บทละคร เวรยามดึก

เวรยามดึก

 

สลวย  (คุปตาภา)  โรจนสโรช

 

ฉาก               ห้องพยาบาลในโรงพยาบาล  มีเตียงคนไข้  โต๊ะพอสมควรเหมือนในโรงพยาบาล  เก้าอี้ที่โต๊ะสองตัว  ข้างเตียงคนไข้หนึ่งตัว  เตียงนอนสำหรับคนพยาบาลอีกหนึ่งเตียง  คนไข้เป็นหญิงสาว  (มณวิภา)  นอนอยู่บนเตียง  สยายผมกระจายบนหมอน  หลับตา  มีผ้าแพรเพลาะคลุมจนถึงคอ

นาง  พิศมร  มารดา  นั่งอยู่ข้างเตียง

หลังเวทีเป็นประตู  (หมอและพยาบาลเข้ามาทางนั้น)

พิศมร             เดินมาหยุดข้างเตียง  นั่งลง  มองหน้าลูกสาว  ถอนใจ

ไม่พูดไม่จากับแม่บ้างเลย  เอาแต่หลับท่าเดียว

มณวิภา          นอนนิ่ง  ยังคงหลับตา  สักครู่  ลืมตาขึ้น  ยิ้มน้อย ๆ

แม่

พิศมร             รู้สึกเป็นอย่างไรบ้างลูก

มณวิภา          (ส่ายหน้า)  ปวดหัวค่ะ  (หลับตาลงอีก)

พยาบาลและหมอเข้ามา  หมอแต่งตัวสวมเสื้อคลุมขาว  มีเครื่องฟังหัวใจคล้องที่คอ  เดินมาหยุดอยู่ข้างเตียง  พิศมรลุกขึ้น  ถอยออกมายืนห่างจากที่ข้างเตียง  หมอ  ใช้เครื่องฟังหัวใจ  พยาบาลคลำชีพจร

หมออ่านรายงานแพทย์

มณวิภา          (ลืมตาขึ้น)

หมอ              วันนี้คุณรู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง

มณวิภา          ปวดหัวมากค่ะ  (แล้วหลับตาอีก)

หมอ              (พยักหน้า)  ผมจะสั่งยาให้มาฉีด

มณวิภา          (หลับตาเฉยอยู่)

พยาบาล         ลองอมปรอทหน่อยนะคะ  สอดปรอทเข้าปาก  มณวิภาอ้าปากรับ  แต่หลับตา

หมอ              คุณจะต้องผ่าตัดแล้วจะหายปวดหัว

มณวิภา          (หลับตา  ไม่ตอบ)

หมอและพยาบาล         เดินมาหยุดที่ข้างประตู

พิศมร             (เดินมาหาหมอ)  เป็นยังไงบ้างค่ะ  (พูดเบา ๆ)

หมอ              ต้องผ่าตัดสมองครับ  หมอได้ประชุมกันแล้ว

พิศมร             (มองหน้าหมอที  พยาบาลที  ถอนใจ)  น่ากลัวไหมคะ

หมอยิ้ม          ผมจะพยายามให้ดีที่สุด

พยาบาล         คุณนายไม่ต้องห่วงดอกค่ะ

พิศมร             (ถอนใจ)  โล่งอก  เธอบ่นอยู่แต่ปวดหัว  แล้วไม่พูดอะไรอีกเลย

พยาบาล         หมอสั่งยาแล้วค่ะ  ดิฉันจะมาฉีดให้

พิศมร             กรุณาเถอะค่ะ  ดิฉันมีลูกคนเดียวแท้ ๆ ถ้าเป็นอะไรไปละก็แย่

หมอและพยาบาลยิ้มน้อย ๆ หมอค้อมหัวให้แล้วเดินออกประตูไป

พิศมรกลับมานั่งข้างเตียงอีก  มณวิภานอนหลับตา  ทำท่าเหมือนคนหลับ

พิศมรมองหน้าลูกแล้วร้องไห้

พิศมร             จริงนะ  แม่ป่วยไข้เองเสียยังดีกว่า

พยาบาลกลับเข้ามา  พร้อมทั้งคนเข็นเตียงคนไข้เข้ามา  เทียบข้างเตียงคนไข้

พยาบาล         คุณขยับได้ไหมคะ  คุณมณวิภา

มณวิภา          (ลืมตา)

พยาบาล         ค่อย ๆ พลิกตัวนะคะ

มณวิภาพลิกตัว  ขึ้นไปนอนบนเตียง  คนเข็นเตียงเข็นออกไป  พยาบาลตามออกไปด้วย  เหลือแต่พิศมร  ออกไปชะโงก  มองตาพยาบาลและเตียงคนไข้ไป

กลับมาในห้อง  เดินกลับไปกลับมา  วิ่งไปที่ประตู  แล้วก็กลับเข้ามาอีก  ด้วยท่าทางกลุ้มใจ  แล้วก็มานั่งร้องไห้อยู่คนเดียว

ประตูเปิดออก  นาย  วิวัฒน์  สามีคุณนายพิศมรเดินเข้ามา

วิวัฒน์            (มองรอบ ๆ)  ลูกล่ะ  พิศมร

พิศมร             เข้าห้องผ่าตัดไปแล้วค่ะ

วิวัฒน์            (ถอนใจ)  หมอเขาว่าเป็นอะไร

พิศมร             (ส่ายหน้า)  เขาว่าเขาจะพยายามทำให้ดีที่สุด  ต้องผ่าตัดสมอง

วิวัฒน์            (เดินกลับไปกลับมา)  พิศมร  เดินตาม

พิศมร             น่ากลัวไหมคะ  ผ่าตัดสมอง  หมอเขาว่าเป็นอะไร  ดิฉันไม่เข้าใจเลย

วิวัฒน์            (มองหน้าภรรยา)  ฉันคิดว่าเธอไม่รู้ละจะดีไม่น้อย

พิศมร             คุณคิดว่าดิฉันเป็นอะไรไปค่ะ  พูดไม่รู้เรื่องหรืออย่างไร  (เดินไปนั่งหน้างอ)

วิวัฒน์            (เดินมาหยุดอยู่ข้างภรรยา)  แต่นั่นแหละ  ควรจะเตรียมไว้

พิศมร             หมายความว่าอย่างไรค่ะ

วิวัฒน์            (ถอนใจ)  แต่หมอเขาต้องทำดีที่สุดแล้ว  และเมื่อเขาให้ฉันลงชื่ออนุญาต  เขาก็บอกแล้วว่ามันเป็นทางเดียว  และการแพทย์เดี๋ยวนี้เขาดีมาก  เครื่องมือดี  หมอดี  ยาดี  ไม่น่าจะต้องห่วงอะไร  (เดินมือไพล่หลัง  ก้มหน้ามองพื้น)  แต่นั่นแหละ  ของมันก็อาจจะพลาดกันได้  คนเราบางครั้งก็อาจจะผิดหวัง

พิศมร             (น้ำตาพรูมาอีก  เดินมาเกาะแขนวิวัฒน์)  หมายความว่า

วิวัฒน์            (หันมามองหน้าภรรยา)  มิได้  ไม่ได้หมายความว่าอะไรทั้งนั้น  ฉันเผื่อไปเอง  หมอบอกว่าลูกสาวเรา  มีก้อนเนื้องอกในสมอง  แต่ยังเล็กอยู่มาก

พิศมร             (ยกมือขึ้นกดที่หัวใจ)  คุณพระช่วย

วิวัฒน์            (โอบภรรยา)  ไม่ได้เป็นอันตรายมากไปกว่าเนื้องอกธรรมดาเท่านั้น  ฉันหวังเหมือนหมอหวังว่า  เมื่อเอาเนื้อออกเสียได้  เจ้าก้อนนั้นนะ  มณวิภาก็จะปลอดภัย  (ถอนใจ  เมื่อเห็นพิศมรร้องไห้)  เธอเอาแต่ร้องไห้  ฉันคิดไว้ว่าจะไม่บอก

พิศมร             โธ่  เป็นใครบ้างจะไม่ตกใจ  ดิฉันตกใจเสียยิ่งกว่าตนเองเป็นอีกค่ะ

วิวัฒน์            ขอให้เชื่อใจหมอ  เท่านั้นเป็นพอ

(ประคองภรรยามานั่งที่เก้าอี้ข้างโต๊ะ)  ความจริงเธอควรจะนอนพัก  รอเมื่อเขาเอาหนูออกจากห้องผ่าตัดแล้วฉันจะบอกเธอ

พิศมร             (นั่งลงอย่างว่าง่าย)  ใครจะไปนอนหลับ  ดิฉันคิด  คิดมาตั้งแต่รู้ว่า  อาจจะต้องผ่าตัดอยู่แล้ว

วิวัฒน์            เป็นทางเดียวที่จะช่วยลูกได้

พิศมร             (ยกมือประนม)  เจ้าประคู้น  ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายช่วยมณวิภาของข้าพเจ้าด้วยเถิด  อย่าได้เป็นอันตรายเลย

พิศมร             (ผลุนผลันรีบเดินจะออกไปจากห้อง)

วิวัฒน์            นั่นเธอจะไปไหน

พิศมร             ดิฉันนึกได้แล้วค่ะ  จะไปซื้อพวงมาลัย

วิวัฒน์            เอาไปไหน

พิศมร             ไปถวายสักการะ  องค์พระราชบิดรผู้ก่อกำเนิดวิชาการแพทย์แผนปัจจุบันของประเทศไทยสิคะ  (แล้วเดินออกไป)

วิวัฒน์            (เดินตาม)  ฉันไปด้วย  เดี๋ยวจะไปเป็นลมเป็นแล้งไป  ยิ่งกินไม่ได้นอนไม่หลับอยู่

ฉากค่อย ๆ เลื่อนไป  โดยค่อย ๆ เปลี่ยนใช้แสงช่วย  เป็นฉากห้องเดิมเวลาค่ำคืน  บนเตียงมีมณวิภานอนอยู่อย่างเดิม  ที่หัวมีผ้าพันแผลพัน  ที่เตียงคนพยาบาลมีนางพิศมรนอนหลับอยู่อย่างสนิท  แสงไฟสลัวลง  ประตูห้องค่อย ๆ เปิดออก  มีนายแพทย์  (ไม่ใช่คนเดิม)  เข้ามาอย่างเงียบกริบ  มีเครื่องฟังหัวใจคล้องอยู่ที่คอ  สวมแว่นตาสีขาว  เดินเหมือนลอยเข้ามา  ยืนหยุดอยู่หน้าเตียงมณวิภา  ยืนอยู่ที่นั่น  จนมณวิภาลืมตาขึ้น  หมอยิ้มน้อย ๆ

มณวิภา          (เพียงแต่ลืมตาแล้วทำท่าจะหลับตาลงอีก)

หมอ              (เอามือวางบนหน้าผาก  ทำท่าแผ่วเบา  แล้วดึงมือออก  ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม)

มณวิภา          (ลืมตาขึ้น  ยิ้มน้อย ๆ)

หมอ              รู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง

มณวิภา          มือหมอเย๊นเย็นค่ะ  พอหมอวางมือลงไปครู่เดียวก็รู้สึกว่าเบาโหวงขึ้นค่ะ

หมอ              หมอจะมาดูคุณอีก

มณวิภา          หมอไม่เคยมาเลยนี่คะ  ดิฉันไม่เคยเห็นหมอเลย  มีแต่หมอปรีชา

หมอ              ผมเป็นเพียงแพทย์เวรยามดึก

มณวิภา          หมอมาเฉพาะกลางคืนเท่านั้นหรือคะ  นี่กี่ทุ่มแล้วค่ะ

หมอ              หนึ่งนาฬิกา

มณวิภา          เป็นหมอนี่ไม่มีการนอนกันเลยหรือคะ

หมอ              เวลาของหมอเป็นของคนไข้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง  ไม่มีเป็นของตนเอง

มณวิภา          แต่เป็นการกุศล

หมอ              (ยิ้ม)

มณวิภา          (สะดุ้ง  สีหน้าแสดงความเจ็บปวดอีก)  อูย  ปวดอีกแล้วค่ะหมอ

หมอ              อีกสักครู่ก็จะค่อยยังชั่ว  (วางมือลงบนหน้าผากอย่างแผ่วเบาอีก)

มณวิภา          (ลืมตา  ยิ้ม)  โอ้โฮ  เหมือนมนต์วิเศษ  หมอค่ะ  ทันทีที่มือถูกหน้าผาก  ดิฉันรู้สึกว่ามันเย็นจี๊ดเข้าไปถึงตรงที่มันเจ็บนะคะ  แล้วก็ค่อยโล่งขึ้นมา  ความเจ็บปวดหายไป  เหมือนหมอมีมนต์วิเศษเป่าเทียวแหละค่ะ  หมอปรีชามีแต่ฉีดยาเท่านั้น  แต่หมอมีมือที่ชะงัดยิ่งกว่าฉีดยา

หมอ              ผมพึ่งเห็นคุณพูดเก่งวันนี้เอง

มณวิภา          (ลืมตาโพลง)  หมอมาหลายครั้งแล้วหรือคะ

หมอ              ทุกคืนตั้งแต่คุณออกจากห้องผ่าตัด  ยังอยู่ในห้องฉุกเฉินโน่น  จนคืนนี้

มณวิภา          (มีท่าอาย)  ตายจริงไม่ยักทราบ  น่าเสียดายที่ดิฉันไม่ได้คุยกับหมอก่อนหน้านี้

หมอ              เห็นท่าจะคุยไม่ไหวกระมัง

มณวิภา          หมอคะ  หมอมาทุกคืนหรือคะ

หมอ              ทุกคืน

มณวิภา          เวลานี้หรือคะ

หมอ              เวลานี้

มณวิภา          หมอเคยคุยกับคุณแม่ไหมคะ

หมอ              (หันไปทางนางพิศมรซึ่งนอนหลับสนิท  แล้วหันกลับมา)  คุณแม่คุณหลับทุกครั้งที่ผมมา

มณวิภา          น่าเสียดายที่คุณแม่ไม่พบคุณหมอ

หมอ              ผมไม่มีความจำเป็นที่จะต้องพบคุณแม่คุณดอกครับ  ท่านไม่ได้เป็นอะไร

มณวิภา          ท่านชอบคุยค่ะ  โดยเฉพาะกับหมอ  ดิฉันป่วยท่านว่าท่านร้องไห้ทุกวัน

หมอ              ความรัก  เป็นเหตุให้เกิดความทุกข์

มณวิภา          (ยิ้ม)  แต่เราก็อดที่จะมีความรักกันไม่ได้  รักชาติ  รักพ่อ  รักแม่  รักเพื่อน

โฮ้ยมากมายก่ายกอง

หมอ              (ยิ้ม)

มณวิภา          พรุ่งนี้หมอจะมาอีกไหมคะ

หมอ              ผมจะมาทุกวันจนกว่าคุณจะปลอดภัยกลับบ้านได้

มณวิภา          เขาบอกว่าดิฉันปลอดภัยแล้ว

หมอ              ในด้านของหมอ  ปลอดจากโรคที่กำลังเป็น  เขาเอาออกซิเจนออกจากคุณแล้ว  แต่ในด้านของชีวิต  ภัยอาจจะเกิดแก่เราได้ทุกขณะจิต

มณวิภา          (ยิ้ม)  หมอพูดเป็นปรัชญา

หมอ              มิได้ผมพูดความจริง

(หมอรีรออยู่ครู่หนึ่ง  แล้วพูดว่า)  คืนนี้ผมเห็นจะต้องไปก่อน  คุณจะไม่ได้นอน

มณวิภา          เราคงจะคุยกันตลอดรุ่ง  แต่หมอคะ

หมอ              อะไรครับ

มณวิภา          ดิฉันนอนหลับมาแล้วทั้งวัน  คงจะไม่เป็นไรถ้าจะอดนอนบ้างเล็กน้อย  ว่าแต่หมอสิคะ  หมอคงจะต้องไปดูคนไข้อื่นอีก

หมอ              ครับ  และบางครั้งผมต้องคอย  รอคอย  ใครสักคน

มณวิภา          หมายความว่าอย่างไรคะ

หมอ              คนที่ผมรอคอยเขาจะมา

มณวิภา          ทำไมหมอทราบล่ะคะ  หมอนัดไว้หรือคะ  ถ้าจะมาคงไม่มาค่ำมืดดึกดื่นอย่างนี้

หมอ              แต่เขาจะมา

มณวิภา          เป็นหมอเหมือนกันหรือคะ

หมอ              มิได้

มณวิภา          เป็นผู้ชายหรือคะ  จึงจะมาได้ดึกดื่น  แปลกแท้เวลานัดมีถมไปนัดพบกันยามดึก

หมอ              เป็นผู้หญิงเสียด้วย  (หันมามองนางพิศมร  ขยับตัว)

ผมจะกลับไปก่อน  ราตรีสวัสดิ์  คนดี

มณวิภา          ขอบคุณค่ะหมอ  (หลับตาลงอีก)

หมอเวรยามดึก  เดินออกไปอย่างเชื่องช้าและเงียบกริบ

พิศมร             (ลุกขึ้นเดินมาที่เตียงลูก  มณวิภานอนลืมตา)  รู้สึกเป็นอย่างไรบ้างลูก

มณวิภา          สบายขึ้นค่ะ

พิศมร             หนูอยากได้อะไรบ้าง

มณวิภา          แม่ค่ะ  เมื่อกี้มีหมอเข้ามา  เขาบอกว่าเข้ามาทุกคืน

พิศมร             เมื่อหัวค่ำเขาก็มา

มณวิภา          คนละคนค่ะคุณแม่  คนนี้ลูกไม่เคยเห็นเลย  เขาบอกว่าเขาเป็นเวรยามดึก

พิศมร             หมอนี่ดีทุกคนนะ  แม่เห็นเขาทำงานกันไม่เห็นเป็นเวลาเวล่ำ  เดี๋ยวคนนั้นเป็นอย่างนั้นตามหมอ  เดี๋ยวคนนี้ตามหมอ  แย่ไม่มีเวลาเป็นของตนเอง

มณวิภา          เขาบอกลูกว่า  เวลายี่สิบสี่ชั่วโมงเป็นของคนไข้ค่ะ

พิศมร             ยามป่วยก็เห็นย่าหมอเป็นเทพยดา  ยามหายก็เลยไม่รู้จักหมอก็มี

มณวิภา          แต่หมอคนนี้แปลกจริง ๆ ค่ะคุณแม่  พอลูกปวดจี๊ดขึ้นมา  เขาเอามือวางที่หน้าผากเบา ๆ ทีเดียวค่ะ  เย็นเฉียบเข้าไปตรงที่ปวด  แล้วก็หายปวดราวกับปลิดทิ้งชั่วเวลาไม่ถึงสองนาที

พิศมร             ลูกอาจจะฝันไป

มณวิภา          มิได้ค่ะคุณแม่  ลูกยังได้พูดกับเขา  แต่  มหัศจรรย์จริง ๆ

พิศมร             หมอชื่ออะไร

มณวิภา          เอไม่ทราบเหมือนกันคะคุณแม่  ลูกขยับจะถามหลายครั้งแล้ว  แต่ไม่กล้า  เอาไว้สนิทกันสักหน่อยคงจะกล้า  รูปก็หล่อค่ะ  ใส่แว่นตาหนาเตอะ  ท่าทางเนิบ ๆ ใจดี  น่ารัก

พิศมร             (เปิดปากหาว)  นี่กี่ทุ่มกี่ยามแล้วนี่

มณวิภา          น่าจะเอานาฬิกาตั้งโต๊ะมาสักเรือนนะค่ะคุณแม่  หมอจะมาเวลาตีหนึ่งทุกคืน  จริงนะคะ  ตั้งแต่หมอมาลูกรู้สึกสบายขึ้นมากเทียวค่ะ  เขาทำท่าจะคุยอยู่อีก  ถ้าไม่ใช่เพราะเขาจะต้องรอคอยใครสักคน

พิศมร             อือม  (หาว)

มณวิภา          คุณแม่คงจะง่วงแล้ว  นอนก่อนเถอะค่ะ  หมอคงจะไม่กลับมาอีก  เพราะเขาเป็นเวรยามดึกและนี่ก็เกือบจะรุ่งเช้าแล้ว

นางพิศมรกลับมาที่เตียงของตน  ล้มตัวลงนอนแล้วหลับไป  มณวิภานอนลืมตาอยู่พักหนึ่งแล้วก็หลับตา  กลับหลับไปอีก

ฉากเดิม  มณวิภานอนอยู่บนเตียง  หลับสนิท  ในห้องมีแต่มณวิภาคนเดียว  นายแพทย์เวรยามดึก  เปิดประตูเข้ามาอีก  เขาเดินมาหยุดที่หน้าเตียงอย่างเดิมเหมือนเคย  เอามือวางบนหน้าผากของมณวิภาครู่หนึ่งแล้วก็ดึงมือออก  มณวิภาลืมตาขึ้น  เห็นหมอ  ยิ้มยกมือไหว้

มณวิภา          หมอคะ  หมอมานานแล้วหรอค่ะ

หมอ              มิได้ผมพึ่งมา

มณวิภา          ดิฉันว่าจะนอนตื่นคอยหมออยู่  แต่ไม่ทราบว่าเป็นอะไร  หลับไปก่อนทุกที  หมอมาทีไรไม่ยักรู้สึกตัว

หมอ              (ยิ้ม)

มณวิภา          หมอปรีชาบอกว่าอาการดิฉันดีขึ้นรวดเร็วอย่างไม่นึกฝันค่ะ  ใคร ๆ ว่ามหัศจรรย์

หมอ              (ปลดเครื่องฟังออกจากคอ  ทำเป็นไม่สนใจ)

มณวิภา          หมอคะ  หมอปรีชาว่าดิฉันจะกลับบ้านได้

หมอ              ผมก็ว่าอย่างนั้น  ต่อไปนี้ผมจะไม่มาอีก  ผมไม่มีหน้าที่ที่จะมาอีกแล้ว

มณวิภา          โธ่  หมอ

หมอ              (หันมามอง  สองคนมองตากัน)

มณวิภา          หมอสัญญาได้ไหมค่ะว่าหมอจะไปเยี่ยมดิฉันที่บ้านบ้างบางครั้งบางคราว

หมอ              (ส่ายหน้า)

มณวิภา          ที่จริงมันเป็นเรื่องน่าอายนะคะที่จะขอร้องหมอเช่นนั้น  โดยเฉพาะดิฉันเป็นหญิงสาว

หมอ              (ส่ายหน้า)  ผมอยากจะไป  ถ้าผมไปได้

มณวิภา          ค่ะ  ดิฉันเห็นใจ  หมอไม่มีเวลาเป็นของตนเอง  กลางคืนทุกคืนหมอก็ต้องมาเที่ยวดูคนไข้  กลางวันหมอก็คงจะต้องทำงาน  แต่  หมอค่ะ  ถ้าหากดิฉันออกไปจากนี่แล้วดิฉันจะกลับมาหาหมออีกบ้าง  มาเยี่ยมนะค่ะ  ได้ไหมคะ

หมอ              (นิ่ง  คงมองดูแต่ตาของมณวิภา)

มณวิภา          หมอดูเหมือนกับว่าดิฉันเป็นอะไรไป  มีอะไรผิดปกติหรือคะ

หมอ              (ส่ายหน้า)  หมอคิดอยู่แต่ว่า  วันนี้  คืนนี้เป็นคืนสุดท้ายที่เราจะพบกัน

มณวิภา          ทำไมจะต้องเป็นคืนสุดท้าย  ดิฉันอาจจะยังไม่กลับ  หรือดิฉันอาจจะมาอีก

หมอ              คุณไม่รู้ดีกว่าไปผม  (หัวเราะเบา ๆ)  ผมมีความรู้สึกเหมือนว่า  ผมจะไม่มีวันพบคนที่ผมคอย

มณวิภา          คนที่หมอเคยบอกดิฉันใช่ไหมค่ะว่าเขาจะมา

มณวิภา          (ลุกขึ้นนั่ง)  เขาไม่มาหรือคะ

หมอ              เขาไม่ได้มา  แต่เขาเหมือนคุณเหลือเกิน

มณวิภา          (ขยับลงจากเตียง  หมอถอยห่างออกไป)  คนที่หมอรักหรือคะ

หมอ              (นิ่ง)

มณวิภา          ดิฉันพอจะเดาได้ว่า  เธอต้องเป็นคนที่หมอรัก  หมอจึงตอบ  แต่บางที  เธออาจจะไม่กล้ามาเวลาค่ำคืนก็ได้  หมอจะให้เธอมาหาตอนกลางวันไม่ได้หรือคะ

หมอ              ผมรู้สึกว่าเขาจะมา

มณวิภา          เธอคนนั้นใจดำเหลือเกินนะค่ะ  เป็นดิฉันไม่สามารถจะผิดสัญญากับหมอได้  อย่างไรก็ต้องมา  หมอเป็นคนดีมากเหลือเกิน  ดิฉันริษยาคน ๆ นั้น  และเสียใจแทนเธอด้วยค่ะ  ที่เธอไม่เห็นใจหมอเลย

หมอ              (นิ่ง)

มณวิภา          เธอเป็นใครคะ  ดิฉันออกจากโรงพยาบาลแล้ว  ดิฉันจะไปหาเธอ  จะไปบอกเธอว่าคุณหมอคอย  หมอ  อ้า…  เราพบกันมานานแล้ว  ทุกคืน ๆ ตั้งแต่ดิฉันอาการหนัก  จนดิฉันหาย  หมอยังไม่ได้บอกดิฉันเลยว่า  หมอชื่ออะไร

หมอ              (หัวเราะ)  นามนั้นสำคัญไฉน

มณวิภา          สำหรับดิฉันสำคัญเหลือเกิน  ดิฉันจะไม่ลืมหมอเลย  มือของหมอเย็นเฉียบทุกครั้งที่ทาบลงบนหน้าผากของดิฉัน  มันทำให้ดิฉันชุ่มชื่น  สบาย  หายจากความเจ็บปวด  และยังรู้สึก  รู้สึกในความเย็นเฉียบของมัน  …  (ส่ายหน้าช้า ๆ)  ไม่รู้ลืม

หมอ              คุณยังเด็ก  วันหนึ่งคุณจะลืมหมอ

มณวิภา          หมอรังเกียจแม้แต่จะบอกชื่อดิฉันหรือคะ  กลัวว่าดิฉันจะมาหา  มากวนหมออีกหรือคะ  (ทำท่าเสียใจ  น้ำตาคลอ)

หมอ              มิได้  ผมทนไม่ได้ที่จะเห็นคุณต้องเสียใจ  เอาละผมจะบอก  ผมหมอ  วิญญาณ  เวรยามดึก  เท่านี้พอหรือยัง  …  หมอจะไม่ลืมคุณ

มณวิภา          ดิฉันยังคงระลึกถึงความเมตตาของหมอ  และจะคอยหมอทุกคืน  จนกว่า…

หมอ              เราจะไม่ได้พบกัน

มณวิภา          (ยกมือปิดหน้า)  ดิฉันอายหมอ  ในการที่จะบอกว่า  ดิฉันริษยาผู้หญิงคนนั้นเหลือเกิน

หมอ              ถ้าคุณได้รู้จักผมมากกว่านี้คุณจะไม่ริษยาเขาเลย  มณวิภา  ขอให้ผมเรียกชื่อคุณเฉย ๆ

มณวิภา          ดิฉันกลับรู้สึกดีใจค่ะที่แสดงความสนิทสนมที่หมอมีต่อดิฉัน

หมอ              (ดึงมือมณวิภาจากหน้าของเธอ)

มณวิภา          มือของหมอแสนเย็น  แต่มันมีความอบอุ่นซึ้งวูบเข้าไปในหัวใจ  ดิฉันขออภัยหมอที่ดิฉันรบกวนหมอ  และขออนุญาตที่จะระลึกถึงหมอมาตลอดกาลต่อไป

หมอ              ผมขอแต่เพียงระลึกว่า  ยังมีหมออีกคนหนึ่งที่  ทำหน้าที่ของหมอตลอดกาล

มณวิภา          โดยเฉพาะ  หมอจะมาเยี่ยมไข้ยามดึก

หมอ              วิญญาณของหมอ  อยู่ที่การรักษาเยียวยาไข้  หมอจะทิ้งคนไข้ไม่ได้

มณวิภา          ค่ะ  เวลาและชีวิตของหมออยู่กับหน้าที่ของความเป็นหมอ  (เธอพูดอย่างประชดประชัน)

มณวิภา          เดินไปที่โต๊ะ  ดึงลิ้นชักโต๊ะ  และหยิบห่อของขวัญมาจากโต๊ะ  เดินกลับมาส่งให้หมอ

สิ่งเล็กน้อยนี้ดิฉันขอมอบให้หมอ  เพื่อเป็นที่ระลึกถึงมณวิภา  หญิงสาวที่น่าสงสารคนหนึ่งที่ซมซานด้วยพิษไข้  …

หมอ              น่าสงสาร  ผมเข้ามา  คุณก็ยังไม่รู้สึกตัว  สายออกซิเจนรุงรังระโยงระยางจากจมูกอันงามของคุณ  ผมเข้ามาทุกคืน  มาดู  มาระวัง  มาคอยเฝ้า  …

มณวิภา          ด้วยความห่วงใย  มณวิภาไม่เคยลืม  ไม่เคยลืมมืออันเป็นเสมือนมือสวรรค์ที่ทาบอยู่บนหน้าผาก  รับไปเถอะค่ะ  ของเล็กน้อย  แต่ก็มาจากใจจริงของมณวิภา

หมอ              (ส่ายหน้า  ผมรับไม่ได้)

มณวิภา          มันเป็นรูปของคนไข้คนหนึ่งคือมณวิภา  ซมซานอยู่ด้วยพิษไข้ในกรอบรูปทำด้วยเงินเท่านั้น

หมอ              หมอรับไม่ได้  หมอเสียใจ

มณวิภา          (ขว้างห่อของทิ้งลงบนพื้น  ปิดหน้าร้องไห้)

หมอ              อนิจจา  หมอเสียใจ  เสียใจจริง ๆ แล้วก็ค่อย ๆ เดินหายลับไปในความมืด

มณวิภาลดมือลงจากหน้า  มองรอบ ๆ

มณวิภา          โธ่  หมอ

กล้องกลับมาที่ฉากเดิม

เวลา              กลางวัน          ตอนเช้า

มณวิภา                    นอนลืมตาก่ายหน้าผากอยู่บนเตียง

พยาบาล         ถือเครื่องมือทำแผลเข้ามา  แก้ผ้าพันที่ศีรษะมณวิภาออกทำความสะอาดแผล

มณวิภา                    แผลเป็นอย่างไรบ้างค่ะ

พยาบาล         เกือบสนิทแล้วค่ะ  คุณเป็นคนไข้รายแรกที่หายเร็วอย่างมหัศจรรย์

มณวิภา                    ค่ะ  มหัศจรรย์

พยาบาล         หมอปรีชาว่าคุณจะกลับบ้านวันนี้

มณวิภา          ค่ะคุณพ่อบอกว่าอย่างนั้น  อีกประการ  คนไข้ที่พอจะช่วยตนเองได้ก็ควรจะรีบออกจากโรงพยาบาลเพราะจะได้ให้ห้องแก่คนไข้ที่รออยู่ต่อไป

พยาบาล         ค่ะ  ไม่มีห้องใดว่างข้ามวัน

มณวิภา          หมอปรีชาจะมาอีกไหมคะ

พยาบาล         ค่ะ  คงจะมา  สาย ๆ หน่อย

มณวิภา          ดิฉันคงจะได้ลาหมอปรีชา  ลาคุณ  และคุณพยาบาลทุกคน  เว้นแต่…

พยาบาล         (มองหน้ามณวิภาอย่างไม่แน่ใจ)

มณวิภา          ค่ะ  เว้นแต่หมอวิญญาณ  ดิฉันอยากจะลาหมออีกสักครั้ง

พยาบาล         ใครคะหมอวิญญาณ

มณวิภา          อ้าวคุณไม่รู้จักดอกหรือคะ  หมอเวรยามดึกนะคะ  สูง ๆ รูปหล่อ  แต่ตาสั้นสวมแว่นหนาเตอะ  เดินช้า ๆ แผ่วเบา  …

พยาบาล         (อ้าปากค้าง  มองมณวิภา)

มณวิภา          หมอบอกว่า  เรียกหมอว่า  หมอวิญญาณ  ดิฉันจะพบหมอได้ที่ไหนค่ะ

พยาบาล         อ้า  …

มณวิภา          (ถอนใจ)  หมอนี่ดูลึกลับเสียจริง ๆ เอาอย่างนี้ก็ได้ค่ะ  บ้านหมออยู่ที่ไหน  อย่างไรก็ตาม  ดิฉันจะต้องพบหมออีกครั้ง

พยาบาล         ไม่มีวันพบดอกค่ะ

มณวิภา          ทำไมคะ  มีกฎอะไรหนักหนาหรือคะที่จะพบหมอไม่ได้  (โกรธ)  หรือว่าหมอเป็นที่หวงห้ามของ  …  อ้าจนใครจะพบไม่ได้

พยาบาล         มิได้ค่ะ

มณวิภา          ความจริง  ดิฉันก็ไม่ได้พบหมอเพราะอย่างอื่น  หากแต่ที่ต้องการขอบคุณ  และหมอก็ไม่ได้ทำผิดอะไร  คุณตีสีหน้าเหมือนหมอกับดิฉันมาคบคิดกันทำอะไรผิด  หมอมาอย่างสุภาพที่สุด  และรักษาหน้าที่อย่างที่สุด  ตั้งแต่ดิฉันซมซานด้วยพิษไข้  จนดิฉันค่อยยังชั่วจะกลับบ้านได้  ดิฉันยังจะถูกหวงห้ามไม่ให้กล่าวอำลาหมอด้วยหรือคะ  …  ดิฉันอยากทราบเหลือเกินว่าหมออยู่ที่ไหน

พยาบาล         ไม่มีใครทราบได้ดอกค่ะว่าหมออยู่ที่ไหน

มณวิภา          หมอเป็นคนหลักลอยหรือคะ  ไม่มีแม้แต่ที่พำนักหรือคะ  น่าเวทนาที่คุณทั้งหลายพยายามจะป้ายให้หมอเป็นคนไร้หลักแหล่งพำนัก  ยังกับคนจรจัด

พยาบาล         มิได้ค่ะ

มณวิภา          หมอเป็นคนดี  น่านับถือเหลือเกิน

พยาบาล         ค่ะ  ดิฉันทราบ

มณวิภา          นั่นสิคะ  ดิฉันจึงอยากจะพบหมอเพื่อเพียงแต่ขอบคุณหมอเท่านั้น

พยาบาล         ค่ะ

พยาบาลทำแผลเสร็จ  พันผ้าเรียบร้อยแล้วยกเครื่องมือทำท่าจะออกไปจากห้อง  เมื่อพูดจบ

มณวิภา          คุณยังไม่ได้ตอบดิฉันเลยว่า  ดิฉันจะพบหมอได้ที่ไหน

พยาบาล         ขอประทานโทษค่ะ  ดิฉันก็ไม่ทราบเหมือนกัน

มณวิภา          ถ้าเช่นนั้นใครจะทราบ

พยาบาล         ไม่มีใครทราบดอกค่ะ  หมอไม่ได้อยู่ที่นี่

มณวิภา          (เกรี้ยวกราด)  ไม่จริง  ไม่จริง  หมอมาเยี่ยมไข้ดิฉันทุกคืน  คุณคงไม่กล้าปฏิเสธว่าคุณก็รู้จักหมอวิญญาณ  คนสวมแว่นตาหนาเตอะ  รูปหล่อคนนั้น

พยาบาล         ไม่ค่ะ  มีหมอวิญญาณที่นี่ครั้งหนึ่ง

มณวิภา          คุณคงจะไม่กล้าปฏิเสธว่า  บัดนี้เขาก็ยังคงอยู่

พยาบาล         ไม่ค่ะ  หมอวิญญาณจะอยู่ได้อย่างไร  เมื่อปีที่แล้วนี่เองหมอ…

มณวิภา          ดิฉันไม่ได้พูดถึงปีที่แล้ว  คุณพยาบาลเป็นอะไรไปเสียแล้ว  ดิฉันพูดถึงปีนี้  ปัจจุบันนี้

พยาบาล         ค่ะ  ไม่มีหมอวิญญาณที่นี่แน่นอน  เพราะหมอ  หมอวิญญาณนะคะ  …  อ้าไม่อยู่เสียแล้ว  คุณอาจจะฝันถึงหมอ  …

มณวิภา          ดิฉันคุยกับเขาทุกคืนหลายคืนมาแล้ว

พยาบาล         (ทำท่าตกใจ)  ค่ะ

มณวิภา          (ทำท่าผิดหวัง)  ดิฉันไม่เข้าใจ  หมอพูดกับดิฉันเป็นมั่นเป็นเหมาะว่า  เขากำลังคอยผู้หญิงคนหนึ่งที่หน้าเหมือนดิฉัน  เขาคอย  เขานัดกัน…

พยาบาล         ดิฉันไม่ทราบดอกค่ะ  แต่ผู้หญิงคนหนึ่งหน้าตาเหมือนคุณกำลังจะรอเข้าห้องนี้อยู่เหมือนกัน

มณวิภา          แล้วเธอจะพบหมอวิญญาณ

พยาบาล         ดิฉันคิดว่าไม่พบดอกค่ะ  เพราะไม่มีหมอวิญญาณที่นี่ขณะนี้

มณวิภา          (หัวเราะ)  ค่ะ  ขณะที่คุณและดิฉันกำลังพูดกันนี้ไม่มีหมอวิญญาณ  เวลานี้เขาอาจจะกำลังนอนหลับ  หรืออาจจะกำลังอยู่ในห้องผ่าตัด  หรือกำลังทำอะไรอยู่

พยาบาล         ดิฉันก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะว่าเขาจะทำอะไรได้  ในเมื่อหมอวิญญาณตายเสียแล้ว  ตั้งแต่ปีกลาย

มณวิภา          (เธอถอยหลังไปอย่างไม่ตั้งใจ)

พยาบาล         (วางถาดเครื่องมือ  มาประคองมณวิภาไว้)  คุณไม่ได้พบหมอวิญญาณดอกค่ะ

มณวิภา          อนิจจา

พยาบาล         หมอเป็นโรคหัวใจวายขณะปฏิบัติหน้าที่เดินตรวจเวรยามดึก  เขาขาดใจในอ้อมแขนของหมอกัลยา  ผู้มีหน้าตาเหมือนคุณนี่แหละ  และกำลังจะรอเข้าห้องนี้  ด้วยโรคหัวใจ

(กล้องค่อย ๆ เลือนห่างจากภาพ)

จบ