สารคดี คนยุคนำแข็ง

คนยุคน้ำแข็ง

The way we were

จาก News week Nacemlce 10, 1986

คนยุคน้ำแข็งตอนหลังได้สร้างภาษา ,ศิลปะ  และดนตรี และปูพื้นฐานของ

การค้า, การศาสนา, การแบ่งชั้นวรรณะ  -ความนิยม

                            เย็นวันหนึ่งเมื่อ17,000ปีมาแล้ว  เด็กผู้ชายคนหนึ่งหยุดยืนอยู่บนคันแคบๆบนสันเขาหินชั่วระยะหนึ่งก่อนจะปีนลงมา  เขามองมายังเบื้องล่างตรงธารน้ำซึ่งในปัจจุบันอยู่ทางตอนใต้ของฝรั่งเศสสายตาของเขาทอดลงมายังพื้นดินเบื้องล่างซึ่งเป็นทุ่งหญ้าที่กวางเรนเดียรถ์กินหญ้าอยู่ขอบฟ้าโพ้นมายังบ้านของชนเผ่าเขาตั้งอยู่ใกล้ฝั่งแม่น้ำ  แล้วก็ตะกายลงไปในถ้ำที่มีหมอผีและหัวหน้ากลุ่มชนอื่นคอยอยู่ – ยืนหยุดนิ่งอยู่บนพื้นหินอันเย็นเฉียบ  แสงไฟตะเกียงไขมันริบหรี่ทำให้มองไม่ใคร่จะชัดเป็นเงาเหมือนกวางตัวใหญ่เขาเป็นพวงเข้ามา  วัวป่าทำท่าขยับตัวโตตั้ง18  ฟิต  ม้าสีดำแดงบนเพดานทำท่าเตรียมที่จะเข้าต่อสู้  หัวหน้ากลุ่มชนซึ่งแต่งตัวด้วยหนังและหัววัวกระทิงหลบคอยอยู่ในความมืด        จนกระทั่งเงาน่ากลัวได้ผ่านไปแล้ว  จึงได้พาเขาเข้าไปในห้องใต้ดินอวดประวัติของคนเผ่าตน  ซึ่งเป็นธรรมเนียมและเป็นเกียจความรู้ที่ตกทอดกันมา  ซึ่งถือว่ามีความสำคัญยิ่งกว่าสิ่งใดที่ได้รับตกทอดสืบสายกันมา

ไม่มีใครรู้ว่าเป็นพิธีกรรมที่ทำความรู้จักสมัยนั้นได้เกิดขึ้นในถ้ำที่ลาโ ซ

ประเทศฝรั่งเศสหรือไม่  แต่นักมนุษย์วิทยาว่ามันเป็นการวางรากฐานของความรู้จักกันในมนุษย์สมัยแรกๆ  นักจิตวิจัยครั้งหนึ่งเคยยกว่าระยะ  35000ปี  ถึง10000ปีมาแล้วเป็นยุคมืดของวิวัฒนาการมนุษย์ชาติ  นักมนุษย์วิทยาว่า  ยุคน้ำแข็งตอนหลังเป็นยุคเริ่มแรกแห่งวัฒนธรรมมนุษย์  มีความก้าวหน้าในเทคโนโลยีและศิลปะก้าวหน้าขึ้น  ช่วงระยะ  25000ปีนี้ –รู้จักกันว่าเป็นยุค upper Paleolithic (ยุคที่มนุษย์ใช้หินเป็นเครื่องมือ)   ซึ่งก้าวหน้ากว่าเมื่อสองล้านปีที่ได้มีการใช้หินมาทำเครื่องมือ

ในยุคน้ำแข็งยุคหลังนั้นมนุษย์รู้จักสร้างภาษา  ศิลปะ  และดนตรี  ตลอดจนวางรากฐานของการค้า  และการแย่ง  และความนิยม  ระยะนี้เป็นพวกจากยุคของมนุษย์ครึ่งคนครึ่งลิงเรียกว่า Neandcithai ลักษณะแตกต่างมาถึงมนุษย์โบราณของเราเรียกว่า Go-magnon ก้าวเข้ามาในมนุษย์สมัยปัจจุบัน ชนิดเต็ม ตัว

ผลแห่งการสร้างสรรค์ครามนั้นยุคนั้นชาวอเมริกันได้นำมาเก็บแสดงไว้ที่พิพิธภัณฑ์สถานในกรุงนิวยอร์ก  เรียกว่า  Bleak cauer, Bcight uiviong

นิทรรศการเรื่องยุคหลังของยุคน้ำแข็ง  มีตลอดกลางเดือนมกราคมจนสิ้นเดือนแสดงศิลปะและสิ่งที่มนุษย์ทำขึ้น  ส่วนใหญ่ยืมมาจากพิพิธภัณฑ์สถานฝรั่งเศส  วัตถุที่แสดงเป็นศิลปะจากสิ่งที่มีตัวตนมาจนถึงสิ่งที่ไม่มีตัวตน  มีการระบุระเบียบแบบแผน  การทำแสง  การทำพิธีฝังศพ  แม้เรื่องลามก  มีสิ่งที่เหลืออยู่เป็นพวกซากต่างๆ  หรือกระดูก  หิน  ซึ่งแสดงถึงวิถีชีวิต   เมื่อสามศตวรรษมาแล้ว  และวิถีที่เราถูกกำหนดให้กลายไปเป็นอย่างนี้

การเริ่มความเป็นมนุษย์สมัยใหม่  ไม่เพียงแต่ทำให้นักวิชาการทึ่งแต่ยังเป็นสิ่งหนึ่งที่สนใจกันอย่างกว้างขวาง  คนพวกนี้เป็นบรรพบุรุษของพวกเราในปัจจุบัน  เป็นผู้ประดิษฐ์ต่างๆ

คนพวกนี้เป็นใคร  เป็นพวกที่อยู่ในยุคน้ำแข็งยุโรป  ผู้ได้รูปวาดและรูปปฏิมากรรมของแมมมอทขนปุยนั้น  การตั้งชื่อสถานที่ในฝรั่งเศสที่ขุดพบซากศพของชนพวกนี้  มองคล้าย  Neanderthals    เล็กน้อย  แต่ในสายเลือดต่างหากจากเรื่องของรูปลักษณะและสติปัญญาพวกใครแมกโนสรูปร่างล่ำสันน้อยกว่าพวก Neanderthals    คอและบ่าไม่มีกล้ามเนื้อเป็นหนอก   กระดูกแข็งหนา    หัวใหญ่  คิ้วหนา  แม้สมองจะไม่โตกว่าของพวกเนอันเดอทัล  แต่ตอนโหนกด้านหน้าซึ่งเป็นส่วนของเหตุผลนั้นใหญ่กว่า  และพัฒนากว่าจึงทำให้พวกโคแมกนอสเป็นคนมีสมรรถภาพในทางความคิด   การปรับปรุงและการประดิษฐ์      และที่มีหลักฐานคือพวกเนอานเดอทัลมีอายุในราว  40โดยเฉลี่ย  แต่พวก  โครแมกนอส  มีอายุเฉลี่ย  60นานพอที่จะถ่ายทอดความรู้ที่สะสมไว้ให้ตกทอดมายังคนรุ่นหลัง

พวกโครแมกนอสมาแทนที่เนอันเดอรทัลประมาณ 35000ปีมาแล้ว  คนชนิดใหม่ได้เข้าไปในยุโรป      และฆ่าบรรดาพวกพิระมิดที่เก่าๆ  แต่หลักฐานซากเก่าแก่ดึกดำบรรพ์ได้พบว่าแย้งข้อสรุปนี้  นักมนุษย์วิทยา  ได้ติดตามต้นตระกูลของมนุษย์พันธ์แมกโนสไปยังทางใต้ของอาฟริกา   ซึ่งมนุษย์ส่วนหนึ่งใหม่ส่วนหนึ่งเก่า  ว่าเกิดขึ้นมาเมื่อ70000 ปีแล้วแล้วธรรมชาติก็ค่อยๆวิวัฒนาการมนุษย์ให้ปรับตนเอง  เหมาะสมกับความอยู่รอด    เช่นสมองก็ปรับให้เจ้าความคิดขึ้น  การวิวัฒนาการปรับขึ้นมาเรื่อยๆจนกระทั่งปัจจุบัน

สายพันธุ์ใหม่นี้เกิดในอาฟริกาใต้เมื่อ50000ปีมาแล้ว  และตะวันออกกลางเมื่อ40000ปีมาแล้ว  ในยุโรป  สองสามพันปีหลังจากนั้น  นักมนุษย์วิทยาบางคนยังสงสัยว่าเป็นการอพยพหรือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงจากการผสมพันธุ์กันระหว่างพวกมนุษย์เก่าและพันธุ์โครแมกนอน  กันแน่เพราะได้มีการขุดค้นมนุษย์ที่เกิดจากการผสมพันธุ์กันระหว่างสองพันธ์นี้

หลายล้านปีต่อมาหากเอาพวกมนุษย์โครมานอนมาตัดผม  โกนหนวด  แล้วสวมเสื้อชุดสูทแล้วเอามาเดินในถนนที่กรุงปารีส  จะไม่มีใครรู้เลยว่าใครเป็นใคร  ครั้งหนึ่งที่พวกโครมานอนมาถึงยุโรปนั้นมีความแตกต่างจากมนุษย์พวกเนอันเดอรทัลมากมายเป็นการเปลี่ยนกันโดยสิ้นเชิงไม่มีการผสมพันธุ์ระหว่างสายเลือด

ทางด้านยูเรเชีย  โครแมกนอนสร้างถิ่นฐานจากทะเลเมดิเตอเรเนียนมาจนถึงทะเลบอลติก  ตอนนั้นอังกฤษ   โปแลนด์   และแอลป์  และส่วนใหญ่ของรัสเซีย  แต่อากาศยุโรปนั้นเย็นสบาย  และชีวิตสัตว์อุดมสมบูรณ์และกระจายไปสู่เกมปารค์ในอาฟริกา  เพื่อความได้เปรียบพวกยุคน้ำแข็งสร้างถิ่นฐานของตนในแผ่นดินที่ต่ำกว่าและร้อนกว่า  ซึ่งคล่อมทางอพยพของพวกกวางเรนเดียรและสัตว์อื่นๆ     ไม่ได้อาศัยอยู่ตามถ้ำ  หากอยู่ตามหินธรรมชาติหรือสร้างบ้านด้วยไม้  หิน  กระดูก  หรือหนังสัตว์

พวกยุคน้ำแข็งยุคหลัง  มักจะอยู่ในที่พักแรมกลางแจ้งสบายๆมีเตาผิงมีก้อนหินปูพื้น  ซึ่งเป็นฉนวนอย่างดีในฤดูหนาว  มีวิธีการตกแต่งอย่างดีคือ  เผ่าหินกรดให้ร้อนแล้วโรยบนดินซึ่งเย็นจนแข็ง  หินก็จะละลายพื้นดินที่แข็งด้วยความเย็นจัดผนึกแน่นจนกลายเป็นพื้นแข็ง  โครแมกนอนสร้างที่อยู่ให้เหมาะสมอยู่สบายตามฤดูของอากาศ  มักจะสร้างในที่สูงเพื่อจะมองเห็นพวกฝูงสัตว์ที่อพยพเข้ามาหากิน  75เปอร์เซ็นของที่อยู่หันหน้าทางทิศใต้เพื่อได้อาศัยความได้เปรียบจากแสงอาทิตย์

ประมาณ  17000ปีมาแล้ว  นักล่าสัตว์ยุคน้ำแข็งได้สร้างแหลนขึ้นใช้เพื่อจะได้พุ่งได้เร็วดีกว่ามือเปล่า  ในด้านเกี่ยวกับเชือกนั้นปรากฏว่ามีแหใช้  และประสิทธิภาพในการล่าสัตว์ก็พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ  การเก็บรักษาอาหารนั้นใช้นำเนื้อสัตว์ที่ล่ามาแล้วเหลือกินไว้ในถ้ำเย็นๆซึ่งสามรถเก็บไว้ได้แรมเดือน  พวกยุคน้ำแข็งรู้จักปรุงอาหารโดยการทิ้งอาหารและหินร้อนๆลงไปในหลุม

พวกโครแมกนอน  รู้จักทำ  เครื่องขูด  ช่างแกะสลัก  เครื่องแทงหนังสัตว์และฉมวก  การใช้เข็มนั้นเกิดขึ้นที่ฝรั่งเศสตอนใต้เมื่อ  23000ปีมาแล้ว  แล้วก็แผ่ขยายไปทั่วยุโรป  ยุโรปอาศัยจากลูกปัดที่พบติดอยู่ที่โครงกระดูกเก่าที่ขุดพบ  นักมนุษย์วิทยาสรุปว่า  เสื้อทูนิคและปลอกขาทำให้พวกโครแมกนอนอุ่น   จากรูปสลักเราเห็นว่าพวกโครแมกนอนสวมเสื้อขนสัตว์ชนิดที่เรียกว่าปาร์กา  มีปลอกคอและมีข้อมือเสื้อ  มีรองเท้าหุ้มข้อหนังปกป้อง  เท้าของตน

จากหลุมฝังศพของพวกโครแมกนอนนี้ทำให้เชื่อได้ว่าพวกนี้มีความเชื่อเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยจะมั่นใจว่าตนจะต้องการอะไรเมื่อตายไป  จากหลุมศพร้อยศพตั้งแต่ยุค Uppcs Paleolithic    ปรากฏว่าไม่มีเครื่องเส้นเลย

แต่ในหลุมฝังศพเก่าที่  ใกล้กรุงมอสควา  อายุประมาณ 20000ปีเป็นศพชายคนหนึ่งแต่งตัวด้วยเสื้อทูนิค         ตกแต่งด้วยลูกปัดงาช้างถึง2000 เม็ด  มีศพเด็กอีกสองคนฝังอยู่ด้วยกันมีหอกงาลูกปัด อีก 8000เม็ด  มีการสวมกำไลเท้าและแหวน  ซึ่งแสดงว่าจะต้องมีตำแหน่งสูงในหมู่หรือเผ่าไม่ใช่การรวบรวมสินค้าแล้วนำมาสละฝังไว้ด้วยครอบครัวเดียว  ตระกูลนี้ทั้งตระกูลหรือจะเรียกว่ามีหลายครอบครัวซุ่งจะต้องมาเกี่ยวข้องกัน   เป็นเรื่องให้สะดุดใจถึงคนในชุมชนได้มาร่วมกันในยามเศร้าโศกเสียใจ  และทำให้คิดว่า  ทำไมจึงมีการฝังศพแตกต่างกันอย่างนี้

ร่างของเด็กสองคนถูกขุดขึ้นมาจากอิตาลี      ขดงอตัวด้วยกันคว่ำหน้าลง  ขณะที่ศพอื่นๆนอนเหยียดหงายหน้าขึ้น

เครื่องอัญมณีก็เช่นกัน  ที่มีเครื่องแสดงว่า  คนยุคน้ำแข็งหรือก่อนหน้านั้น  คิดว่าเครื่องประดับมีความสำคัญพอที่จะเสียสละเวลาอันมีค่านับร้อยๆชั่วโมงทำลูกปัดมาประดับด้วยเหตุผลในทางสังคมเช่นกัน

นักโบราณคดีได้ขุดพบเปลือกหอยทะเลและกระดูกแมมมอทซึ่งมีแหล่งอยู่ในแถบทะเลเมดิเตอเรเนียน  ในเขตทะเลอัมพันบอลติก  ซึ่งห่างจากแหล่งกำเนิดของสิ่งเหล่านี้นับร้อยๆไมล์ นักปราชญ์คิดว่ามนุษย์ในยุคน้ำแข็งนี้เดินทางข้ามยุโรปไปเอาของเหล่านี้ มา  อาจจะเป็นการแลกเปลี่ยนหรืออาจจะเป็นของให้แก่กันในการที่จะแต่งงานหรือมีพิธีกรรมต่างๆ  การหาคู่นั้นในหมู่คนในตระกูลหรือกลุ่มเดียวกันนั้นย่อมมีการจำกัด  ดังนั้นหากไม่มีการต่างกลุ่มออกไปก็ย่อมจะต้องมีการแสดงฐานะมั่งคั่งให้เห็น

การที่จะพบปะกันในบางเวลาหรือบางสถานที่นั้นจะต้องมีภาษาร่วมกัน  และจะต้องมีความเข้าใจในเรื่องเวลาและสถานที่แล้ว มีหลักฐานการวางเศษกระดูกและมีจุดวางต่างกระสวนกันนั้นแสดงถึงปฏิทินทางจันทรคติ  นักศึกษาก่อนประวัติศาสตร์เชื่อว่าคนพวกนี้จะต้องภาษาที่สื่อความหมายในความคิดได้  เป็นขั้นรากฐานในการเปลี่ยนแปลงชีวิตความเป็นอยู่   พวกโครแมกนอนมีอายุยืนขึ้น  สมาชิกที่แก่ที่สุดในตระกูลเป็นผู้ที่มีความรู้มากมายและมีความสามรถที่จะติดต่อสื่อสารได้  และพอที่จะให้ความปกป้องแก่ผู้อาวุโสในชุมชนได้หลังจากที่คนแก่เหล่านั้นไม่มีความสามรถที่จะฆ่าสัตว์หรือเก็บผลราสเบอรี่ได้แล้ว

ในการสำรวจถ้ำกว่าสองร้อยถ้ำได้พบว่า  คนโบราณนี้ใช้นั่งร้านในการวาดภาพที่อยู่ในระดับสูงถึงเพดานถ้ำ