บทละคร แว่วเสียงกังสดาล

แว่วเสียงกังสดาล

 

(  เขียนที่ทับแก้ว เนื่องจากในการสร้างตึกเพชรรัตน์ ได้พบหินแผ่นที่มีรูเจาะเหมือนจะร้อยโซ่ผูก ซึ่งเข้าใจว่าเป็นกังสดาล สมัยโบราณ ปรากฏว่าขุดพบที่พระราชวังสนามจันทร์ เขียนบทละครนี้ให้อาจารย์เด่นดวง พุ่มศิริให้นักศึกษาการละครเล่น และนำมาออกวิทยุที่กองเผยแพร่ กระทรวงศึกษาธิการ ประมาณปี ๒๕๑๕  )

 

สลวย (คุปตาภา)โรจนสโรช

 

บทภาพยนตร์โทรทัศน์ชุด มิติที่ ๔

“แว่วเสียงกังสดาล

โดย ส.กำนัล

ตัวละคร               ๑.นางสาวสุเทวี เล่น ๒ บท คือเป็นเจ้าหญิงสุเทวี ด้วย

๒.เจ้าชายกังสดาล เป็นชายหนุ่มอายุ ราว ๒๕ ปี แต่งกายชุดนักรบโบราณ

๓.เจ้าชายสุริยัน คู่หมั่นเจ้าหญิงสุเทวี อายุราว ๒๕ ปี

๔. ตัวประกอบเป็นทหาร ใช้สัก ๒-๓ คน

๕ พระพี่เลี้ยง

 

ฉาก                       ๑.ฉากห้องนอน มีโต๊ะเขียนหนังสือ เตียงนอนเดี๋ยว โต๊ะข้างเตียงนอนมีโทรศัพท์วางอยู่ บนฝาผนังมีกังสดาลแขวนอยู่

๒. สวนดอกไม้เป็นฉากอุทยาน

๓ ห้องโถงในท้องพระโรง

 

อุปกรณ์สำคัญ     แผ่นหินบางสำหรับเคาะเป็นกังสดาล รอบ ๆ มีรอยเจาะผูกโซ่แขวนกับราวเหมือนราวระฆัง แผ่นหินนั้นรูปวงรี แต่ริมไม่เกลี้ยงเกลาเรียบร้อยนัก เพราะเป็นหินที่

สกัดออกมาเป็นแผ่น วัตถุประสงค์เพื่อจะขานโมงยาม และรัวเรียกประชุม ในสมัยโบราณ (วัตถุที่ทำไม่ต้องชิ้นก็ได้ จำลองขึ้นด้วยวัตถุใดที่มองแล้วให้เหมือนจริง)

 

ฉากที่ ๑                ห้องนอนสุเทวี มีอุปกรณ์ห้องนอนตามปกติ มีกังสดาลแขวนที่ข้างฝาเยื้องโต๊ะหัวนอน บนโต๊ะขางเตียงนอนมีโทรศัพท์วางอยู่

เวลา                      กลางคืน

กล้อง                    ขึ้นที่หน้าปัทม์โทรศัพท์ เห็นมือสุเทวีกำลังหมุนโทรศัพท์ มีเสียงสัญญาณว่าติด กล้องคอลลี่เอ้าท์ออกมาเห็นสุเทวีเต็มตัว

 

สุเทวี                    ฮัลโหล กัลยาณีหรือจ๊ะ ขอโทษนะที่โทรมาดึกหน่อย มันตื่นเต้นจนต้องโทรทางไกลมา นี่รู้ไม๊ คนงานที่เขากำลังสร้างตึกเรียนใหม่น่ะ เขาขุดพบแผ่นหินแผ่นหนึ่ง เป็นรูปวงรี เป็นหินเกลี้ยง ๆ แต่ไม่บางมากนักน่ะ มีรูร้อยโซ่ด้วยใช้จนกร่อนมาแล้ว เธอรู้จักไม๊ล่ะ เขาเรียกกันว่ากังสดาล

กัลยาณี                 อ๋อ  ใช้สำหรับขานโมงยาม ก่อนเรารู้จักใช้ระฆังไงล่ะ เท่านั้นเอง

สุเทวี                    อะไรเท่านั้น ฉันให้เจ้าหน้าที่ทางกรมศิลปากรดูแล้ว เขาบอกว่าอายุนับพันปีที่เดียวนะ

กัลยาณี                อ๋อกังสดาลแน่ ๆ

สุเทวี                    จ๊ะ ฟังนะ ฉันจะเคาะให้ฟัง

สุเทวี                    เป็นยังไงได้ยินไม๊ เสียงก้องดีจังนะ สถานที่นั่นหรือเขาว่าตรงที่ขุดพบนั้น เคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรทราวดีโบราณ คงจะมีประวัติเก่าพิลึกกึกกือทีเดยว ฉันว่าจะค้นคว้าต่อไป

มาให้ได้นะ มาดูเสียให้เป็นขวัญตา –บ้าฉันไม่เห่อให้เธอมาดูเดี๋ยวนี้หรอก –ง่วงแล้วหรือ-ถ้างั้น พอก่อนนะ งั้นรึ-ราตรีสวัสดิ์จ๊ะ

 

ฉากที่ ๒               ห้องนอนตามเดิม

เวลา                      กลางคืน

กล้อง                    ขึ้นที่สุเทวีกำลังนอนหลับตา เสียงกังสดาลเคาะบอกเวลา ๓ นาฬิกา สุเทวีค่อย ๆ ลืมตาขึ้น แล้วเอื้อมมือไปเปิดไฟที่โคมหัวเตียง แล้วนอนตะแคงหันหนาไปทางกังสดาล กล้องค่อย ๆ จับที่กังสดาลมีรัศมีออกมา ภาพค่อย ๆ ลาง สุเทวีลุกขึ้นนั่งขยี้ตา ภาพค่อย ๆ ชัดขึ้น เป็นชายหนุ่มแต่งตัวแบบนักรบโบราณ

 

สุเทวี                    ใคร นั่นใคร แกเป็นใคร

(เจ้าชายกังสดารยืนนิ่ง มือกอดอก ยิ้มน้อย ๆ ภาพค่อย ๆ ชัดขึ้น จนเห็นชัดเหมือนคนจริงๆ )

สุเทวี                    แกเป็นใคร ออกไปจากที่นี่นะ

( สุเทวีกุมคอตนเอง ทำท่าจะร้อง แต่ร้องไม่ออก)

สุเทวี                    ออกไปนะ ที่นี่เป็นห้องนอนของผู้หญิง แกเข้ามาไม่ได้ เอาเถอะ ฉันคิดว่าคุณเป็นสุภาพบุรุษ ไม่ใช่คนที่ฉันจะใช้สรรพนามว่าแก ออกไปเสียจากที่นี่เถอะ ที่นี่เป็นห้องนอนของฉัน และฉันก็ไม่ได้เชื้อเชิญคุณเข้ามา

(เจ้าชายกังสดารหัวเราะ มือยังกอดอกอยู่)

กังสดาร                              เจ้าหญิงสุเทวีผู้ทรงโฉม

(สุเทวีลุกขึ้นยืน ถอยห่างไปจากเตียงนอน)

สุเทวี                    ไม่ใช่ เข้าใจผิดเสียแล้ว ฉันนี่แหละนางสาวสุเทวี ธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่เจ้าหญิงอะไรหรอก

กังสดาร                              เจ้าหญิงสุเทวีที่ข้ารอคอย

สุเทวี                    ต๊าย คุณนี่ไม่บ้าก็เมา ออกไปนะ ไม่อย่างนั้นฉันจะร้องให้คนเขามาจับนะ

กังสดาร                              เจ้าหญิงเมื่อก่อนเล่นองค์ยังไง เดี๋ยวนี้ก็ยังคงเป็นอย่างนั้น ร้องออกไม๊ล่ะ

(กังสดาลหัวเราะเยาะ สุเทวีตัวสั่นด้วยความกลัว)

สุเทวี                    ได้โปรดเถิด อย่าทำอะไรฉันเลย

(กังสดาลเดินเข้ามาใกล้)

กังสดาล               ข้าคือเจ้าชายกังสดาล

สุเทวี                    กังสดาล (เสียงกังสดาลดังแผ่ว ๆ แล้วค่อยเลือนหายไป)

(สุเทวี หันไปมองทางกังสดาล)

กังสดาล               ข้าสัญญาไว้ว่า จะกลับมาทุกครั้งที่กังสดาลขาน แต่มันจมดินอยู่นับพันปี เจ้าชายกังสดาลจะมาหาเจ้าหญิงสุเทวีทุกครั้งที่กังสดาลแผ่นนี้ดัง

สุเทวี                    อะไรกันนี่ ฉันไม่เจ้าหญิง ไม่ใช่อะไรทั้งนั้น เป็นนางสาวสุเทวี ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินคนหนึ่งเท่านั้น และกำลังจะมาเป็นอาจารย์ใหญ่ของสานี่นี้ เขาจะสร้างโรงเรียนที่นี่รู้ไม๊ เพิ่มตึกขึ้นอีกหลังหนึ่ง และได้พบกังสดารแผ่นนี้

(ชี้ไปที่กังสดาล เจ้าชายกังสดารหัวเราะชอบใจ)

กังสดาล               เพราะกังสดาลนี่น่ะซี และสุเทวีเคาะมันใช่ไหมล่ะนั่นแหละเสียงมันได้เรียกร้องให้ข้ามา

(กล้องคอลลี่เข้าหาเจ้าชายกังสดาล)

กังสดาล               นานมาแล้ว เจ้าชายกังสดาล ได้เดินทางมาจากอู่ทองมาที่นี่ หวังจะหาสถานที่สร้างนครอันเป็นศูนย์กลางของพุทธศาสนา กิติศัพท์ของเจ้าหญิงสุเทวีเลื่องลือไปทั่ว ว่างดงามเลอโฉมยิ่งนัก ข้าก็หลงใหลหลบซ่อนอยู่ที่นี่ เพื่อจะยลโฉมของนาง

(มองไปที่กังสดาล แล้วชี้มือไป ภาพเบลอร์)

กังสดาล               ดูซิ ดูภาพในอดีตไกลผุดขึ้นมาที่กังสดาลแห่งนี้

 

ฉากที่ ๓               ฉากสวนดอกไม้

เวลา                      กลางวัน

กล้อง                    ขึ้นที่ดอกไม้ เจ้าหญิงสุเทวีกำลังก้มลงดอมดมความหอมของดอกไม้ กล้องดอลลี่เอ้าท์เห็นสุเทวีและสนมยืนอยู่ข้างๆ

สุเทวี                    อันกลิ่นของมาลีนี้ ข้าได้ดอมดมสักเท่าไหร่ก็มิรู้จักเบื่อ เฮ้อ อยากจะเกิดเป็นบุบผามาลีเสียเหลือเกิน

สนม                     แต่มาลีก็ยังมีวันโรยนะเพคะ

สุเทวี                    ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ ต้องมีวันโรยราดับสูญทั้งสิ้น

สนม                     แต่ถึงอย่างไร หม่อมฉันก็ยังเห็นว่า เกิดเป็นองค์หญิงนั้น ประเสริฐเป็นที่สุดแล้วเพคะ เพราะมาลีถึงคราวก็โรยรา และก็จะมีดอกไม้อื่นมาให้ชื่นชมแทน ในไม่ช้าคนก็จะลืมดอกเก่าไปสิ้น แต่ความงามขององค์หญิงนั้น ถึงจะโรยราไปตามวัย แต่นารีใดหรือ จะมีโฉมมาเปรียบเทียบได้ ผู้คนก็ยังสรรเสริญกล่าวถึงความงามไม่รู้จบ

(ตัดไปที่เจ้าชายกังสดาล แอบอยู่ที่พุ่มไม้ ออฟซีนเสียงสุเทวีและสนม)

สุเทวี                    เจ้าเยินยอข้าเสียเกินไปแล้ว

สนม                     มิได้เพคะ หม่อมฉันไม่ได้กล่าวเกินกว่าความจริงเลยแม้แต่น้อย

สุเทวี                    เจ้ามัวแต่สรรคำหวานมายอข้า ลืมไปแล้วหรือว่าเสด็จย่ารับสั่งให้เก็บดอกกรรณิกาไปย้อมสไบ

สนม                     ตายจริง หม่อมฉันลืมสนิท ถ้าเช่นนั้นต้องแยกตัวไปก่อนนะเพคะ สักครู่หม่อมฉันจะกลับมา

(ตัด ไปที่สุเทวี และสนม เดินแยกออกไป ทิ้งสุเทวีไว้คนเดียว)

(ตัด ไปที่เจ้าชายกังสดาล ยังยืนแอบมองอยู่ สักครู่แล้วค่อยๆ แหวกพุ่มไม้ออกมาปรากฏตัว)

(ตัด ไปที่สุเทวีหันมามอง แล้วทำท่าตกใจจะร้องขึ้น)

(ตัด ไปที่เจ้าชายกังสดาล)

กังสดาล               โปรดอย่าตกใจ องค์หญิงสุเทวี ข้ามาดีมิใช่มาร้าย

(ตัด ไปที่สุเทวี)

สุเทวี                    เจ้าเป็นใคร ไฉนจึงบังอาจล่วงล้ำเข้ามาในอุทยานนี้ได้

(ตัดไปที่เจ้าชายกังสดาล เดินเข้ามาใกล้)

(ตัดไปที่เอ็ม เอสทั้งสอง)

กังสดาล               ข้าคือเจ้าชายกังสดาล แห่งนครขานเมืองอู่ทอง

สุเทวี                    หม่อมฉันต้องขออภัยที่จะรู้จักท่านก็หาไม่

กังสดาล              เป็นบุญตาอย่างยิ่งที่ข้าได้มาพบเจ้าหญิง สมดังเสียงซอที่ขับ  สรรเสริญความงาม

จนทำให้ข้าหลงไหลโฉมในจินตนาการนั้น

สุเทวี                    ออกจะเกินไปเสียแล้ว หม่อมฉันก็คือคนธรรมดาคนหนึ่ง เท่านั้น หม่อมฉันอยากจะทราบว่า เสด็จเข้ามาได้อย่างไรในที่นี้ ถ้าเพียงแต่มีคนเห็นก็จะเกิดเรื่องใหญ่ เสด็จพ่อทรงทราบหรือเปล่าเพค่ะ ว่าเจ้าชายโอรสของอริราชศัตรูได้เสด็จมาถึงที่นี่

กังสดาล               ข้ามาอย่างไม่เป็นทางการ

สุเทวี                    กลับออกไปเสียเถอะเพคะ หม่อมฉันไม่ต้องการกลิ่นคาวเลือดที่นี่

กังสดาร                              อะไร โหดเหี้ยมถึงเพียงนั้นเชียวหรือ เจ้าหญิง

สุเทวี                    เจ้าชายก็ทรงทราบอยู่เต็มพระทัย ว่าสงครามยังไม่เสร็จสิ้น

กังสดาล                              แต่ต่อไปนี้ จะไม่มีเรื่องพิฆาตฆ่าฟันกันอีกแล้ว ดูนั่นสิที่รัก

(เจ้าชายชี้นิ้วออกไป)        พระมหาเจดีย์จะผุดขึ้นที่ชานนครจันทรา แห่งอาณาจักรทวาราวดี เราสองนครจะสร้างพระมหาเจดีย์แห่งนี้ เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งพุทธศาสนา ความรัก ความเมตตา มหาศัตรูจะสงบ สันติสุขจะบังเกิดขึ้น และเราทายาทแห่งสองนครจะครองรักกันสืบไป ชั่วกาลนาน

(กล้องโคลสที่หน้าสุเทวี แสดงถึงความเคลิบเคลิ้มและยินดีในความรัก)

สุเทวี                    สาธุ ขอให้เป็นเช่นนั้นจริงเถอะเพคะ หม่อมฉันเบื่อสงครามและการฆ่าฟันกันเต็มทีแล้ว

กังสดาล               ข้ามาที่นี่ฉันท์มิตร เพราะจิตใจของข้ามอบไว้นางแล้ว

(สุเทวี สะเทิ้นอาย)

สุเทวี                    กลับไปเถอะเพคะ ถ้าใครมาพบเข้า พระองค์จะเป็นอันตราย

( เจ้าชายเดินเข้ามาใกล้ ประคองหน้าเจ้าหญิงขึ้น)

กังสดาล               ถึงจะตายข้าก็ยอม ขอให้ได้เห็นหน้าเจ้าหญิงให้เต็มตา สุเทวีปัดมือออกไป

สุเทวี                    ได้โปรดเถิดเพคะ กลับไปเถอะ หม่อมฉันไม่คู่ควรกับพระองค์ หม่อมฉันจะอภิเศกกับเจ้าพี่สุริยัน โอรสเจ้าน้าเร็ว ๆนี้ แหละเพคะ

กังสดาล               ถ้าเช่นนั้น ข้าก็จะยิ่งไม่กลับ จนกว่าเจ้าหญิงจะไปกับข้า หรือไม่ก็ต้องสัญญากับข้าว่า จะไม่อภิเษกกับเจ้าชายสุริยัน และเจ้าหญิงจะรักข้า จะเป็นของข้าตลอดไปทุกชาติ จนกว่าโลกนี้จะสลาย

(มีเสียงเอะอะ เป็นออฟซีน)

เสียง                     ทางนี้ ทางนี้

(เจ้าหญิงตกใจ ผลักใสให้เจ้าชายกังสดาลหนีไป)

สุเทวี                    กลับไปก่อนเถอะเพคะ มีคนเห็นเจ้าชายแล้ว  รีบกลับไปเสยเถอะเพคะ

กังสดาร                              เจ้าหญิงต้องให้สัญญาก่อนว่า พรุ่งนี้จะมารอพบข้าอีก ณ ที่นี้ มิฉะนั้นข้าจะขอยอมตายอยู่ตรงนี้นี่แหละ

สุเทวี                    เพคะ เพคะ หม่อมฉันให้สัญญา พระองค์รีบเสด็จหนีไปเสียก่อน เถอะเพคะ  ไปซิเพคะ

(เจ้าชายกังสดาลกระโดดหนีออกไป สุเทวียืนข่มความตกใจอยู่คนเดียว เสียงยังดังเอะอะอยู่                                        กล้องโคลสหน้าสุเทวี ภาพค่อยเบลอร์ออฟซีนเสียงเจ้าชายกังสลเล่าถึงอดีต)

(เสียงเจ้าชายกังสดาล)     นับจากวันนั้นมา เจ้าหญิงก็เสด็จมาพบข้าที่อุทยานทุกวัน และเราก็รักกัน นับวันคามรักของเราก็ยิ่งจะเพิ่มพูนขึ้น     แต่ความลับย่อมไม่มีวันปิดได้ ในที่สุดก้มีผู้สงสัยว่าเจ้าหญิงลอบมาพบกับข้า และคนคนนั้นก็คือเสด็จพ่อและคู่หมั้นของเจ้าหญิง

(ภาพเบลอร์อินมาเป็นหน้าของเจ้าชายสุริยัน ใบหน้ามีแววบึ้งตึงด้วยความโกรธ ใช้ฉากห้องโถงในท้องพระโรง)

สุริยัน                    พี่ได้ข่าวว่าน้องหญิงลอบไปพบกับศัตรูของเราในสวน พี่อยากทราบว่าเป็นความจริงหรือไม่

(ตัดไปที่สุเทวี ก้มหน้าไม่ตอบ)

(ตัดไปที่สุริยัน)

สุริยัน                    พี่เสียใจที่น้องหญิงมิได้คำนึงถึงศักดิ์ศรีของเรา น้องหญิงมิใช่คนตัวเปล่า น้องหญิงมีพี่(ตบอกตนเอง) แล้วเจ้าชายกังสดาล น่ะเป็นใคร ราชศัตรูของเรา ของจ้าพ่อ ของจันทรานคร

(สุเทวีร้องไห้)

สุเทวี                    เจ้าชายกังสดาล มิใช่ศัตรูเพคะ เจ้าพี่

สุริยัน                    เราสองนคร จันทรานคร และประถมนคร ชายแดนติดดัน กระทบกระเทือนรบราฆ่าฟันกันมาไม่รู้กี่ชั่วอายุคน แล้วน้องหญิงยังจะพูดว่าไม่ใช่ศัตรูอีกรึ

สุเทวี                    เจ้าชายมาฉันท์มิตร พระองค์ทรงตั้งใจจะมาเจรจาเพื่อร่วมกันสร้างมหาเจดีย์อันศักดิ์สิทธิ์ เป็นสัญญลักษณ์ทางพระพุทธศาสนาเป็นสัญลักษณ์แห่งสันติสุขว่าต่อไปนี้สองนครจะไม่เป็นศัตรูกันอีกต่อไป

สุริยัน                    จะเป็นทองแผ่นเดียวกัน(เสียงเยาะ)

(สุเทวีก้มหน้า)

สุริยัน                    แต่พี่ขอบอกว่า ยอมไม่ได้

สุเทวี                    แต่เจ้าพี่องค์เดียวเท่านั้น ที่จะเป็นผู้บันดาลให้เรื่องนี้ลงเอย ด้วยสันติ หรือด้วยสงคราม เสด็จพ่อเชื่อเจ้าพี่องค์เดียว

สุริยัน                    แต่พี่ยอมไม่ได้

สุเทวี                                   นี่หรือเพคะ ที่เจ้าพี่เคยบอกเคยบอกกับหม่อมฉันว่า รักหม่อมฉันเท่าชีวิต หม่อมฉันไม่ต้องการสงคราม หม่อมฉันต้องการพระมหาเจดีย์ ระหว่างสองนคร เพื่อสันติสุขและความร่มเย็นของประชาชน ได้โปรดเถิดเพคะ ถ้าเจาพี่รักหม่อมฉัน ทำไมเจ้าพี่จะทำเพื่อหม่อมฉันไม่ได้

(สุริยันถอนใจ กอดอกหน้าบึ้ง สุเทวีไปยืนร้องไห้อยู่ห่างๆ )

สุริยัน                    น้องหญิงจะให้พี่ทำยังไง

(สุเทวีวิ่งเขามาหาด้วยความดีใจ)

สุเทวี                    พบกับเจ้าชายกังสดาล ตกลงเรื่องสร้างพระมหาเจดีย์เพคะ

กังสดาล               วันสุดท้าย เจ้าชายกังสดารคนนี้ไปตามกำหนดนัด แต่แทนที่จะพบเจ้าหญิง กลับพบทหารมาคร่าเอาตัวไป ข้าต่อสู้อย่างสุดฤทธิ์ ข้าเรียกหาน้องหญิง และเธอก็มาทันเวลา มาดุข้าขาดใจ

(ตัด ไปที่กังสดาล ที่แขวนไว้ ภาพค่อย ๆ เลือนไป)

 

ฉาก                       ๕ สวนดอกไม้

เวลา                      กลางวัน

กล้อง ขึ้นที่สุเทวีกำลังร้องไห้คร่ำครวญ เจ้าชายกังสดาลนอนหายใจระรวยอยู่กับพื้น รอบๆ มีทหารยืนอยู่

สุเทวี                    เป็นความผิดของหม่อมฉันเอง ที่หลงกลเจ้าพี่สุริยัน

กังสดาล               สุดที่รัก ข้าจะคอยเจ้าหญิง เมื่อไรกังสดาลขานยามในอุทยานแห่งนี้ ขานเพราะเจ้าหญิงเคาะมัน พี่จะมา มาตามเสียงแห่งความรักเรียกร้อง…แม้ ข้าจะไปอยู่แห่งไหน ข้าจะมา…

(เจ้าชายกังสดาลสะดุ้งเฮือก ขาดใจ เจ้าหญิงสุเทวีร้องไห้โฮ ผวาเข้ามากอดศพแน่น)

(ตัด)

 

มาฉากที่ ๖           ห้องนอนสุเทวี

วลา                       กลางคืน

กล้อง                     ขึ้นที่เจ้าชายกังสดาร ยืนกอดอก หัวเราะ

กังสดาร                เห็นไม๊ ในที่สุดข้าก็กลับมาจริง ๆ ตามคำมั่นสัญญา

(ตัด ไปที่สุเทวี ตกใจ)

สุเทวี                    ผี/ ผี/ผี

(ตัดไปที่กังสดาล)

กังสดาล               ในที่สุดเราก็พบกันในมิติที่ ๔ ตรงนี้ เป็นมิติที่สี่ กระแสร์วิญญาณที่ผูกผัน รอคอยในอดีต กระแสร์จิตมนุษย์ที่ผูกผันต่อกันในปัจจุบันย่อมจะพบกันได้

เสียงกังสดาลขานยามแว่ว ๆ อีกห้าครั้ง เสียงไก่ขน ภาพเจ้าชายกังสดารค่อย ๆ เลือนหายไป คงเหลือแต่สุเทวียืนงงอยู่คนเดียว

ฉากที่ ๗               ห้องนอนสุเทวี

เวลา                      กลางคืน

กล้อง                    ขึ้นที่สุเทวีกำลังโทรศัพท์

สุเทวี ต่อกรุงเทพฯค่ะ หกโทสีเก้าหนึ่ง พูดกับกัลยาณีค่ะ กัลยาณีเรอะ ฉันเห็นจ๊ะ เห็นเจ้าชายกังสดาล โธ่/เห็นจริงๆ ….เจ้าชายกังสดาล เขามากับเสียงกังสดาลที่ฉันเคาะให้เธอฟังยังไงล่ะ  ฝันรึ  เปล่า  ไม่ได้ฝัน ฉันตื่นอยู่ตลอดเวลา ตื่นอยู่จนขณะนี้ โธ่ กัลยาณี มาเถอะ ฉันกลัว ขึ้นรถมาเดี๋ยวนี้นะ เขาบอกฉันว่า สุดที่รัก ในที่สุดเราก็พบกัน ตรงนี้เป็นมิติที่ ๔ กระแสร์วิญญาณแห่งการผูกพันต่อกันย่อมจะพบกันได้ เธอเข้าใจไม๊ กัลยาณี มิติที่ ๔ มิติที่ ๔ กัลยาณี มันเป็นมิติที่ ๔

(ให้ภาพค้างไว้ตรงหน้าสุเทวีที่แสดงถึงความตกใจและตื่นเต้น)

เฟคเอ้าท์

อวสาน