ้ายโน่นอ้ายนี่  …ที่แท้แม่เจ้าประคุณเอาเงินไปเล่นไพ่หมด  …  เมื่อเช้าตาต้อยก็มาขอเงินฉัน  จะเอาไปเสียค่าเล่าเรียน  ฉันก็ต้องไล่มันไปเอาที่เธอ  เงินเดือนฉันมีเท่าไรก็ทูนหัวให้เจ้าหล่อนไปจนหมดแล้ว…

แม่                         อย่าเรียนอย่าแรนมันเลย  ไม่เห็นมันเรียนดีสักที  สอบก็จะตกมิตกแหล่  แก้ตัวแล้วก็แก้ตัวอีก  ไปเป็นเด็กกระเป๋ารถเมล์ดีกว่า…

พ่อ                        ตามใจ  อ้ายต้อยไม่ต้องเรียนมันละ  แม่มันต้องการอย่างนั้น

(เพลงร้อน)

พวงคราม            ท่านผู้ฟังคะ  พวงครามสงสารน้องแทบแย่  ตาต้อยยกแขนเสื้อขึ้นป้ายน้ำตา  คนมีเรื่องยุ่งใจมันจะเรียนไปได้อย่างไร  จริงไหมคะ  ใครจะทำการบ้านไหว  ในเมื่อมีเสียงพ่อแม่ทะเลาะกันทุกวัน  ถึงเวลากินก็ไม่ได้กิน  ถึงเวลาทำงานก็ไม่ได้ทำ  ลูก ๆ ก็นั่ง  จับเจ่าเกาะกันเป็นกระจุก  ตาปริบ ๆ ฟังพ่อแม่ทะเลาะกันอย่างแสนจะเบื่อหน่ายที่สุด  ทำไมนะคะ  ทำไมบ้านเราจึงมีแต่เสียงทะเลาะ  ทำไมบ้านเราจึงมีแต่เสียงไม่พอ  คำว่าไม่พอ…  เรากินไม่อิ่มยังดีกว่าพ่อแม่ทะเลาะกันด้วยคำว่า  ไม่พอ  เพราะลูกโตขึ้นทุกวัน  กินมากขึ้นทุกวัน  และของมันแพงขึ้นทุกวัน  มันสะเทือนหัวใจเราเหลือเกินค่ะ  …  คืนนี้คุณพ่อคุณแม่ก็ทะเลากันอีก  อย่างที่ท่านผู้ฟังได้ยินมาแล้ว  ทุกวันค่ะ  เป็นอย่างนี้ทุกวัน  พวงครามมองหาน้อง  เหลือแต่น้องเล็กคนเดียว  นั่งแอบอยู่ที่มุมห้องชั้นบน  ไม่อยากฟังเสียงพ่อกับแม่ทะเลากัน  แกยกมือปิดหูหมดสองข้าง  นั่งหลับตาราวกับนั่งสมาธิ  …  แต่ตาต้อยหายไปค่ะ  …  ค่ำแล้วตาต้อยก็ยังไม่กลับบ้าน…

(เพลงเบา ๆ)

พวงคราม            ต้อยไปไหน  ต้อยไปไหน  ใครเห็นต้อยบ้าง  …

– เสียงกระแทกถ้วยชาม –

พวงคราม            คุณแม่ค่ะ  ต้อยหนีค่ะ  ต้อยหนีค่ะคุณแม่  ไม่กลับบ้าน

แม่                         มันจะหนีไปไหน  หิวเข้ามันก็กลับบ้าน  เด็กเวรนี่มีแต่เรื่องเดือดร้อน  เดี๋ยวขอค่าเล่าเรียน  สอบทีไรก็ไม่เห็นว่ามันดี  ถึงเวลาก็งอนไม่กลับบ้านอีกหรือนี่…  ฉันละกลุ้ม  พ่อลูกเหลวไหลเหมือนกัน

พ่อ (เสียงกระแทกแก้ว)   แม่มันดีอยู่หรือ  เอะอะไรก็มาโทษฉัน

(เพลงเบา ๆ)

พวงคราม            ต้องหนีค่ะท่านผู้ฟัง  เด็กอายุสิบสามจะหนีไปไหนได้  บางทีคืนนี้ต้อยอาจจะกลับบ้าน  เจ้าประคู้น…ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายช่วยดลบันดาลให้ต้อยได้คิดกลับมาบ้านของเราเถอะเจ้าค่ะ  …  เจ้าประคู้น  ขอให้ต้อยกลับบ้านเถอะเจ้าค่ะ  พวงครามห่วงต้อยเหลือเกิน

(เพลงเบา ๆ มีเสียงนกร้องแสดงว่ารุ่งอรุณ)

พวงคราม            รุ่งเช้า  ต้อยยังไม่กลับบ้าน

แม่                         วันนี้มันก็ต้องกลับ  มันจะไปไหน  แง่งอนนอนตามใต้ถุนสะพาน  คืนเดียวยุงก็รุมกัด  อย่าพกเอาไข้กลับมาก็แล้วกัน  เฮอ  กลุ้ม  …กลุ้ม  ไม่รู้ว่าบ้านมันเป็นอะไรกัน

(เพลงเบา ๆ)

พวงคราม            คุณพ่อตื่นแต่เช้าออกไปทำงานตามปกติ  ไม่เห็นห่วงตาต้อยเลยสักนิด  ท่านผู้ฟังคะ  ทั้งพ่อและแม่  ไม่มีใครห่วงต้อย  แต่พวงครามเป็นพี่  พวงครามห่วงค่ะ  ใครจะไปโรงเรียนได้ละคะในเมื่อน้องหายไปจากบ้านทั้งคน  พวงครามไปดูตามที่รถประจำทางจอด  ต้อยจะต้องขึ้นรถสายใดสายหนึ่งมาโรงเรียน  พวงครามมองหาต้อยบนรถประจำทางที่จอดหน้าโรงเรียนของต้อยทุกคัน  ไม่มีต้อยค่ะ  …พวงครามยืนคอยดูต้อยจนอ่อนใจ  จนสาย  (ถอนใจ)  เวลามันช่างผ่านไปรวดเร็วอะไรอย่างนี้นะคะ  ท่านผู้ฟังค่ะ  …เมื่อพวงครามไปไม่ทันเรียนก็เลยไปโรงเรียนไม่ได้  พวงครามจะบอกคุณครูว่าอย่างไรคะ  จึงจะทำให้คุณครูรู้ว่าพวงครามมีความจำเป็นต้องมาโรงเรียนสาย…จะกลับบ้านก็ไม่ได้  คุณแม่คงยังอยู่บ้านแล้วก็ซักไซ้ไล่เรียง  ดีไม่ดีด่าเอาอีก  …ไม่ใช่พูดคำสองคำจบนะคะ  …  คุณแม่จะบ่น…บ่นไม่รู้จักจบสิ้น…แล้วยังบางทีลามปามไปถึงคุณพ่อ  หรือน้อง ๆ อีกด้วย…เอ  ต้อยจะไปไหนก็ไม่รู้  อาจจะไปเที่ยวเขาดิน  ดูสัตว์ในกรง  ต้อยเคยบอกว่าต้อยชอบดูสัตว์เหล่านั้น  บางทีถ้าต้อยโตต่อไป  ต้อยอาจจะเรียนวิชาเกี่ยวกับสัตว์ก็ได้  เพราะต้อยชอบดูมันอย่างละเอียดว่ามันมีความเป็นอยู่อย่างไร

(เพลงเบา ๆ)

พวงคราม            แต่ในเขาดินไม่มีต้อยค่ะ  พวงครามเดินตามหาจนทั่ว  วันนี้คนไม่มากนัก  เพราะไม่ใช่วันหยุด  ต้อยไม่ได้มาที่นี่ค่ะ  พวงครามก็ไม่อยากกลับบ้าน  พวงครามไม่มีที่ไปอีกแล้ว  (ร้องไห้)  พวงครามนั่งลงที่สระน้ำ  แล้วก็คิด  …  คิด  พวงครามจะไปไหนได้ค่ะนี่  เด็กสาววัยรุ่นอย่างพวงคราม  เขาว่าอันตรายนักถ้าต้องเร่ร่อนออกจากบ้าน  …อนิจจา…  พวงครามจะไปไหนได้คะนี่  …

(เพลงเบา ๆ มีเสียงคนเดิน)

พ่อ                        พวงคราม

พวงคราม            คุณพ่อ  (ร้องไห้)

พ่อ                        บอกพ่อสิพวงครามว่ามาทำไมที่นี่  เย็นแล้ว  ไม่มีใครเขามากัน…

(เสียงร้องไห้)

พ่อ                        พ่อรู้  พ่อเสียใจ…

พวงคราม            หนูมาตามหาต้อยค่ะคุณพ่อ  หนูไม่อยากกลับบ้าน  ไม่อยากฟังคุณแม่บ่น  ไม่อยากฟังเสียงคุณพ่อทะเลาะกับคุณแม่ค่ะ  (สะอื้น)  เมื่อไม่มีต้อย  หนูก็ไม่มีใครอีกแล้วที่จะต้องห่วง

พ่อ                        พ่อรู้  …พ่อรู้ตัว  กลับบ้านของเราเถอะลูก

พวงคราม            ไม่ค่ะ  คุณพ่อ

พ่อ                        กลับบ้านของเราเถอะลูกรัก  พ่อรักพวงคราม  รักต้อย  รักลูกทุกคน  เมื่อเช้าพ่อได้คิดแล้วว่าพ่อผิด…กลับบ้านของเราเถอะลูก  แล้วเราค่อยช่วยกันคิดว่าจะไปตามหาต้อยที่ไหน

(เพลงเบา ๆ)

พวงคราม            แม้กลิ่นเหล้าจะยังติดตัวพ่ออยู่  แม้ตาของพ่อจะแดง  แต่ไม่ได้แดงเนื่องมาจากเหล้าดอกค่ะ  ท่านผู้ฟังค่ะ  ตาของพ่อแดงเนื่องจากความสะเทือนใจที่พ่อได้รับ  จากการที่ท่านได้สำนึกในตนเอง  ลูกของพ่อยังอบอุ่นสำหรับพวงคราม  แขนของพ่อ  ยังหนักแน่นสำหรับปกป้องลูก

(เพลงเบา ๆ)

พ่อ                        พ่อไม่สามารถจะทำงานอยู่ได้เมื่อพ่อนึกถึงต้อย  พ่อลางานกลับไปบ้านอีก  ต้อยยังไม่กลับบ้านพ่อจึงเที่ยวตามหา  พ่อมาตามหาที่นี่เหมือนกัน  พ่อรู้ตัวแล้วว่าพ่อเป็นผู้ผิด  พ่อมีหน้าที่รับผิดชอบในความสุขของบ้าน  พ่อเป็นผู้ทำให้บ้านไม่มีความสุข  พ่อทำให้บ้านของเราขาดความสุขไปเสียนาน  พวงครามลูกรัก  สัญญากับพ่อนะลูกว่า  ลูกจะไม่ทำอย่างนี้อีก

พวงคราม            ค่ะ  หนูสัญญา  หนูจะไม่ทำอย่างนี้อีก  หนูจะไม่หนีออกจากบ้านอย่างนี้อีกค่ะ

พ่อ                        ชีวิตเป็นของที่มีขึ้นยาก  เกิดยาก  แต่ตายง่าย  พวงครามลูกรัก  ถ้าลูกเป็นอะไรไป  พ่อแม่จะเศร้าโศกเสียใจ  สักแค่ไหน  พ่อแม่ลูกรัก  รักพวงคราม  หวงแหนพวงคราม  พ่อแม่ทุกคนรักลูก  หวงแหนลูก  มีความรู้สึกเหมือนพ่อแม่  พวงครามเหมือนกัน  ชีวิตของพ่อและแม่จะมีความหมายอะไร  ตั้งสี่สิบเข้าไปแล้ว  ความหมายของพ่อแม่คือลูก  อนาคตของพ่อแม่ไม่มีแล้วที่จะไปไกลกว่านี้  แต่เรามีอนาคตของลูก  สิ่งที่เราต้องการนะลูก  คือความเป็นพลเมืองดีของลูก ๆ ความเจริญเติบโตของลูก ๆ ความรุ่งเรืองของลูก ๆ พวงคราม  พ่อขอยอมรับผิด  แม้พ่อจะมีเรื่องกลุ้มใจอย่างไรก็ตาม  พ่อไม่ควรจะประพฤติอย่างนั้น  …ลูก ๆ ย่อมจะไม่เข้าใจ  ย่อมจะกระทบกระเทือน…เคราะห์ของพ่อยังดีที่มาพบลูกเสียก่อนที่จะสายเกินไป  ไม่มีใครดอกนะที่จะหวังดีต่อลูก  รักลูก  เท่ากับพ่อแม่รักและหวังดี  …

(เสียงสะอื้น)

พวงคราม            ต้อยล่ะคุณพ่อ  ขอให้พบต้อยเสียก่อนที่จะสายเกินไปนะคะคุณพ่อ

พ่อ                        พ่อก็หวังเช่นกัน  พ่อจะต้องติดตามหาต้อยทุกหนทุกแห่ง  พ่อจะต้องติดตามคุ้มครองลูก  ป้องกันภัยให้ลูกจนสุดกำลัง  …  ต้อยของพ่อจะต้องกลับมา  แค่นี้พระก็ลงโทษพ่อพออยู่แล้ว  ลูกไม่รู้ดอกว่า  พอพ่อแม่รู้ว่าลูกหนีออกจากบ้าน  ทั้งพ่อและแม่นั้นปวดหัวใจเพียงใด

พวงคราม            กลับบ้านกันเถอะค่ะ  คุณพ่อ  คุณแม่คงจะคอย

พ่อ                        จ๊ะ  เราจะขึ้นรถแท็กซี่รีบกลับไป

(เสียงรถ  เสียงเพลง)

พวงคราม            ท่านผู้ฟังคะ  คุณพ่อพาพวงครามขึ้นรถแท็กซี่กลับบ้าน  พอมาถึงบ้านก็พบต้อย  แกโผผวาเข้าในอ้อมแขนของพ่อ  แล้วร้องไห้โฮ  คุณแม่กอดพวงครามไว้แล้วลูบผมพวงครามเบา ๆ บัดนี้เรารู้แล้วค่ะว่าพ่อแม่รักเรา  พ่อแม่ทุกคนรักลูกๆ ของตน  ต้อยบอกคุณพ่อว่าต้อยคิดถึงบ้าน  คิดถึงคุณแม่  ที่บ้านมีเสียงคุณพ่อคุณแม่ทะเลาะกันยังดีกว่าที่อื่น  ต้อยบอกว่าต้อยรู้แล้วว่าไม่มีที่ใดเหมือนบ้านของเรา  แม้จะคับแคบ  มีเพียงที่ซุกหัวนอน  ก็ยังมีความอบอุ่น  มีความสบายใจกว่าที่อื่น  ต้อยบอกว่าต้อยคิดถึงบ้าน  ต้อยจึงกลับมาบ้านของเรา

พ่อ                        คุณพระยังคุ้มครองเราลูกเอ๋ย  ยังไม่สายเกินไปสำหรับจะกลับตัวกลับใจ  ไม่มีที่ใดดอกลูกรักที่จะมีความสุขเหมือนบ้านของเรา  พร้อมพ่อ  พร้อมแม่  พร้อมพี่น้อง  เรามีความสุขร่วมกัน  ความทุกข์ร่วมกัน…มีความต้องการเหมือนกัน  คือต้องการเห็นอนาคตของลูกเจริญรุ่งเรือง  ลูกเป็นหัวใจของพ่อแม่  เป็นหัวใจของบ้าน  ขอให้เป็นพลเมืองดี  ขอให้เติบโตด้วยสุขภาพแข็งแรง  พ่อแม่รัก  พ่อแม่หวังดี  พ่อแม่ห่วงใยลูกยิ่งกว่าห่วงใยชีวิตของตนเอง…

แม่                         ต่อไปนี้พ่อแม่จะไม่ทะเลาะกันอีก  พ่อสัญญากับแม่แล้วว่าพ่อจะไม่ดื่มเหล้าจนเมามายอีก  แม่สัญญาว่าแม่จะไม่เล่นไพ่อีก  เราจะช่วยกันทำมาหากิน  เพื่อลูก  เพื่อความสุขของลูก  แม่ขอสัญญาว่าแม่จะเป็นแม่คนดีของลูก  เรารักกันนะลูกนะ

(เพลงเบา ๆ)

พวงคราม            ค่ะ  ท่านผู้ฟังค่ะ  เรากอดกัน  เราต่างสัญญากันค่ะ  เคราะห์ดีนะคะที่ยังไม่สายเกินไป  เราจะไม่ไปจากบ้านของเราอีกค่ะ  เรารู้แล้วค่ะว่าพ่อแม่รักเรา  พ่อแม่ทุกคนรักลูกค่ะ  ท่านผู้ฟังค่ะ  พวงครามดีใจค่ะ  พวงครามเป็นสุขค่ะ  ที่เราต่างเข้าใจกัน  พวงครามเป็นสุขคะ  ที่รู้ว่า  บ้านของเรานั้นมีความรัก  มีความสุขเพียงใด

(เพลงประจำรายการ)

ผู้ประกาศ            เรื่องหนีบ้านที่จบลงไปนี้  เป็นบทละคร  …