สารคดี ข้อคิดในคณิตศาสตร์แผนใหม่

ข้อคิดในคณิตศาสตร์แผนใหม่

 

                                                                                    สลวย  (คุปตาภา)  โรจนสโรช

 

ข้าพเจ้าได้ยินผู้ปกครองพูดว่า  “เด็กมศ.1  ก็เรียนคณิตศาสตร์แผนใหม่กันแล้ว”  และตกอกตกใจในการที่ลูกหลานเรียนคณิตศาสตร์แผนใหม่  ข้าพเจ้ามีความสงสัยเป็นพ้นไป  ในเมื่อหลักสูตรคณิตศาสตร์ยังไม่ได้เปลี่ยน  ยังคงใช้หลักสูตรปี  2503  ตำราเรียนก็ยังไม่ได้เปลี่ยน  สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพึ่งจะเริ่มทดลองการสอนคณิตศาสตร์สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4  ในปีนี้เอง  และโรงเรียนที่เริ่มทดลองก็มีไม่เกิน 10 โรง  นักเรียนที่ทดลองไม่เกินพันคน  แต่ผู้ปกครองก็โวยวายเสียแล้วว่า  นักเรียนได้เรียนคณิตศาสตร์หลักสูตรใหม่  จะมีโรงเรียนมัธยมแบบประสมเท่านั้นซึ่งก็ไม่มีโรงที่นำเรื่องเซทเข้าไปสอนในชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น  ทางผู้เชี่ยวชาญที่รับภาระให้เขียนตำราหลักสูตรใหม่ที่จะใช้ทดลองต่อไป  ยังไม่แน่ใจว่าควรจะนำเรื่องเซทเข้าสอนในระดับชั้นใด  และควรจะให้เรียนมากน้อยเพียงใด  อย่างไรก็ตาม  เห็นจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน  ข้าพเจ้าได้เคยเป็นศึกษานิเทศก์ของกรมสามัญศึกษา  (กรมวิสามัญศึกษาเดิม)  และได้มีโอกาสเป็นอาจารย์สอนคณิตศาสตร์ในระดับมหาวิทยาลัย  มีส่วนในการเป็นผู้เชี่ยวชาญในการเตรียมเปลี่ยนหลักสูตรคณิตศาสตร์ใหม่ของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ได้เห็นการเรียนการสอนในวิชาคณิตศาสตร์ทุกระดับและมีส่วนคลุกคลีใกล้ชิด  มีความรู้สึกว่า  การสอนคณิตศาสตร์ขั้นมหาวิทยาลัยน่าจะรักษามาตรฐานให้สูงตามเป้าหมาย  และนักศึกษาควรจะเรียนวิชาคณิตศาสตร์ในระดับมหาวิทยาลัยได้สบายใจกว่าเท่าที่เป็นอยู่นี้  ถ้าพื้นความรู้ในวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนสูงพอที่จะศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย  ปีหนึ่ง ๆ มีนักศึกษาต้องถูกออกไปจากมหาวิทยาลัยเพราะวิชาคณิตศาสตร์มีจำนวนไม่ใช่น้อย  นับเป็นการสูญเปล่าของชาติไปส่วนหนึ่ง  อาจารย์ระดับมหาวิทยาลัยมักจะคิดเอาว่านักศึกษาที่เข้ามหาวิทยาลัยนั้น  มีพื้นความรู้พร้อมที่จะศึกษาต่อในระดับนั้นแล้ว  ที่จริงเราจะต้องคำนึงว่า  ผู้ที่จบจากชั้นมัธยมศึกษาเข้าสู่มหาวิทยาลัยจะต้องปรับตัวเข้ากับสิ่งใหม่ ๆ ที่ไม่คุ้นเคยมาก่อน  แม้แต่การสอนของอาจารย์ในระดับมหาวิทยาลัยก็ไม่เหมือนกับในโรงเรียนมัธยม  เพื่อนก็เปลี่ยนไป  เต็มไปด้วยการแข่งขันมาจากต่างโรงเรียน  แต่ละคนมีความสามารถสอบแข่งขันกันเข้ามา

ข้าพเจ้าเห็นด้วยว่ามหาวิทยาลัยจะต้องตั้งมาตรฐานการเรียนการสอนให้สูง  จึงวางนโยบายเคร่งครัดในเรื่องเนื้อหาวิชา  จนผู้ที่ไม่พร้อมในเรื่องเนื้อหาวิชาเฉพาะสอบตก  อีกประการมหาวิทยาลัยนึกว่า  ต้องการให้บุคคลที่มีความรู้ความสามารถจริง ๆ ทั้งในด้านเนื้อหาวิชาและความคิด  เพื่อให้ออกไปประกอบอาชีพ  เช่นต้องการครูที่ได้รับการอบรมมาแล้วเป็นอย่างดีทั้งด้านเนื้อหาวิชาและวิธีสอน  เพื่อออกไปสอน  เมื่อมาติดขัดในเรื่องของความรู้ขั้นมัธยมศึกษาตอนปลายยังไม่สอดคล้องกับความต้องการของขั้นอุดมศึกษา  จึงจำเป็นที่จะต้องมีประนีประนอมยอมให้พบกันโดยมหาวิทยาลัย  จะต้องยอมลดมาตรฐานลงมาอย่าให้เคร่งครัดในด้านเนื้อหาสูงนัก  และขณะเดียวกันมัธยมศึกษาตอนปลายจะต้องพยายามที่จะปรับปรุงหลักสูตรของตนให้สูงขึ้นพอที่จะส่งนักเรียนของตนเข้าเป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัย  ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปขั้นหนึ่งก่อน  มหาวิทยาลัยและโรงเรียนจะต้องประสานงานกัน  ร่วมกันวางหลักสูตรโดยต่างต้องมีความเข้าใจในความต้องการของกันและกัน  โดยมีกระทรวงศึกษาธิการเป็นเจ้าของเรื่อง

ถ้าหากมีการวางหลักสูตรของทางฝ่ายมัธยมศึกษาตอนปลายและมหาวิทยาลัยให้สอดคล้องกันแล้ว  จะเกิดปัญหาต่อไปอีกนานัปการ  คือ

  1. ตำราเรียนและอุปกรณ์การสอนเพื่อช่วยในการเรียนการสอนในห้องเรียนจะต้องรีบทำ  การเขียนตำราเป็นของยาก  ตำราเรียนมิใช่ตำรากับข้าวที่บอกแต่เครื่องปรุงแล้วก็ไปทำเองได้  มีแบบฝึกหัดตามมานับร้อยเพื่อให้เกิดทักษะในการทำ  คณิตศาสตร์เป็นศาสตร์ที่มนุษย์สร้างขึ้น  เมื่อศึกษานั้นต้องการความเข้าใจ  และต้องการให้เกิดความคิดตามวิถีทางของวิทยาศาสตร์  คือต้องรู้จักสังเกต  เข้าใจพอที่จะรู้ว่าถ้าจะถามนั้นจะต้องถามอะไร  จะทดสอบอย่างไร  ตรวจสอบอย่างไร  ตำราจะต้องนำให้เกิดพฤติกรรมทางความคิดอย่างนี้  แบบฝึกหัดนอกจากจะต้องฝึกทักษะ  ยังต้องฝึกความจำ  การคิดคำนวณ  และต้องเป็นแบบฝึกหัดที่ท้าทายให้รู้จักนำไปประยุกต์  การสอนจะต้องเปลี่ยนจากการบรรยาย  การท่องจำ  และการทำแบบฝึกหัดซ้ำ ๆ มาเป็นวิธีการนำให้เกิดพฤติกรรมดังกล่าว

การเขียนตำราเท่าที่ทำกันก็จำเป็นที่จะต้องคัดลอกแปลจากภาษาต่างประเทศหรือดัดแปลงตัดทอนเอามา  ศัพท์เฉพาะวิชาบางคำยังเป็นภาษาอังกฤษที่ยังไม่สามารถหาคำภาษาไทยมาแทนได้  หรือยังไม่สามารถหาคำที่เหมาะสมมาแทนได้  นักเรียนจำเป็นที่จะต้องรับเอาศัพท์ที่ไม่ใช่ภาษาของตนเข้ามาจึงเกิดความไม่เข้าใจ  หรือจะเข้าใจก็ผิวเผินเลื่อนลอย  เช่น  โดเมน  เซท  แมปปิ้ง  ยูเนียน  อินเทอเซคชั่น  ฯลฯ  อีกประการศัพท์บางคำเมื่อแปลนำมาใช้เป็นภาษาไทยตามความหมายตรงกับภาษาอังกฤษ  แต่เกิดความหมายเปลี่ยนไปไม่เหมือนความเข้าใจในพื้นของภาษาทำให้นักเรียนสะดุดอยู่ที่คำนั้นไม่ยอมเข้าใจก็มีเช่นคำว่า  แปลเป็น  ”ความสัมพันธ์”  ในภาษาไทย  ถ้าพูดถึงความสัมพันธ์จะต้องมีต่อให้ครบความว่าความสัมพันธ์  ของอะไรและอะไรหรือกับอะไร  จึงจะครบ  ถ้า  “ความสัมพันธ์”  ห่วย ๆ อย่างนี้  แม้จะให้นิยามอย่างไรไว้ก่อนก็อดไม่ได้ที่จะสะดุดสงสัยทุกครั้งที่มีคำนี้  ปัญหาในทางภาษาจึงทำให้ต้องนำมาคำนึงถึงด้วย  หลักสูตรที่ดีจะต้องมีตำราที่ดีเป็นเครื่องสนับสนุน  แต่ปัจจุบันนี้จะต้องยอมรับว่า  ไม่สามารถจะทำได้

2.ครู  มีหลักสูตรใหม่  ตำราเรียนใหม่  วิธีการสอนใหม่  แม้ครูจะใหม่เพียงใดก็ตาม  สิ่งเหล่านี้แปลกไปจากที่เคยพบเห็นมา  ตำราเรียนจะดี  โปรแกรมการสอนจะดี  ก็จะเป็นเสมือนลัทธิใหม่สำหรับครู  ฉะนั้นจึงเป็นปัญหาว่า  เราจะต้องนำสิ่งที่มีในหลักสูตรใหม่เข้าไปสู่หลักสูตรการศึกษาของครูด้วย  การปรับปรุงการศึกษามาติดอยู่ที่ทัศนคติของครูมีต่อการปรับปรุงนั้น  ความสามารถของครูว่าจะปฏิบัติได้หรือไม่  และความรู้ของครู  ครูจะต้องยอมรับและกระตือรือร้นที่จะร่วมมือ  ดังนั้นมหาวิทยาลัยและสถาบันฝึกหัดครูทั้งหลายจะต้องร่วมมือ  เตรียมหลักสูตรสำหรับครู  เข้ามารับหลักสูตรมัธยมศึกษา

ปัญหาครูไม่ใช่ปัญหาเล็ก  เป็นปัญหาใหญ่มากทีเดียว  เมื่อข้าพเจ้าอยู่กองโรงเรียนราษฎร์ได้ใกล้ชิดกับครูโรงเรียนราษฎร์พอสมควร  และเพราะเหตุเป็นศึกษานิเทศก์ก็ใกล้ชิดกับครูโรงเรียนรัฐบาลมากเช่นกัน  การที่จะดึงครูมาสอนสิ่งที่นำเข้ามาใหม่ ๆ ในหลักสูตร  หรือวิธีการสอนใหม่ ๆ ที่จะให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการเรียนการสอนที่ต้องการนั้น  ครูที่จะมาใหม่ก็พอจะอาศัยสถาบันฝึกหัดครูได้  แต่ครูเก่าที่สอนมาแล้วจนชำนิชำนาญด้วยวิธีเก่า ๆ คณิตศาสตร์เก่า ๆ จะทำอย่างไร  คำตอบง่าย ๆ ก็คือ  อบรม  กระทรวงศึกษาธิการ  สถาบันต่าง ๆ เช่น  สมาคมคณิตศาสตร์  คุรุสภา  มหาวิทยาลัย  ฯลฯ  ช่วยกันอบรม  ข้าพเจ้าเองเคยมีหน้าที่จัดการอบรม  และจัดมาไม่ทราบว่ากี่ครั้ง  ครูโรงเรียนรัฐบาลก็ปรากฏว่า  บางคนรับการอบรมแล้วไม่ได้ไปสอนวิชาที่อบรมมา  เนื่องจากย้ายโรงเรียน  ย้ายงาน  ย้ายวิชาที่สอนบ้าง  เป็นต้น  ทางโรงเรียนราษฎร์ยิ่งเป็นปัญหาทวีคูณ  ครูที่โรงเรียนส่งมาอบรมย้ายโรงเรียนไป  เมื่อทางการเรียกโรงเรียนอื่นมาอบรม  หวังที่จะได้ครูชุดใหม่  กลายเป็นพบครูคนเดิมเพราะได้ย้ายโรงเรียนมา  โรงเรียนก็เลยเบื่อหน่ายไม่ใคร่จะยอมส่งครูเข้ารับการอบรม  ถ้าโรงเรียนจะต้องออกค่าใช้จ่ายในการอบรมให้โรงเรียนก็รังเกียจ  ถ้าครูออกค่าใช้จ่ายในการอบรมเองก็ยิ่งไม่ยอมเข้ารับการอบรม  แต่ถ้าทางการจะให้ใบแสดงวุฒิ  สามารถตีราคาเป็นเงินเพิ่มพิเศษให้ก็คงจะได้ผลคือครูมารับการอบรมมากขึ้น  อีกประการการอบรมในด้านเนื้อหาวิชานี้ต้องใช้เวลานานพอสมควร  ครูควรจะรู้ให้ลึกซึ้งกว่าที่มีอยู่ในตำราเรียน  ซึ่งจะต้องเพิ่มภาระหนักให้แก่ครูเนื่องในการอบรมนี้  ในบางประเทศเช่นประเทศแคนาดา  มีสัญญาการจ้างครูเป็นระยะสองปีหรือสามปี  ถ้าครูไม่มีคุณภาพพอก็อาจจะเลิกสัญญาจ้าง  ยังปรากฏว่า  มีครูคณิตศาสตร์ลาออก  เปลี่ยนอาชีพบ้าง  เปลี่ยนวิชาที่สอนบ้าง  ทั้งที่การเปลี่ยนหลักสูตรมัธยมของเขามีการเปลี่ยนเพียงเล็กน้อย  ในประเทศกรีซ  ซึ่งเป็นเสมือนเมืองบิดรของวิชาคณิตศาสตร์  ก็ยังเป็นปัญหาเรื่องการขาดแคลนครูคณิตศาสตร์แผนใหม่  ในประเทศไทย  ข้าพเจ้ายังสงสัยว่าเราจะเปลี่ยนแปลงได้สำเร็จเพียงใด

อุปสรรคในการเปลี่ยนแปลงหลักสูตรคณิตศาสตร์ไม่ใช่แต่เท่าที่กล่าวมาแล้ว  ยังมีอีกมากมายหลายประการ  เช่นปัญหาเรื่องเงิน  ปัญหาบุคลากร  ฯลฯ  ซึ่งข้าพเจ้าจะไม่นำมากล่าวในที่นี้  แต่จะขอนำให้ท่านผู้สนใจพิจารณาถึงปัญหาว่าทำไมเราจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงหลักสูตรคณิตศาสตร์โดยมาพิจารณากันถึงเนื้อหาในหลักสูตรเก่า  มิใช่ว่าเราอยากจะตามประเทศอื่นที่เขาเปลี่ยนกันไปแล้ว  เช่นเราใช้เรขาคณิตสังเคราะห์ของยูคลิตมานานปี  ถ้ากลับไปพิจารณาดูจะเห็นว่า  วิชานี้เริ่มมีมาตั้งแต่พุทธศตวรรษต้น ๆ หรือก่อนพระไคร์สเกิดตั้งสามร้อยกว่าปี  พีชคณิตที่ใช้ในระดับชั้นมัธยมศึกษาก็มีมาตั้งแต่คริสตศตวรรษที่  17  แต่เหตุการณ์ของโลกเปลี่ยนไปอย่างอุตลุตจนกระทั่งส่งจรวดไปลงดวงจันทร์ได้  ทุกวันนี้เราต้องเผชิญกับปัญหาทางเศรษฐกิจ  ธุรกิจใหม่ ๆ วิศวกรรม  อุตสาหกรรม  กสิกรรม  ประมง  และอื่น ๆ แม้แต่ลัทธิการปกครองก็เปลี่ยนแปลงไป  ในด้านคณิตศาสตร์เองก็มีคอมพิวเตอร์มามีบทบาท  เราจำเป็นจะต้องเตรียมคนหนุ่มคนสาวไว้เพื่ออนาคต  คณิตศาสตร์ไม่ใช่ศาสตร์ที่ตายแล้วอย่างภาษาบางภาษา  หากกำลังเจริญเติบโตงอกงามอยู่ตลอดเวลา  ฉะนั้นย่อมจะต้องมีพฤติกรรมใหม่ ๆ และวิธีการใหม่ ๆ เช่นเดียวกับมนุษย์เมื่อยิ่งเติบโตก็ยิ่งจะต้องประดับประดาให้สวยงดงาม  คณิตศาสตร์ก็เป็นนามธรรมขึ้น  ขอให้ย้อนกลับไปดูการเจริญงอกงามของวิชาคณิตศาสตร์  เมื่อสมัยสี่ร้อยปีก่อน  การบวกการลบด้วยเลขฮินดู-อารบิคใช้อยู่ในมหาวิทยาลัยสองสามแห่งเท่านั้นในยุโรป  การคูณถือว่าเป็นวิชาที่จำเป็นในการสอบเข้าเรียนมหาวิทยาลัยของอิตาลี  การหารจำนวนเต็มก็รู้จักใช้ในหมู่ผู้เชี่ยวชาญวิชาคณิตศาสตร์บางคน  เรขาคณิตยูลิคยังถือว่าเป็นวิชาหลักสำหรับวิชาปรัชญา  เมื่อสองร้อยปีมานี้เกิดมีเดคารทนำเรขาคณิตวิเคราะห์มาให้โทกคณิตศาสตร์รู้จัก  ต่อมาก็นิวตันและลิบนิทซ์สร้างวิชาแคลคูลัสขึ้นมา  ซึ่งแม้แต่ปราชญ์ทางคณิตศาสตร์ส่วนมากก็ยังไม่รู้จัก  เมื่อต้นคริสตศตวรรษที่  19  นี้เอง  มีความจำเป็นที่จะต้องศึกษาคณิตศาสตร์ธุรกิจ  เรขาคณิตปฏิบัติพีชคณิตและตรีโกณมิติ  ต่อมาเมื่อเกิดมีการคิดเครื่องจักรไอน้ำและเครื่องยนต์เผาไหม้ขึ้น  วิชาแคลคูลัสก็กลายเป็นวิชาสำคัญที่จะต้องนำเข้ามาศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย  เพื่อปูพื้นฐานให้แก่วิชาคณิตศาสตร์ชั้นสูง  สิ่งเหล่านี้เกิดมีความสำคัญขึ้นตามความต้องการของวงการอุตสาหกรรม

บัดนี้มาถึงสมัยพลังงานปรมาณู  และคอมพิวเตอร์เข้ามาสู่ในวงการสังคม  และมีวิทยาศาสตร์ใหม่ที่มีคณิตศาสตร์เป็นพื้นฐาน  วิชาคณิตศาสตร์จึงต้องปรับตัวตามไปด้วย  และกลายเป็นวิชาที่แทรกแซงอยู่ทั่วไปในทุกสาขาวิชา  ได้แก่วิชาสถิติเป็นต้น

ความจริงคณิตศาสตร์ที่ว่าใหม่หรือแผนใหม่ก็ไม่ได้ใหม่เกิดมาเมื่อห้าสิบปีหรือร้อยปีที่แล้วมาเอง  หากแต่ได้นำมาประยุกต์ให้สามารถแก้ปัญหาทางสังคมวิทยา  จิตวิทยา  เศรษฐกิจและ  ฯลฯ

เมื่อมีความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนหลักสูตรคณิตศาสตร์  ก็ต้องมาพิจารณาถึงปัญหาว่า  ควรจะเปลี่ยนอะไรที่ไม่จำเป็นออกเสีย  และนำสิ่งที่มีความจำเป็นเข้ามาแทน  แต่จะเปลี่ยนในระดับใด  เท่าที่กล่าวมาแล้วก็เป็นการแสดงความจำเป็นว่าเราจะต้องเปลี่ยน  ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายเพื่อวางพื้นฐานให้แก่นักศึกษาที่จะเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย   แต่เมื่อเปลี่ยนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายก็ย่อมจะมากระทบกระเทือนถึงหลักสูตรคณิตศาสตร์ของมัธยมศึกษาตอนต้นซึ่งจะต้องเตรียมส่งต่อให้ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายต่อไป  จึงเกิดปัญหาว่าควรจะเอาอะไรไว้และเอาอะไรออก  และมีความจำเป็นหรือไม่ที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงมากมายให้เป็นคณิตศาสตร์แผนใหม่อย่างที่เข้าใจกัน  เช่น  เรื่องเซท  จะนำเข้ามาเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นหรือไม่  ถ้าจะเรียนให้เรียนถึงแค่ใด  แล้วระดับประถมศึกษามีความจำเป็นอย่างไรที่จะต้องเปลี่ยนให้เป็นคณิตศาสตร์แผนใหม่  ในเมื่อนักเรียนที่จบออกไปแล้วไม่เรียนต่อ  มีการศึกษาบังคับเพียงแค่ประถมศึกษาตอนต้นหรือตอนปลาย  จะให้เรียนคณิตศาสตร์เพื่อให้เกิดความเข้าใจในเนื้อหาและวิธีท่วงทำนองของวิชานี้เพียงใด  ขณะนี้กรมสามัญศึกษาได้มีการทดลองเปลี่ยนในโรงเรียนทดลองของประถมศึกษา  นำเรื่องเซทมาสอนเพื่อให้เข้าใจถึงการบวกลบ  ถ้าเอาไปเพื่อนำไปสู่เรื่องการบวกการลบโดยไม่คำนึงถึงหลักวิชาของเรื่องเซทอย่างถูกต้องก็ไม่มีปัญหา  แต่ความจริง  ปรากฏว่าบางคนเอาไปสอนผิดหลักวิชาของเซทไป  ก็น่าจะห่วงใย  ถ้าผู้เรียนเกิดไปเรียนต่อ  และได้รับการปูพื้นมาผิด ๆ ความจริง  ถ้าจะสอนให้เข้าใจในวิชาคณิตศาสตร์ที่จะเอาไปใช้กับชีวิตประจำวันก็ไม่จำเป็นจะต้องไปยุ่งยากกับเรื่องของเซทและเรื่องของเลขต่างฐานให้เสียเวลา  เพียงแต่นำวิธีการสอนอย่างอื่นที่รู้ ๆ กันอยู่แล้วไปปรับปรุง  ให้สอนให้ดีขึ้นก็นับว่าใช้ได้  ดีกว่าที่จะต้องมาเสียเวลากับเรื่องใหม่ ๆ แล้วก็ไม่ได้ใช้ต่อไป

การเปลี่ยนแปลงใด ๆ เป็นดาบสองคม  และอาจจะเป็นภัยถ้าไม่พร้อมที่จะรับการเปลี่ยนแปลงนั้น  ฉะนั้นน่าที่จะคิดถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะมีการเปลี่ยนแปลงในระดับประถมศึกษา  มัธยมศึกษาตอนต้น  หรือตอนปลาย  อีกประการจะเปลี่ยนกันแค่ไหน  และเพียงใดถ้ามีการเปลี่ยนแปลงจะต้องมีอุปกรณ์อะไรบ้างที่จะต้องพร้อมเพื่อการเปลี่ยนแปลงนั้น  คือ

  1. เงินที่จะใช้ในการอบรมครูซึ่งมีจำนวนไม่ใช่น้อย
  2. บุคลากรที่จะใช้ในการอบรมครู
  3. ครูที่จะมีทัศนคติที่ดีต่อการเปลี่ยนแปลงคณิตศาสตร์มาสู่แผนใหม่  และควรจะต้องมีอุปการะเสียสละเพื่อการนี้
  4. ตำราและอุปกรณ์การเรียนการสอนคณิตศาสตร์ที่เปลี่ยนไป

ปัญหาเรื่องคณิตศาสตร์ใหม่ ๆ เก่า ๆ มีมาแล้วในต่างประเทศ  และมีบทความประท้วงการสอนคณิตศาสตร์แผนใหม่กันประปราย  เช่น  บทความเรื่อง  จอนนี่บวกไม่เป็น  บางโรงงานไม่ยอมรับเด็กที่จบจากโรงเรียนที่สอนคณิตศาสตร์แผนใหม่เข้ามาทำงานในโรงงาน  และผู้ปกครองจำนวนหนึ่งไม่ยอมให้บุตรหลานของตนเรียนคณิตศาสตร์แผนใหม่  ทำให้บางโรงเรียนต้องกลับมาสอนคณิตศาสตร์เก่า ๆ ด้วยวิธีการเก่า ๆ หากแต่ปรับปรุงให้ดีขึ้น  ความจริงคณิตศาสตร์ในระดับประถมก็คือคณิตศาสตร์เก่า  มีบวกลบคูณหาร  ให้เกิดความเข้าใจและเกิดทักษะสามารถนำเอาไปใช้ในชีวิตประจำวันได้  แต่นักการศึกษาด้านคณิตศาสตร์เห็นว่าควรจะนำบางเรื่องเช่นเรื่องของเซท  และเลขต่างฐานะมาสอนแล้วจะเข้าใจดีขึ้น  เรียกว่ามีวิธีการแบบใหม่มาสอนเพื่อให้เกิดความเข้าใจดีขึ้น  และรู้จักคิดขึ้น  แต่อาจจะเป็นความผิดพลาดของครูหรือวิธีสอน  ผลจึงเป็นอย่างที่มีผู้คัดค้าน  และอีกประการ  เด็กยังเล็กเกินกว่าจะเข้าใจในธรรมชาติของคณิตศาสตร์ในระดับชั้นใด  ความต้องการของเราในระดับการศึกษาภาคบังคับคือการเตรียมเอาวิชาคณิตศาสตร์ไปประยุกต์กับชีวิตประจำวัน

ข้าพเจ้ามีความเห็นว่า  ปัญหารีบด่วนของกระทรวงศึกษาธิการไม่ได้อยู่ที่การเปลี่ยนหลักสูตรคณิตศาสตร์ในระยะนี้แม้จะมีความเห็นจากนักวิชาการว่าจะต้องเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอนก็ตาม  ข้าพเจ้าเห็นว่าการเปลี่ยนหลักสูตรในวิชาอื่นมีความจำเป็นยิ่งกว่าและรีบด่วนกว่า  บางคนอาจจะอ้างว่าเมื่อมีความจำเป็นจะต้องเปลี่ยนแปลงก็นำเอาคณิตศาสตร์แผนใหม่เข้ามาเสียจะดีกว่าและรวดเร็วกว่า  แต่กระทรวงศึกษาธิการก็ไม่สามารถจะทำได้พร้อม ๆ กันไปอย่างแน่นอน  เพราะขาดกำลังเงิน  และอื่น ๆ อีกหลายประการ  เรียกว่ากระทรวงศึกษาธิการยังไม่พร้อม  คือ

  1. กระทรวงศึกษาธิการมีความจำเป็นที่จะต้องขยายโรงเรียนทั้งจำนวนโรงเรียนและชั้นเรียนเพื่อให้เพียงพอกับจำนวนเด็กที่เพิ่มขึ้น  ทั้งในภูมิภาคและในส่วนกลาง  โดยเฉพาะการศึกษาภาคบังคับ  และเมื่อเพิ่มจำนวนชั้นและโรงเรียนที่จะขยายก็จำเป็นต้องเพิ่มครูตามไปด้วย
  2. กระทรวงศึกษาธิการจำเป็นที่จะต้องพิจารณาถึงความจำเป็นของวิชาบางวิชาอย่างรีบด่วน  จำเป็นที่จะต้องเอาหลักสูตรของบางวิชาที่ล้าสมัย  และใช้ไม่ได้อย่างจริงจังออกและเปลี่ยนใหม่ให้ทันกับความต้องการและสังคมของประเทศไทย  เช่นวิชาหน้าที่พลเมือง  ว่าด้วยการปกครองระบอบประชาธิปไตย  การสงวนรักษาทรัพยากรธรรมชาติ  ตลอดจนศิลปและวัฒนธรรม  และศีลธรรม  แม้แต่ภาษาไทยเราก็ยังฝึกทักษะไม่เพียงพอ  จึงปรากฏว่าเด็กที่จบจากชั้นประถมศึกษาภาคบังคับไปแล้วยังมีอ่านหนังสือไม่ออก  เขียนหนังสือไม่ได้อยู่เป็นจำนวนไม่ใช่น้อย  ที่ข้าพเจ้าว่าอ่านไม่ออกคืออ่านแล้วไม่เข้าใจ  ผสมตัวอาจจะได้  ส่วนเขียนนั้นก็คือเขียนแล้วอ่านไม่รู้เรื่องนั่นเอง  แต่บุคคลพวกนี้สามารถใช้คณิตศาสตร์ในชีวิตประจำวันได้  ส่วนมากคิดกันว่า  การสอนวิชาที่มีความจำเป็นอย่างรีบด่วนนี้ไม่ต้องใช้อบรมครู  แต่ข้าพเจ้ากลับคิดว่า  การอบรมครูในวิชาดังกล่าวนั้นสำคัญยิ่งกว่า  มีวิธีสอนการสอนอย่างไรเด็กจึงจะไม่เบื่อวิชาเหล่านี้  และครูที่สอนรู้ดีพอที่จะสอนเด็กให้เข้าใจและมีความรู้ลึกซึ้งพอจะชักจูงเด็กให้เลื่อมใสแล้วหรือยัง  งบประมาณสำหรับการอบรมจึงควรจะทุ่มเทให้แก่วิชาที่รีบด่วนเหล่านี้ก่อน

ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับหลักสูตรคณิตศาสตร์  ที่เห็นควรจะต้องปรับปรุง

  1. เนื้อหาวิชาใดที่ล้าสมัยคือไม่ใช้กันแล้วควรจะตัดทิ้งไปได้  เช่น  มาตราเงิน  ต่างประเทศบางประเทศเลิกกันไปแล้ว  และมีความจำเป็นเพียงใดที่จะให้เด็กทั่วประเทศรู้จักใช้เงินแตกเงินทอนเงินของชาติอื่น  ปรับปรุงเนื้อหาที่มีอยู่ให้สอดคล้องกับสิ่งที่จะต้องพบในชีวิตประจำวันให้มาก  และแบบฝึกหัดควรจะท้าทายให้เกิดความเข้าใจในการนำไปใช้
  2. สถาบันฝึกหัดครูควรจะรีบเปลี่ยนหลักสูตรรับคณิตศาสตร์ใหม่ที่จะต้องเข้ามาเป็นการเตรียมครูไว้แต่เนิ่น ๆ
  3. หลักสูตรวิชาคณิตศาสตร์ซึ่งเป็นวิชาชุดครูของคุรุสภาควรจะเปลี่ยนให้เป็นแผนใหม่  เนื้อหาใหม่  เตรียมรับหลักสูตรใหม่  และการเปิดการอบรมแต่ละครั้งควรจะอบรมคณิตศาสตร์ใหม่ ๆ