ช้าง*
จาก Out it time out it Space Elephants
โดย Douglas H. Chadwick ยีออกราฟฟิคส์ แมกกาชีน พ.ค. 1991
สลวย (คุปตาภา) โรจนสโรช แปล
เขาท่องเที่ยวไปในท้องทุ่งบนขาอันเสมือนเสาฝ่าฝูงแมลงและฝุ่นตลบฟุ้งปานประหนึ่งหมอกจาง ๆ นกน้อยแอ่นโฉบฉาบไปมาอยู่รอบ ๆ มีนกปากห่างเกาะอยู่บนหลังเจ้ายักษ์ใหญ่มุ่งหน้าไปตามลำพัง บรรดาสัตว์ป่าใหญ่น้อยเช่นม้าหลายต่างก็พากันหลีกทางให้แก่โขลงช้างที่มุ่งหน้าต่อไป ผมและนักวิจัยสามคนไปที่ Amboseli Natinal Park ได้เข้ามาใกล้ช้างโขลงนี้ Norah Njisaini เป็นพวกเผ่า Kihuyer ชี้ให้ผมดูช้างแก่ตัวหนึ่งเป็นช้างพังอายุประมาณ 60 ปี ยืนพักเอางวงพาดงาช้างหนึ่งแล้วเขาก็บอกผมว่า “ นางช้างเชือกนี้ชื่อ Jezabel เป็นหัวหน้าฝูง ส่วนตัวถัดไปเป็นช้างพลายเราเรียกชื่อว่าโยชัว Yochua อายุ 10 ปี ” Soila Sarjiala ชาวมาซายบอกผม
“ คุณดูนี่ซิ ” แล้วเขาก็โยนขี้วัวแห้งไปที่โยชัว โยชัวเดินตรงมาหาเราที่รถ คว้ากองขี้วัวที่เหลือโยนใส่กลับมาที่จอยช์
จอยส์หัวเราะแล้วหันไปพูดด้วย โยนสิ่งที่เหลือไปบนหัวของโยชัว มันก็เล่นด้วย ดังนั้น จอยส์ก็โยนรองเท้าแตะยางไปที่โยชัวอีก แทนที่มันจะโยนกลับมาเหมือนเคยมันกลับเหวี่ยงข้ามไหล่ของมันไป กระดิกหาง ส่ายหัวอย่างท้าทาย พอเห็นว่าจอยส์ไม่เล่นด้วยมันก็เดินกลับไปเอารองเท้าของจอยส์ขึ้นมาแทะเป็นชิ้น ๆ แล้วก็โยนกลับมาให้เธอ
เราคงยังพักอยู่ที่นั้น ครั้งหนึ่งผมตามเจ้าตัวผู้ซึ่งตัวใหญ่กว่าลูกช้างมาก มันเข้าไปในดงพุ่มไม้ ผมพยายามที่จะเข้าไปใกล้มันเพื่อจะมองดูแผลเป็นที่สีข้างของมันอย่างใกล้ชิดสักหน่อย เวลามันยืดตัวออกดึงกิ่งไม้ ทันใดนั้นเองมันหันขวับตัวแข็งแล้วก็ตรงมาหาผมในลักษณะเตรียมพร้อม
ทำไมล่ะ ลมก็ช่วยผม มันไม่สามารถจะได้กลิ่นผมเลย และผมก็เงียบกริบ แล้วผมก็รู้ว่า เจ้าช้างตัวอื่นมันเห็นผมมันส่งสัญญาณบอกกันด้วยเสียงเตือนภัยที่มีคลื่นความถี่ที่หูมนุษย์ไม่สามารถจะจับได้ หลังจากนักชีววิทยา Katherine Payne และ William Langbauer ได้พบว่าช้างสามารถจะสื่อความหมายถึงกันได้โดยทางอินฟราซาวนด์ (Infrasound) จอยส์ได้ทำการบันทึกถึงเสียงพึมพำที่มีเสียงเงียบและส่งทอดไปได้ไกลหลายไมล์ ซึ่งคนที่คอยดูช้างสมัยก่อนเข้าใจว่า ช้างหรือสัตว์มี อีเอสพี (ESP)
* ๑๒ มีนาคม เป็นวันช้างไทย ถือเป็นสัตว์สัญลักษณ์ของชาติ เจ้าคุณอนุมานฯ เสนอเมื่อปี พ.ศ ๒๕๐๖
ในรัฐเกราล่าปลายใต้สุดของอินเดีย Venka Tadai Gamapathy แต่งตัวช้างด้วยสนิมพิมพากรณ์เป็นทองล้วนในพิธีศาสนาและพิธีแต่งงาน ได้เคยบอกผมถึงเรื่องควาญช้างซึ่งสามารถควบคุมใช้งานช้างในการขนซุงได้ พอถึงวันเงินเดือนออกควาญก็จะพาช้างไปในหมู่บ้านใกล้ ๆ แล้วซื้อเหล้าให้ช้างกิน และตัวก็ดื่มด้วย เมื่อเมาได้ที่ช้างก็จะเอางวงช้อนควาญของตัวขึ้นมาวางนอนบนงาทั้งสองข้างแล้วก็พากลับบ้าน พอมาถึงก็จะวางควาญไว้ที่ธรณีประตูแล้วยืนคอยจนกระทั่งมีคนมาพบ
ช้างและควาญอาจจะแก่ไปพร้อม ๆ กัน ช้างถือเวลาสมบูรณ์ทางเพศเมื่ออายุ 13 หรือ 14 และช่วงที่มีชีวิตบรรลุภาวะนี้มากกว่า 60 ปี แต่ช้างมักจะตายกะทันหันด้วยโรคกลัวน้ำ และอีกสักอาทิตย์ต่อมาควาญก็ตายตามด้วยโดยไม่ทราบสาเหตุ อาจจะเป็นเพราะออกไปตามหาช้างของตัวก็ได้
ที่จริงแล้วช้างก็เป็นสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดและแข็งแรงที่สุด สัตว์ที่ประเภทเดียวกันใกล้เคียงกันก็มี เพียงแต่ช้างมีขนและมีงาเท่านั้น
โขลงเล็กลงและจำนวนใช้น้อยลง
ช้างก็มีความต้องการเหมือนคน คือ ที่อยู่ อาหาร และน้ำ แต่การหาคู่แข่งขันนั้นยาก พวกเราเอาเลื่อย เทรคเตอร์ รถเกลี่ยดินและปืนออกไปปรับปรุงที่ดินทำเป็นทุ่งโล่งเล็กลงไปกว่าเดิมแล้วก็แถมเป็นป่า ตรงเวลากับตอนที่เกือบจะสูญพันธ์
ตอนนี้แหละเป็นตอนที่ถึงเลือด หลังจากที่ อาฟริกายิงช้างพลายงางามตัวใหญ่ ๆ สิ้นไป พวกพรานก็หันปืนมาส่องช้างหนุ่มและงาเล็กกว่า แล้วอัตราการฆ่าก็เป็นไปเร็วมาก พรานต้องฆ่าช้างจำนวนเป็นสองเท่าของงานหนักหนึ่งตันของปี 1988 เมื่อเทียบกับจำนวนในปี 1979
การที่จะหยุดการนองเลือดอย่างนี้บรรดาชาติต่าง ๆ ตั้ง 105 ในจำนวนทั้งหมด 110 ชาติ ในการประชุมการค้าระหว่างชาติ ได้ตกลงกันที่จะห้ามสินค้างาช้าง (ดิบ) เพื่อจะสงวนพันธ์ช้างมาลาวีและแชมป์เบียร์ปฏิเสธข้อตกลงนี้ ดังนั้นชาติที่ช้างอุดมสมบูรณ์ที่สุดสามชาติคือ อาฟริกาใต้ มาลาวี และบอสวานา ดังนั้นจึงมีโปรแกรมที่จะสงวนพันธุ์และยืนยาวทรัพยากรธรรมชาติอันมีค่ามหาศาลนี้ การห้ามการค้างาช้างหยั่งรากลึกไปถึงความสำเร็จในโปรแกรมนี้ แต่ในชาติต่าง ๆ ที่การห้ามนี้สำเร็จก็จริงกลับทำให้ราคาของงาแพงขึ้น ไม่ใช่แต่พวกพรานหากเป็นประชากรโลกเพิ่มขึ้น ไม่ใช่ปืนทำให้เป็นการทำลายช้างเป็นระยะยาวนาน ภายใน 24 ปีประชากรอาฟริกาใต้เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า และในเอเชียบางทีจะสัก 50 ปีกระมังเพิ่มเป็นสองเท่า ประชากรช้างอยู่ในวงล้อม
ก่อนที่สินค้างาช้างจะต้องห้ามในปี 1990 งาช้างส่วนใหญ่ถูกส่งมาที่ฮ่องกงและญี่ปุ่นทางเรือ เอาทำเครื่องเพชร รูปงาสลัก คีย์เปียโน ตราญี่ปุ่น ต่อมางาช้างก็ถูกส่งออกไปยังประเทศพัฒนาทั้งหลาย หลังจากมีการห้ามการสั่งซื้องาช้างลดลงไปแต่ไม่ได้หายไปซะทีเดียว
ช้างเอเซียนถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำหรับพวกฮินดูและพวกชาวพุทธ พรานเป็นอันตรายอย่างที่สองเพราะช้างพลายเท่านั้นที่มีงา ปี 1898 มีเหลืออยู่ระหว่าง 34,500 – 53,700
ช้างอาฟริกัน ช้างประเภทช้างป่าอาฟริกันอยู่ในป่าตอนกลางและตะวันตก ช้างที่เรียกว่าช้างพุ่มไม้ใหญ่กว่า งาก็หนากว่า ปี 1989 เหลือ 608,000
เขียวหรือพวกที่ไต่ต้นไม้ที่ท่านอาจจะใส่กระเป๋าไปได้ ในตอนต้นของยุคที่มีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมก็มีต้นตระกูลร่วมกันที่ให้กำเนิดสัตว์ที่มีงาหรือเขี้ยวพันธุ์คล้ายกับช้างนี้กว่า 150 ชนิด กระจัดกระจายอยู่ทั่วทุกทวีปเว้นแต่แอนตาร์คติกาและออสเตรเลีย ทางอเมริกาเหนือก็มีสัตว์ขนปุย หลายพันปีต่อมาพวกอินเดียอเมริกันกล่าวกันว่าบรรพบุรุษของตนได้เลี้ยงสัตว์สูงชะลูดเหมือนม้าสูงยังกับต้นไม้โปรโปลิเดีย ( Proporidea ) ปัจจุบันก็คือพวกช้างเอเชียนพันธ์ เอลิฟาส แมกซี่มัส ครั้งหนึ่งช้างประเภทนี้อยู่กระจายจากซีเรียไปยังจีนเหนือ แต่ตอนนี้มันอยู่แต่ในอินเดีย ศรีลังกา และเอเชียอาคเนย์ พวกนี้หลังโค้งและหัวเป็นโดมใหญ่ หูเล็ก ปลายงวงเป็นเหมือนนิ้ว ช้างเพศผู้เท่านั้นที่มีงา
ช้างอาฟริกา Elephants maximus มีอยู่เกือบจะทั่วอาฟริกาไปจนถึงฝั่งริมทะเลเมดิเตอเรเนียน ทุกวันนี้อยู่ตอนใต้ของทะเลทรายสหารา เป็นประเภทหลังแด้ หัวเรียว หูใหญ่ ที่ปลายงวงเป็นเหมือนนิ้วสองนิ้ว ทั้งสองเพศมีงาทำให้มีการขนงาไปขายมากมาย งาช้างตัวผู้ใหญ่กว่างาช้างยักษ์ของเอเชียคือหนักเจ็ดถึงแปดตัน งาช้างตัวเมียหนักราว ๆ สามตัน ช้างตัวใหญ่ที่สุดสูงถึงหัวไหล่ตั้ง 13 ฟุต งาแต่ละข้างหนักเท่ากับคนและยาวเป็นสองเท่าของตัวคน แต่เจ้ายักษ์เหล่านี้ตอนนี้หายาก
เมื่อเจ้าพวกโคลงช้างพังถึงวุฒิภาวะแล้วจับเป็นโขลงโดยอิสระ พวกตัวผู้ที่ถึงระยะตกมันรู้กันมานานในหมู่ช้างเอเชียแต่ไม่มีการสังเกตในหมู่ช้างอาฟริกันเพิ่งจะมาเร็ว ๆ นี้ แต่ก็มีเรื่องเล่ามาเห็นนับแต่รุ่นโบราณถึงความเป็นสัตว์ก้าวร้าว (ในระยะตกมัน)
เรื่องมีอยู่ว่าเจ้าสัตว์ยักษ์พวกนี้ครั้งหนึ่งท่องเที่ยวอยู่บนโลกแล้วเหลืออยู่แค่สองตัว พอคนเริ่มจะรู้จักศึกษาความเป็นอยู่ของมัน ๆ ก็หายไป ผมใช้เวลาท่องเที่ยวอยู่นานตั้งสองปีเพื่อจะรู้ว่าทำไมมันจึงหายสาบสูญไป
ผมกลับมาดูถึงช้างเอเชียบางทีช่วงระยะหนึ่งอาจจะมีถึงสองแสนตัว ทุกวันนี้อยู่ในป่าราว ๆ 35,000 ถึง 54,000 ตัว นับว่าน้อยมากในการที่จะให้เหลือเผ่าพันธุ์ต่อไป
ในปี 1930 เป็นปีที่นางช้างพัง Jezebel เกิดที่ Amboseli อาฟริกา มีช้างในทะเบียนที่สำรวจว่าห้าล้านเชือก บางทีอาจจะถึงสิบล้านก็ได้ ไม่มีใครรู้ความจริงแต่เราก็ค่อนข้างจะได้จำนวนที่ค่อนข้างจะแน่นอนว่า ในทะเบียนจริง ๆ ปี 1979 มีอยู่ถึง 1.3 ล้านเชือก ปี 1989 มีเหลืออยู่บนคาบสมุทรเพียง 600,000 เชือก Jezebel เป็นตัวหนึ่งในกลุ่มสุดท้ายนี้ปลายปี 1989 ปรากฏว่ามีช้างผสมพันธ์ระหว่างช้างอาฟริกันและเอเชียในบัญชี
ปัญหาพื้นฐานก็คือ ช้างต้องการที่อยู่มากแต่คนไปแย่งที่อยู่มัน ในเขตที่ช้างอยู่อัตราการเกิดของประชากรเร็วมาก เพียงศตวรรษเดียวก็เพิ่มขึ้นสี่เท่าตัว เข้าไปแย่งพื้นที่เกษตรกรรม ทุ่งหญ้า และป่าไม้
ความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจและการเมืองกลายเป็นกฎเกณฑ์ข้อบังคับในประเทศพัฒนาหลายประเทศ การฆ่าช้างอย่างผิดกฎหมายก็เกิดเพิ่มขึ้น
ช้างถูกฆ่าเพื่อจะกินเนื้อ การที่ขจัดปัญหาสัตว์ แต่ก็มีปัญหาเกี่ยวกับงาเพิ่มขึ้น งาช้างเป็นกระแสเงินมืด เหมือนกับยาเสพติด โยงใยแผ่กระจายจากหมู่บ้านห่างไกลเข้ามายังเมืองทั่วโลก
ในทศวรรษที่ 70 นี้ราคางาช้างพุ่งขึ้นสูงมาก ทันใดนั้นเอง คนเลี้ยงสัตว์หรือชาวไร่ก็มองเห็นช้างเป็นโชคลาภใหญ่แทนที่จะเป็นเพียงสัตว์ เพราะมีค่าสูงกว่าการทำงานโดยซื่อสัตย์สุจริตถึงสิบสองปี สำหรับรัฐบาลหรือพวกปฏิวัติก็มีความรู้สึกเช่นเดียวกันคือ เป็นวิธีการหนึ่งที่จะหาเงินมาซื้ออาวุธและอุปกรณ์การรบอื่น ๆ ในช่วงศตวรรษที่ 80 ปรากฏว่าอาฟริกามีอาวุธยุโธปกรณ์มากขึ้นเกือบสิบเท่าของอาวุธยุโธปกรณ์ของช่วงสิบปีก่อนหน้านั้น ทำให้มีการล่าสัตว์มากขึ้นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ราคาของงาช้างขึ้นถึงปอนด์ละร้อยดอลล่า พวกเจ้าหน้าที่ดูแลรักษาพันธุ์สัตว์ก็เลยเข้าร่วมกระบวนการล่าช้างด้วย
สองทตวรรษที่ผ่านมาช้างของทานซาเนียลดจำนวนจาก 250,000 เชือกลดลงไปเป็น 61,000 เชือก ช้างรอบ ๆ อูกานดาประมาณ 20,000 เชือกเหลือไม่ถึง 1,600 เชือก ส่วนในเคนยาเมื่อปี 1975 มีถึง 140,000 ในปี 1989 มีเพียง 16,000 เชือก ทสาโวมีช้างในที่แห่งหนึ่งเพียง 5,000 เชือก ในสวนอุทยานทสาโว ผมไปที่สวนอุทยานนี้ด้วยเครื่องบินเล็ก มี Iain Douglas Hamilton เป็นคนขับ คุณ Oria ภรรยานั่งอยู่ข้าง ๆ คนทั้งคู่ทำงานศึกษาสังคมช้างอยู่ที่สวนอุทยานแห่งนี้ใกล้ทะเลสาบมานยาร่า ทั้งคู่ศึกว่าสังคมช้างนั้นมีวัฒนธรรมที่อยู่ร่วมกันด้วยความรัก ความทรงจำ ประสบการณ์ และถ่ายทอดความรู้จากจ่าโขลง แต่ที่ดักกล้าส แฮมิล ตันเตือนก็คือ ช้างอาฟริกันกำลังค่อย ๆ สาบสูญไป
บรรดาเพื่อนร่วมงานทั้งสอง เรียกคนทั้งสองว่าเป็นนักตกใจ วิจารณ์กันว่า สำมโนประชากรช้างยังไม่สมบูรณ์ เพื่อบรรเทาลงก็อ้างว่า การหาช้างเอางานั้นควบคุมได้ “ อะไรจะเกิดแก่ช้างเมื่อเรามัวมาโต้เถียงกัน มันก็คงจะตาย ตาย และเลือดที่นองก็แห้งลงไป ” เอียนบอกผมในขณะที่เราบินข้ามซากช้างในสวนอุทยานเบื้องล่าง “ เมื่องาอันใหญ่หายไป พรานก็หันมาหาตัวเมีย ปัง…. มันจะเป็นการกลับมาสร้างประชากรช้างต่อไปอีก ซึ่งเป็นประเพณีว่าช้างจะกลับมาทางเดินของมัน แหล่งน้ำเหือดแห้งมันก็มาหาแหล่งน้ำ แล้วก็เป็นอย่างนี้เรื่อย ๆ สังคมช้างก็จะล้มสลายไป ทีนี้คุณก็จะแลเห็นโขลงที่ไม่มีหัวหน้า โขลงที่เยาว์กว่ามีลูกช้างกำพร้า การรวบรวมกลุ่มช้างโขลงสุดท้ายลี้ภัยนี้น่ากลัว เคลื่อนอพยพต่อไป พรานตามล่าติดตามมาติด ๆ ”
หลังจากเราลงเครื่องบินที่ทสาโว คนเลี้ยงช้างคนหนึ่งวิ่งมาแจ้งข่าวว่ามีรถพวกซาฟารีสองคันมาจอดที่ริมอุทยานถูกยิงและถูกขโมย หลังจากนั้นหนึ่งสัปดาห์ผมได้ช่วยชาวเยอรมันที่เต็มไปด้วยเลือด โทรมโขยกเขยกไปยังเครื่องบินที่ค่อยช่วยเหลือ ชาวเยอรมันคนนี้ถูกยิงห่างจากที่ผมคอยเฝ้าดูยีราฟประมาณสักไมล์
พวกหัวขโมยรวมทั้งโจรป่าที่เรียกว่าพวกวีฟต้าShifta มาจากโวมาเลียมีอาวุธปืนไรเฟิล เอเค 47 มักจะเพิ่มทวี หันปืนมายังพวกนักท่องเที่ยวมากขึ้น ทำให้ต้องปิดสวนอุทยานแห่งชาติเมรู (Meru) ทางเหนือ ในอุทยานแห่งชาติ Mount Elgon National Park ชายแดนอูกันด้า ผมถูกทางการขอร้องให้เอาเจ้าหน้าที่ป่าอาวุธครบมือไปด้วย แทนที่เราจะพบช้างกลับเข้าไปผจญกับไฟป่าที่พวกโจรสกัดกั้นเราไว้ ขณะที่เราต้องต่อสู้กับไฟป่าเราได้ยินเสียงปืนดังอยู่บนลาดเขา
เมื่อเรามาพบโขลงช้างก็ปรากฏว่าเมื่อมันรู้ตัวมันก็หนีเตลิดไปทันที บ่ายวันหนึ่งผมเข้าไปใกล้โขลงเดียวเท่านั้นทั้งที่ระยะทางตั้งหลายไมล์ห่างออกไป เราพบมันกำลังกินอยู่ฝั่งแม่น้ำใกล้จอมปลวกสีแดงด้วยแร่เหล็ก มีลูกอ่อนสองตัวพยายามที่จะใช้งวงของมันโดยที่จะพ่นน้ำใส่ตัวแต่ก็ผิดพลาดบ่อย ๆ พวกวัยรุ่นทะเลาะกับตัวใหญ่กว่า ซึ่งคุกเข่าย่อตัวลงมาพันตัวด้วย ในการต่อสู้หยอก ๆ กันครั้งหนึ่งมันประกวดประชันกันใช้งวงหักกิ่งไม้สูงขึ้นไปเหนือหัวแล้วจับเหมือนธงกวักแกว่งล้อเลียนกัน
รอบ ๆ โขลงช้างมีพวกนกเงือกพังพอนเป็นฝูง และพวกลิงมาเก็บเมล็ดพืชและแมลงจากกองมูลช้าง พวกแมลงที่เกิดจากกองขี้ก็จะช่วยกันขนไปฝังไว้สำหรับเป็นอาหารต่อไป สำหรับพวกตัวอ่อนตัวตุ่นก็จะมาขุดเอาก้อนกองมูลที่ถูกฝังขึ้นมากินตัวอ่อนข้างในอย่างเอร็ดอร่อย ช้างล้มต้นไม้กินเปลือก เด็ดใบอ่อน หักกิ่งไม้ ทำให้ป่ากลายเป็นทุ่งหญ้าเปิดเป็นที่เลี้ยงชีวิตของสัตว์อีกมากมายหลายชนิด แล้วเมื่อโขลงซึ่งเคลื่อนไปทุ่งหญ้าก็กลายเป็นป่าขึ้นอีกครั้ง ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของสวนธรรมชาติที่ทำให้ที่ดินตรงนั้นเปลี่ยนไป ช้าง 600 เชือกเกือบจะหนักกว่าสามล้านปอนด์โจมลงธารน้ำว่าง เตลิดร้องลั่นหนีไปไกลเพราะชายคนหนึ่งมีน้ำหนักประมาณ 180 ปอนด์คนนั้น
ผมละอายและโกรธนึกไปถึงวันหนึ่งของผมที่ซาฟารี ท่ามกลางกลุ่มแร้งใต้พุ่มอเคเดีย ผมนึกถึงกลิ่นเหม็นเน่าของช้างตายที่หน้าของมันถูกสับออกเพื่อให้คนใจร้ายขุดถอนเอางา ใกล้กับหัวของพวกช้างนั้นมีงวงของช้างที่ตายแล้วเหล่านั้นวางทอดอยู่ อวัยวะที่มหัศจรรย์ในการใช้ประโยชน์เป็นมือ เป็นแขน ดมกลิ่น ชิมรส เป่าแตร หายใจ พ่นน้ำใส่หัว
ช้างช่วยพยุงช้างป่วยด้วยการใช้งวงและไหล่ และมันจะอยู่ตรงนั้นเป็นเพื่อนเมื่อช้างป่วยไม่สามารถเคลื่อนย้ายไปไหนได้ บางทีก็นำอาหารมาให้ และจะรออยู่ข้างซากศพของช้างที่ตายที่เป็นครอบครัวของตน และอาจจะเอากิ่งไม้ใบหญ้าตลอดจนฝุ่นมาคลุมซากช้างตาย และบางทีมันก็จะทำอย่างนี้กับซากของเลียงผาหรือศพมนุษย์ ผมเฝ้าดูโขลงช้างที่มาพบซากช้างแก่มันชูกระดูกและงาของช้างแก่นั้นไปรอบ ๆ อยู่นานกว่าชั่วโมง อีลีเนอร์เป็นช้างพังแสนเชื่องตัวหนึ่งที่ผมพบในเทสาโวรู้จักมันโดยที่มันคว้าเอากำไลงาช้างที่พวกนักท่องเที่ยวใส่อยู่แล้วก็พาหายไปจากสายตา ตามปกติเวลาเครียดช้างก็จะร้องไห้เหมือนกัน นักวิจัยบอกผมว่าพวกช้างนี้อาจจะตายเพราะความเศร้าโศรกเสียใจได้
ริชาด ริคกี้ นักมานุษย์วิทยาขององค์กร…..วิจารณ์ถึงความล้มเหลวขององค์กรในการที่จะสกัดกั้นในการฆ่าช้าง ในเดือนเมษายน ค.ศ. 1989 เขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการคนใหม่ขององค์กร ไม่กี่อาทิตย์ต่อมาเขาขจัดเจ้าหน้าที่ทุจริตออกไป ทำให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้เสียขวัญโดยให้ค่าจ้างต่ำและอาวุธต่ำคุณภาพ ผมได้เห็นผู้รักษาการณ์มีปืนเก่าสมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง และทำให้นักล่าดำเนินไปด้วยความลำบาก ทางแทนซาเนียก็ทำตามอย่างล้อมจับนักขโมยสัตว์ถึง 1800 คนและคนกลางในระยะสองสามเดือนนั้น สถานการณ์ของประเทศดีขึ้น แต่ในเมื่อมีพื้นที่ป่าสัตว์ที่คนต่างชาติรู้จักกันดีมากแห่ง เรื่องช้างก็คงเป็นเพียงนิยายดึกดำบรรพ์ส่วนน้อยเท่านั้น
ยังมีช้างพันธุ์ที่เป็นช้างป่าที่ซ่อนอยู่ในป่าทึบและแม่น้ำดำของคาเมอรูน แชร์ กินนี การ์โบน สาธารณรัฐอาฟริกันกลาง (Equatorial African Repubic (C.A.R)และ People ‘s Republic แห่งคองโก ช้างพันธุ์นี้เล็กกว่าช้างอื่น หูกลมและเล็ก งาเหยียดตรงแทนที่จะโค้งง้อขึ้น ถึงช้างพันธ์นี้จะเหลือหนึ่งในสามของช้างทั้งหมดแต่ก็รู้จักกันน้อย แทนที่จะนับจำนวนที่เหลืออยู่กับนับจำนวนที่ถูกทำลาย
อ่าวคองโกเริ่มที่ปลายจงอยใต้สุดของ C.A.R. ผมเดินทางไปยังป่าสงวนใหม่ซึ่งเป็นโครงการร่วมระหว่างกรมน้ำและป่าของ ซีเออาร์ และกองทุนสัตว์ป่าโลก มีช้างเป็นจำนวนหลายโขลงลงมาดื่มน้ำจากน้ำพุเค็มที่สร้างไว้ และยังมีเลียงผา หมูป่า ผมกลายเป็นตัวที่มีผีเสื้อมารุมตอมดูดน้ำเหงื่อน้ำเค็มจากหน้าผม มีสีฟ้าและเหลืองของมันกระพือพัดให้ลมเย็นดี มีลิงกอริลล่าตีอกซกหัวระคนกับเสียงฟ้าคำรามฝนจะตก
วันต่อมาเราก็เดินทางท่องป่ามีชีวิตป่ามากมายปรากฏให้เห็น มบูตู คลีมังท์หัวเราะเบา ๆ พูดว่า “ คุณอย่ากังวลนะครับ ถ้าจะมีหนอนไต่เท้าคุณน่ะ มันจะไม่กัดเท่าคุณลึกหรอก ” เขาเหวี่ยงมีดโต้ของเขาไปมาแล้วพูดอีกว่า “ ดูนั้น ใบไม้ที่ปกคลุมพื้นนั่นมีอะไรเหมือนกับงานจะมีการต่อสู้กันนะครับ กระรอกนั่นเอง ด้านขวาของคุณไงล่ะครับ งูแรดไงล่ะครับ มันไม่ไวเลย เพราะเจ้ากระรอกเข้าไปอยู่ในท้องของมันเต็มคราบ ”
มบูตูใช้หลุมพรางลูกศรอาบยาพิษล่าช้างใช้เนื้อช้างเป็นอาหาร พวกพ่อค้าในหมู่บ้านให้ปืนแล้วให้หางาช้างมาขาย มบูตูถูกหลอกจับได้ ถูกตีที่ฝ่าเท้าจนเดินไม่ได้หลายอาทิตย์แล้วก็ติดคุก ไม่ใช่เพราะเป็นตัวขโมยล่าสัตว์แต่เป็นเพราะพ่อค้ากล่าวหาว่าเขายัดเอางาช้างไว้ส่วนตัวคู่หนึ่ง สำหรับเราแล้วนายมบูตูผู้มีจุดข้างหนึ่งในตาดำและมีร่องรอยไข้มาแลเรียอ่อน ๆ เราเป็นมิตรของเขา และเป็นนายจ้างคนใหม่ของมบูตูคือนักพฤกษาศาสตร์แห่งสวนพฤกษาชาติมิสชูรีชื่อ ไมด์เฟอร์ นักวิทยาศาสตร์คนนี้และคนแคระมบูตูได้นำให้เรารู้จักธรรมชาติของช้างและสถาปนิคของป่าเราดี ๆ นี่เอง
ทางเดินของช้างคดเคี้ยวผ่านป่าซึ่งเป็นเสมือนกำแพงเขียวฉอุ่มสร้างทางจราจรให้พวกอคา คนพื้นที่อื่นก็พลอยมาใช้ทางอันเสมือนถนนสัญจรไปมาด้วย พวกเสือดาวก็มักจะแอบแฝงอยู่บนกิ่งไม้ เมื่อช้างผ่านมาเจ้ากิ่งไม้ที่มีเถาวัลย์พันอยู่ก็มักจะหักและตกลงมาทำให้แสงอาทิตย์ลอดเข้ามาส่องพื้นดินที่ชื้นนั้น ทางเปิดนั้นก็มักจะมีต้นไม้ใบเลี้ยงเดี่ยวขึ้นปลกคลุม ส่วนใหญ่เป้นพวกต้นปาล์มและต้นไผ่ ไมด์อธิบายว่าพวกพืชใบเลี้ยงเดี่ยวนี้มักจะอุดมไปด้วยแป้งและโปรตีนสูง เป็นพืชที่ช้างชอบ พวกลิงกอลิล่าและชิมแปนซีก็ชอบ แม้พวกลิงอื่น ๆ และพวกสัตว์มีปีกก็ชอบเช่นกันและช้างก็มักจะสลัดเมล็ดพืชทิ้งไว้ให้งอกและเป็นป่าต่อไป
“ มองดูนั่นซิ มันเป็นประเภทพันธ์มะเดื่อ ” ไมด์บอก “ ขนาดเหมือนลูกบาสเกตบอลไม่มีทางจะเข้าไปอยู่ที่ร่มของคนนากจากมันจะแตกออกแล้วพวกสัตว์ใหญ่ก็มากินมัน พาเมล็ดพันธุ์ก่อนที่มันจะกลายเป็นสินค้าของพวกชาวบ้านท้องถิ่น พวกอาก้าก็ก็เหมือนกันได้พบว่าอาหารจำพวกแป้งนั้นเกิดในที่แจ้งที่ช้างป่าเป็นผู้สร้างทั้งสิ้น
ช้างอีกเหมือนกันที่กระจายเมล็ดพืชไปในป่าเขตร้อนที่ราบต่ำ โดยธรรมชาตินั้นมันเป็นการกระทำร่วมกัน วิวัฒนาการมาจากพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมานานนับพัน ๆ ปีแล้ว และต้นไม้ยังมีผลหวานฉ่ำชุ่มคออีกมากมาย
เขาชี้ให้ผมดูต้นไม้หลายอย่างและพูดว่า “ หากคุณเอาลิงและช้างออกไปจากที่นี่ นิเวศน์วิทยาที่นี่ก็ไม่มีความหมาย ”
เมื่อไม่มีช้างอะไรจะเกิดขึ้นกับสัตว์น้อยใหญ่ที่พลอยได้รับผลพวงจากช้าง เช่นการกระจายเมล็ดพันธ์ ความเกี่ยวข้องระหว่างช้างกับเหล่านั้น เช่นกอลิล่า ปิคมี่ กวาง เป็นต้น
ปัจจุบันป่าเขตร้อนของอาฟริกาลดน้อยถอยลงถึงชาตากรรมจะต้องถูกตัดออกไปเหลือเพียง 3 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นในปัจจุบัน แต่ก็ส่วนใหญ่ปรากฏว่ามีการตัดไม้ทำลายป่าเอาซุงโดยผิดกฎหมาย ฆ่าช้างเอางาแผ่วงกว้างออกไป ใครจะจัดให้ผลไม้ป่าเกิดขึ้นมาอีกเมื่อช้างหายไป ในเขต ซีเออาร์ ที่มีที่ราบสูงอยู่มากมายนั้นปรากฏว่า มีกองคาลาวานจาก ซูดาน และชาด มาจอดมากมายล่าสัตว์ป่าแทนที่จะปกกันสัตว์ป่า
ในรัฐเปรัคตอนเหนือของมาเลเซีย ขณะที่ผมยืนพักอยู่กับเจ้าหน้าที่ของทางการกรมสัตว์ป่าและอุทยานแห่งชาติมาเลเซีย ลมพัดร้อนวูบมาปะทะหน้าต้องคอยเก็บปลิงที่มาเกาะดูดเลือดค่อยดูว่าช้างจะมาหรือไม่ ผมเห็นช้างพังวัยรุ่นล่ามโซ่กับต้นไม้กำลังเหวี่ยงกับใบอ่อนจากต้นไม้มากิน มันถูกจับได้ด้วยการยิงยาสลบและใครเข้าใกล้มันตอนนี้มันจะหักกิ่งไม้โยนใส่
เราได้ทราบว่ากลางคืนมีโขลงช้างครอบครัวของมันมาเยี่ยม ช้างที่เราคอยอยู่เป็นช้างเชื่องสองเชือกที่จะมาช่วยเราเคลื่อนย้ายช้างพังตัวนี้ไปที่อื่น เนื่องจากที่ป่านี้จะกลายเป็นโรงงานทำยางและน้ำมันปาล์มขนาดใหญ่ เมื่อช้างพังเชื่องสองตัวมาถึงนางก็ตรงเข้าไปปลอบนางช้างวัยรุ่นด้วยการใช้งวงลูบไล้ และมีช้างพรานชื่อ พหดูร เป็นช้างพรานที่กำยำล่ำสันนำมาจากแคว้นอัสสัมอินเดียมายืนรออยู่ตรงข้าม ควาญช้างก็จะล่ามโซ่นางช้างสาวเข้ากับแม่ช้างเชื่องสองตัว แล้วลากนางช้างสาวชะลอไปขึ้นรถบรรทุกที่รออยู่ แต่นางช้างสาววัยรุ่นตัวนี้ก็ทรุดตัวคุกเข่าลงบ่อย ๆ
ขาหน้าข้างหนึ่งของมันอักเสบบวมมีลวดฝังเข้าไปในแผล นี่เป็นงานของพวกพรายที่มักจะทำอย่างนี้กับกวางหรือสัตว์ป่าที่เขาล่ามา และก็มีถึงกับงวงขาดอยู่บ่อย ๆ มีรอยรูลูกปืนเจาะที่สีช้างสองหู นี่คือผลงานของชาวไร่ที่โกรธแค้นที่พืชผลของเขาถูกทำลาย บางคนก็ร้ายถึงกับผสมน้ำกรดลงไปในผลไม้สุกตามทางที่ช้างผ่าน “ ช้างเชือกหนึ่งในห้าเชือกที่เราพบมีอาการสาหัส ” มหมัด
ชาลิฟ เดม ในขณะที่เจ้าหน้าจะทำการเคลื่อนย้ายช้างประมาณหนึ่งในสี่ของช้างประมาณพันเชือกที่เหลือในแหลมมาเลเซียออกไป ในที่สุดช้างพลายก็ใช้งวงช่วยนำเอาช้างพังตัวเจ็บนั้นขึ้นรถได้ นำไปทางเหนือห่างออกไป 120 ไมล์ลิมทะเลสาบ ตะเม็กกอร์รักษาแล้วก็บรรทุกแพต่อไปทางเหนืออีกครึ่งวันแล้วก็นำไปขึ้นฝั่งซึ่งเป็นการเดินทางสุดท้ายของแผ่นดินใหญ่มาเลย์
“ ผมขอพักสักครู่เถอะที่นี่ ” ผมอ้อนวอนเขา “ ให้ผมปีนป่ายสักครู่ ”
“ไม่ได้หรอกครับ ที่นี่นะพวกคอมมิวนิสต์วางระเบิดไว้ ” ซาลิฟบอกผม “ ไม่มีใครอยู่ที่นี่มานานนับปี ทำให้ไม่ได้รับการพัฒนาและเหมาะสำหรับช้างจะอยู่ ” ที่จริงพวกคอมมิวนิสต์ก็ประกาศสงบไปแล้ว แต่ก็มีการเริ่มจะตัดซุงกันขึ้นมาอีก
ประเทศไทยใกล้เคียงไม้พียงแต่มีนิยายการสงครามด้วยช้างซึ่งเป็นต้นแบบของรถถัง ยังมีสงคราเพราะช้างเป็นต้นเหตุอีกด้วย คือเมื่อพระเจ้าแผ่นดินได้ทรงทราบว่ามีการพบช้างเผือกตัวหนึ่งได้เข้าหมอบใกล้พระนางสิรมหามายาในขณะที่บรรทมอยู่และทรงสุบิน ต่อมาพระนางก็ทรงให้กำเนิดเจ้าชายสิธาตถะ ซึ่งต่อมาเป็นสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโคดมะ
ระหว่างอนาจักรพุทธทางเอเวียอาคเนย์ในระหว่างรัชกาลของกษัตริย์พระองค์ใดเกิดมีการพบช้างเผือกถือว่าเป็นมหามงคลยิ่ง เล่ากันว่าเจ้าช้างเผือกพวกนี้เดินอ้อนอิ่งอยู่ในพระมหาราชวัง มีร่มไม้กั้น มีมโหรีกล่อม ช้างที่ยังไม่หย่านมกล่าวว่ากินนมคนด้วย
ที่พระมหาราชวังในกรุงเทพ ฯ คุณเสน่ห์ ธนประดิษฐ์ อายุประมาณ 80 เศษ ซึงยังเป็นเจ้ากรมพระราชพิธีสมโภชช้าง พูดกับพวกเราขณะที่ดูช้างอาบน้ำในบ่ข้างเรา ว่า “ คนที่ไม่คุ้นเคยก็จะเห็นเป็นช้างธรรมดาเหมือนช้างอื่น ๆ แต่ชั่วชีวิตที่ผมศึกษารับรองได้ว่าพิเศษจริง ๆ ไม่เหมือนช้างทั่ว ๆ ไป ลักษณะจากข้อเท้าถึงหางเป็นลักษณะเฉพาะ นัยตาขาว ปลายขนผิวตามข้อพับและเล็บ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือมีหัวแม่เท้าพิเศษอีกสองนิ้ว หายากมาก ช้างที่มีนิ้วพิเศษนี้มียศเทียบเท่ากับเจ้าชายที่เดียว ”
ชื่อพระราชทานของช้างพวกนี้ยาวมากถึงสี่บรรทัด ถือว่าเป็นของราชทานจากสวรรค์มาเพื่อประดับพระบารมีขององค์พระมหากษัตริย์ มีช้างเผือกตั้งแต้ราชกาลที่สี่เชือกหนึ่งที่ผมพบเมื่อเล็ก ๆ นั้น กินอ้อยที่มีชื่อสลักด้วย แต่โตขึ้นไม่มีคราญคนใดจะจัดการกับช้างเชือกนี้ได้ เล่ากันว่าช้างเชือกนี้อาละวาดสามครั้งและทุกครั้งพระมหากษัตริย์ทรงอยู่ในอันตราย รวมทั้งมีการพยายามจะก่อการกบฏต่อพระองค์ด้วย
ถึงแม้ว่าช้างเอเชียจะได้รับการฝึกให้เชื่องมาก่อนตั้งแต่ 4,000 ปีมาแล้ว แต่ก็ไม่ได้ถูกจองจำ เชื่อกันมานานแล้วว่าช้างที่เลี้ยงมากับคนนั้นแต่เกิดจะไม่ใคร่กลัวผู้คุม และอาจจะเป็นอันตรายขึ้นมาก็ได้บางครั้งเมื่อมันเติบโตขึ้น และสำคัญยิ่งไปกว่านั้นคือ ช้างพังนั้นในระยะตั้งครรภ์จะต้องหยุดใช้งานถึง 22 เดือน และจะต้องพักเลี้ยงนมลูกอีกสองปี
พวกอินเดียจะไล่ช้างป่าเข้าไปในเพนียดหรือจับแยกไว้ในที่ขังเดี่ยว ในเวียดนามจะไล่ลงทะเลสาบให้ว่ายน้ำจนหมดกำลังและเอาฉมวกแทงใบหูทั้งสองข้าง แล้วจึงให้ช้างพี่เลี้ยง(เชื่อง) ไปดึงขึ้น พวกส่วยพูดภาษาเขมรอยู่ทางตะวันออกของประเทศไทย โดยประเพณีแล้วเป็นพวกใช้กำลังช้างทำงาน ขี่ช้างด้วยการขี่ช้างพี่เลี้ยงแล้วใช่บ่วงบาศคล้องขาช้างป่า
“ ผมเข้าไปในเขมรกับคณะรวม 30 คน ทุกคนมีช้างไปคนละ 2 เชือก และบางครั้งไปกัน3 เดือน ” พรานชาวส่วยอายุ 56 ปี เล่าให้เราฟังเมื่อเรานั่งพักอยู่ใต้หลังคาจากซึ่งมุงกระท่อมของเขา “ ในหมู่บ้านท่ากลางมีอันตรายคอยฆ่าเราอยู่เสมอละคับ โดยเฉพาะช้างป่ากับช้างของเรา ก่อนที่เราจะเดินทางเราจะเอาเชือกบาศก์ออกมาจากที่เก็บแล้ว เช่นสรวงบูชาเมื่อพวกพ่อบ้านไม่อยู่ แม่บ้านของเราจะไม่มีการตัดผมหรือยอมพูดกับคนแปลกหน้าเลย เราพูดกันด้วยภาษาผีและไม่ให้พวกช้างรู้ว่าใครมา ”
การเดินทางเข้าไปในเขมรนั้นยุติมาได้ 25 ปีแล้วเมื่อทหารเขมรรบกันแล้ววางระเบิดทั่วไปหมด แล้วแถมยังรอยิงพวกส่วยอีกด้วย
ช้างไทยได้ฝึกทำงานหนักเมื่อปี 1850 ประมาณหมื่นเชือก ทำหน้าที่ลำเลียงซุงมาสู่ตลาด ตอนนี้ช้างฝึกในเอเชียประมาณหมื่นเชือกกับอีกสี่พัน เป็นช้างไทย 4,000 ถึง 5,000 เชือกที่ว่างงาน เพราะมีป่าเหลือสาองสามป่า ช้างจึงพลอยได้รับผลพวงไปด้วย “ เมื่อร้อยปีมาแล้วว่า มีช้างไทยแสนกว่าเชือก ช้างพังเรียกลักษณะนามเป็นเชือก ช้างป่าเรียกเป็นตัว ” ลาดเขาที่โล่งเตียนได้เขามาแทนที่ป่าดงดิบที่ชุ่มไปด้วยฝน ประเทศไทยเวลานี้ต้องประสบแผ่นดินไหลเลื่อนและเป็นโคลนหน้ามรสุม และแห้งแล้งจากหน้าแล้ง
เจ้าช้างใหญ่ในปัจจุบันเข้างานเป็นกะอย่างชนิดที่เรียกว่าช้างหมอ เดินทางไปที่ต่าง ๆ และให้คนรอดท้องช้างเพื่อความเป็นโชคลาภและความอุดมสมบูรณ์ ส่วนควาญก็ทำหน้าที่เก็บเงินและขายของกระจุกกระจิกที่ทำจากงาช้าง และเครื่องรางที่ทำจากขนช้าง บางตัวก็แบกป้ายโฆษณารีสอร์ทหรือตอนรับแขกในโรงนวด
ช้างที่อยู่ตามสถานที่ท่องเที่ยวก็จะแสดงต่าง ๆ พอเสร็จการแสดงก็จะมีการให้แขกขี่หลังช้าง ผมเคยถามพวกคราญที่นั่นเขาบอกสั้น ๆ ว่า “ ราคาดี งานก็ง่าย ๆ สำหรับผมและช้างของผม ”เขาพูดกับผมแล้วชี้ไปที่ช้างพังตัวเล็กซึ่งพึ่งจะออกมาได้ พวกช้างลากซุกก็จะไปขบวนกับช้างที่แข็งแรงแล้วเดินไปยังประเทศค้างเคียงสองประเทศคือพม่า เชื่อกันว่าประเทศพม่ายังมีช้างซุกซ่อนอยู่อีกหลายพันเชือก และอีกเมืองหนึ่งคือเมืองล้าน ซึ่งปัจจุบันนี้เรารู้จักกันว่า “ ลาว ” ซึ่งอาจจะมีช้างประมาณ 2,000 ถึง 3,000 เชือก
“ เมื่อคุณสร้างถนนขนซุงก็เท่ากับสร้างทางสำหรับจะอาณานิคมของชาวไร่อพยพ ซึ่งจะมีหักล้างถางพงสำหรับปลูกพืชทำไร่ ” คุณชูวิทย์ มหามนตรี องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ กล่าวขณะที่เราสำรวจดินแดนเขตระหว่างเชียงใหม่และลำปาง “ พวกนี้เผาป่าบนภูเขาทุกปี พวกพรานป่าก็ร่วมเผาด้วยเหมือนกันเพื่อเตรียมสำหรับจะล่าสัตว์ต่อมา ครั้งแรกเราจับพวกบุกรุกที่ได้เราก็เตือน เราจะจับใส่คุกได้อย่างไรในเมื่อยกกันมาเป็นครอบครัวมีเด็ก ๆ มาด้วย พวกลี้ภัยก็มากมาย จนมากด้วย เราก็พยายามจะกันให้อยู่เป็นแหล่งแห่งที่โดยการสร้างโรงเรียน สร้างหมู่บ้านให้แล้วก็สร้างงานให้พวกนี้ งานก็คือ การจ้างปลูกป่า ” โดยมากปลูกตันสักเป็นแถว ๆ ยูคาลิปตัสไม้โตเร็ว และต้นสน ซึ่งเป็นโลกแตกต่างจากพื้นบ้านไปอีกส่วนหนึ่ง
ช้างป่าของไทยส่วยใหญ่ถูกโดดเดี่ยวเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ทำให้ถูกพวกผู้ร้ายและพรานป่าทำลายลงได้ง่าย แม้แต่ช้างเชื่องที่เป็นช้างพี่เลี้ยงหรือช้างต่อก็มักจะถูกพรานป่าทำร้ายตัดงาออก พวกผู้ร้ายตัดงาชิดรากมากจนกระทั่งทำร้ายประสาทฟัน และเกิดเป็นพิษทำให้ช้างตายและเจ้าของเองก็มักจะตัดงาช้างขายเสียเอง ผมเห็นช้างพลายที่มีงาเต็มที่เพียงหยิบมือ แต่ใครเล่าจะไปคอยเฝ้าระวังมันอยู่ทุกวินาทีในเมื่อสัตว์นี้ต้องการอาหารผักตลอดเวลา 18 ชั่วโมงใน 24 ชั่วโมง คือวันละ 300 – 500 ปอนด์ และต้องการน้ำ 25 – 50 แกลลอน
ช้างป่าประมาณ 17,000 – 22,000 เชือก และที่เป็นช้างเลี้ยง 2,000 เชือกเป็นช้างอินเดีย เสีย 35 เปอร์เซ็นต์ คนเกือบ 900 ล้านคนในอินเดียแสดงถึงว่าชาวฮินดูมีความเคารพชีวิตทุกชีวิต โดยเฉพาะคติเรื่องอหิงสา และสำหรับช้างโดยเฉพาะ เทพเจ้าที่ถูกเรียกร้องหาบ่อย ๆ ไม่ใช่องค์พระศิวะ กับเป็นโอรสหัวเป็นช้างคือพระคเณศ พระคเณศมักจะยุ่งกับธุรกิจประจำวันของประชาชนที่เดือดร้อนต้องการโน่นนี่ และพระคเณศทรงใช้หูเป็นตัวติดต่อ ( พวกตะวันตกมีความเชื่อประหลาดว่าช้างโยธรรมชาติมักจะตกใจกลัวสัตว์เล็กกว่านั้น ) ซึ่งเป็นเรื่องเหลวไหล คนเลี้ยงช้างผู้หนึ่งบอกผมว่าได้เห็นช้างตัวหนึ่งที่ถูกล่ามไว้นั้นทำโพรงจากกองเมล็ดพืชให้หนูตัวหนึ่งอยู่
ความสำเร็จของชาตินี้ก็คือมีระบบเข้มงวดในการสงวนป่า อินเดียกลางตอนใต้มีรัฐการนาตกะ เกราล่า ทมิฬนาดู มีสวนป่าและที่เลี้ยงสัตว์ป่า และมีป่าติดต่อกันถึง 2,150 ตารางไมล์ ผมหวังว่าคงจะช่วยช้างไว้ได้มาก
พวกโจรวีราพันธ์ ที่ร้ายกาจกลุ่มนี้ยังฆ่าเจ้าหน้าที่ป่าหลายคน และสังหารช้างงาตัวโต ๆ เสียเกือบหมดก่อนที่จะถอยเข้าไปในป่าไม้จันทร์ ช้างพังไม่มีงาเลยถูกไว้ชีวิต หลายปีต่อมาผมทราบจาก ร. สุขมาร ผู้ที่ทำงานเสียสละศึกษาช้างบอกผมว่า ปัจจุบันมีช้างเหลือประมาณ 4,000 เชือก
ปรากฏว่าปีหนึ่ง ๆ ช้างฆ่าคนประมาณ 150 – 200 คนในอินเดีย ดร. สุขมารมีเอกสารอ้างอิงว่า ภายในเวลาสิบห้าปีที่ผ่านมาภายในเขตหวงห้ามนี้มีคนถูกช้างฆ่า 160 คน ส่วนใหญ่ถูกฆ่าในไร่พืชที่กันเอาไว้ “ ช้างพังและลูกช้างจะเข้าไปใกล้ชายเขตหวงห้ามเมื่อมันเข้าไปบุกกินพืชพวกนี้ตะเพิดไปได้ง่าย แต่เจ้าช้างพลายตัวใหญ่มันจะเข้าไปถึงกลางไร่ยามตะวันตกดินจนกระทั่งรุ้งเช้า ”
ค่ำวันหนึ่งเดือนกันยายนเราเข้าไปกลางไร่ข้าวสาลีชายเขตสงวนพันธ์สัตว์ป่าด้านตะวันออกพร้อมกับ โบรัน โกดาร์ เจ้าของที่หลายแปลงที่นั่น ชาวบ้านต้องใช้เวลานานตั้งร้อยคืนคอยเฝ้าไร่ของเขาทุกปี กวางจุด กวางลูกผสมและลิงก็เป็นปัญหาอยู่บ้าง “ แต่ช้างนั้นแหละที่กินเสียหมดแปลงถัดไร่ของผมไป ” เขาบอกผม ปีหนึ่งมันกินเสียสามในสี่ของผมเพียงไม่กี่วันก่อนจะถึงเวลาเก็บเกี่ยว
พวกชาวไร่ส่งเสียงไล่และเคาะเกราะในยามค่ำคืนจากกระท่อมบนพื้นดิน จากห่างบนต้นไม้ที่กระจัดกระจายอยู่ และจากกองไฟ ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก สองวันก่อนหน้านั้น เวลาเดียวกันกับตอนนี้แหละครับ ผมเลินเล่อไปเจอเอาช้างตัวหนึ่งขณะที่มันมาจากไหนก็มาทราบ มันส่งเสียงเตือนภัย สิ่งที่ผมจำได้ก็คือผมวิ่งเตลิดเข้าไปในความมืด ไม่คิดอะไรเลย ได้ยินแต่เสียงฝีเท้ามันเหยียบย่ำตามหลังมา ผมวิ่งสุดแรงและวิ่งแฉลบหลบตามต้นไม้จนกระทั่งผมรู้สึกว่าเจ้าเสียงเหยียบย่ำนั้นเข้าไปอยู่ในกายของผม บางคืนใกล้เที่ยงคือผมต้องตกใจตื่นเพราะเสียงเอะอะตะโกนจากท่ามกลางแสงจันทร์ เราคาดว่าเจ้าช้างตัวย่อมหน่อยจะมาคืนก่อนนั้น แต่เจ้าตัวนี้ใหญ่มากและร้องเสียงก้องเหมือนกับจะตาย พวกผู้คนก็ออกมารวมกัน ถือใต้บ้าง ไฟฉายบ้าง กูตะโกนโห่ไล่ขว้างปาก้อนหินไปที่มัน ในที่สุดมันก็ถอยออกไป แต่สิบห้านาทีต่อมามันก็กลับมาอีกจุดหนึ่ง เราก็ขับไล่มันไปอีก มันก็กลับมาอีก…..
เมื่อกลับมาถึงกระท่อมของเขา โบรันขยี้ตาแล้วพูดว่า “ ผมเช้าว่าช้างเป็นเทพเจ้า พืชผลของผมเสียหายผมไม่โทษช้าง ผมโทษตัวเองว่าผมทำอะไรผิด ผมสวดมนต์อ้อนวอนพระคเณศขออย่าได้ทำลายอาหารของผม ”
ที่ใจกลางของป่าสงวนทุกแห่งเต็มไปด้วยหญ้าสูง ๆ สำหรับช้างมากิน แต่ช้างก็จะไถ่หาจนกว่าจะแตกยอดอ่อน เมื่อเวลาเริ่มฤดูมรสุม ฝูงช้างอยู่เชิงเขตใกล้กับไร่ของชาวบ้านแล้วก็กินตามพุ่มไม้แหลม
คุณ เอน สิวคเนสาน และผมไต่จากคบไม้ต้นหนึ่งไปยังอีกต้นหนึ่ง เพื่อให้เข้าไปไกลโขลงช้างโขลงหนึ่งเพื่อจะดูว่ามันกินอะไรกัน “ ส่วนใหญ่มันจะกินหญ้าระบัดใบกับลูกผลไม้เล็กๆ มันจะไม่เหยียบย่ำและกินไม่เลือก ระบบย่อยของมันจะไม่ย่อยอาหารหยาบย่อยยาก เพื่อจะให้สุขภาพดีมันจะเลือกอาหารที่มีคุณภาพสูงสำหรับมัน สัตว์ยิ่งใหญ่ก็มักจะเป็นสัตว์ที่เลือกอาหาร ”
ปรากฏว่าเป็นความจริงสำหรับช้างเอเชียและช้างอาฟริกัน การที่จะมีที่สำหรับช้างอยู่รอดในระยะยาวนั้นแม้จะในอัตราที่น้อยที่สุดก็ยังไม่เพียงพอ เวลานี้ก็มีเพียงว่าช้างตามมากับฝนอย่างอิสสระและดูที่พืชพันธ์ธัญญาหารจะแตกหน่อเบ่งบาน หรือเปลือกไม้อุดมไปด้วยแร่ธาตุ – เพียงแต่มีรั่วปล่อยกระแสไฟเพื่อจะขับไล่ป้องกันไร่จากช้างที่จะข้ามเขตแดน
ศรีลังกาได้พัฒนาระบบในการอพยพช้างเกี่ยวกับเรื่องฉนวนที่กั้นไว้ให้ช้างเคลื่อนย้ายในฤดูผสมพันธ์หรือฤดูความเบ่งบานของอาหาร
เราเฝ้าดูช้างอยู่หลายเดือนตรวจสอบช้างตัวนี้ทุกสองสามวัน ช้างตัวนี้แก่แล้วช้างเชือกนี้ไม่มีชื่อ เราเรียกมันว่า เอม 40 ในบันทึกของเรา มีงาเด่นคู่และมีรูใกล้ใบหูซ้ายไม่ใคร่จะไปไกลจากรูน้ำนัก
ในฤดูแล้งตอนเหนือของ อสวานา เอม 40 ป่วย ผิวหนังหุ้มกระดุก หัวตก งวงห้อยอ่อนเวลายืนจะตกมาอยู่ระหว่างสองขาหน้า
ภรรยาผมที่ทำงานอยู่อุทยานแห่งชาติโชเบ สงสัยว่า เอม 40 จะมีชีวิตยืนยาวไปได้สักกี่วัน เช้าวันหนึ่งก็มีคนมาส่งข่าวว่า เอม 40 ตายเสียแล้ว นอนอยู่บนทรายสีเทาของคาราฮารี เราก็พากันไปดู แต่ปรากฏว่าเขานอนนิ่งไม่กระดุกกระดิกแต่ยังไม่ตาย
มีช้างอื่น ๆ เข้ามาใกล้เอม 40 ด้วยความระมัดระวังและเรียบร้อย เขามาดมทั่วร่างของเอม 40 เอางวงมาลูบไล้ที่คอ มีบาดแผลที่งา บางทีอาจจะเกิดจากการแย่งน้ำกันระหว่างช้างอะไรก็ตามที่เป็นสาเหตุอาจจะเป็นเพราะบาดแผลหรือความเหน็ดเหนื่อย ทำให้เขาตาย สี่ชั่งโมงหลังจากช้างตัวนี้ล้ม เขาก็ตาย
ช้างอื่น ๆ ก็มาคมลูบไล้เอม 40 ค่อนข้างจะเป็นไปอย่างมีระเบียบ มีการเข้ามาแล้วก็ออกไปหลีกทางให้ช้างตัวอื่น ๆ เข้ามาแทนที่ มันเข้ามาทีละสองสามเชือก ช้างเชือกที่มีอาวุโสน้อยกว่าเข้ามาใกล้ช้างตายเอางวงลูบไล้ทั่วร่าง ช้า ๆ ไม่ยอมแตะต้องผิวขณะที่ขยับงวง เพียงแตะเคลื่อนไปทั่วร่างห่างจากผิวหนังประมาณสองสามนิ้ว พิธีกรรมนั้นประทับใจในความเงียบกริบของมัน เงียบสงัดจริง ไม่มีแม้แต่เสียงกิ่งไม้หักหรือเสียงเหยียบย่ำบนพื้นทราย
ภายในหนึ่งชั่วโมงก่อนจากเอม 40 ตาย มีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้น ช้างที่หนุ่มกว่าขึ้นขี่มันทีละตัว ขณะที่มันกำลังจะสิ้นใจ ตัวแรกขึ้นค่อมเหมือนจะมีเพศสัมพันธ์ แม้จะตายแล้วก็ตามอย่างน้อยก็มีสามตัวที่ทำอย่างนั้นในวันแรกและคืนแรก พอแสงสว่างขึ้นพวกช้างหนุ่มนั้นก็แสดงอาการเลิกสนใจ
คำอธิบายในเรื่องนี้ไม่แน่นอนนัก แต่ที่เราคิดว่า ช้างพวกนั้นพยายามจะมีเพศสัมพันธ์กับเอม 40 ขณะที่ร่างกายของเอม 40 ยังคงอุ่นอยู่เท่านั้น บางทีมันจะเป็นการแสดงอันดับอาวุโสของช้าง ช้างที่หนุ่มกว่าพยายามที่จะแสดงสถานะของตัวว่าจะเป็นผู้นำฝูงต่อไป
ขณะที่ร่างยังอุ่น ช้างตัวอื่น ๆ ก็แสดงอาการช่วยกันยกร่างของเอม 40 โดยเอางวงและงาสอดเข้าไปยกเท่าที่จะทำได้ บางตัวถึงกับงาหักในขณะที่พยายามยก เราได้เห็นการกระทำลักษณะนี้ในหลายโอกาสเมื่อช้างมาประชุมกันข้างช้างที่ล้ม เมื่อยกไม่ไหวก็ได้เห็นพวกช้างพยายามเขย่าร่างของช้างตายเหมือนแม่ปลุกลุกให้ตื่นยามหลับ พวกมันพยายามทำกับเอม 40 เช่นเดียวกัน
การตายของเอม 40 ทำให้นึกถึงเราเคยเห็นช้างตรวจช้างตาย ช้างตัวนั้นถูกยิงที่กลางแสกหน้า ทุก ๆ เชือกพยายามดมทุกส่วนของร่างจนกระทั่งมาถึงรูกระสุนเป็นจุดรอยดำ งวงของมันจะหยุดอยู่ตรงนั้นประมาณหนึ่งหรืสองนาทีแล้วก็จากไป บางทีการกระทำอย่างนั้นมันหวังที่จะพบสาเหตุของการตายเพื่อเป็นบทเรียนในการยังชีวิตต่อไป
เราสังเกตเห็นช้างใช้เวลานานในการที่ลูบไล้และดึงปุ่มงา ( ช้างที่นี้งาเปราะเนื่องจากแร่ที่อยู่บนดินบางทีเราก็พบงาปริหักอยู่ตามรูน้ำไหล ) เราเคยเห็นช้างนำกระดูกหรืองาของช้างตายผ่นไปรอบ ๆ ทำไม…ไม่มีใครรู้
ฝูงช้างทั้งเอม 40 หลังจากที่มันตายได้สักอาทิตย์หนึ่ง ต่อจากนั้นสัตว์ป่าป่าก็มาแทะเนื้อไปเหลือแต่เพียงกระดูกกระจัดกระจายอยู่ในบริเวณที่มันตาย
********************************************