นก
ส.คุปตาภา
คนเริ่มสนใจในนกมานานหลายชั่วคนเพราะนกมีอะไรบางอย่างที่เหมือนคน แต่ยังมีอะไรที่เหนือกว่าคนเสียอีก เช่นมันเดินสองขา มันรู้จักสร้างรังที่อยู่ มันร้องเพลง มันเต้นรำ มันโอ้อวดแสดงออก คนก็รู้สึกว่าตนเองก็มีอะไรเหมือนๆกัน แต่ก็แปลกใจและอิฉากลายๆเนื่องจากนกบินได้ และมีความรู้สึกว่า บางอย่างก็เหมือนคนบางอย่างก็เหมือนเทวดา ความขัดแย้งอันนี้ทำให้เกิดนิยาย นิทานพื้นบ้านมากมาย โดยคนให้ตนเองมีลักษณะเหมือนนกในรูปร่างและพฤติกรรม
ที่เก่าแก่ที่สุดก็ปรากฏในผนังถ้ำในสมัยหินเก่าที่เมืองลาโซในประเทศฝรั่งเศสตัวเป็นคนหัวเป็นนก นอกจากคนก็เป็นเสามีนกเกาะ หรือมีนกทำด้วยไม้ ภาพเหล่านี้แสดงนกเป็นวิญญาณหรือ สภาพการทรงแต่อย่างไรก็ตามภาพแสดงว่านกมีบทบาทสำคัญในสมัยนั้น ในความเชื่อและในพิธีกรรมต่างๆ ภาพนี้อยู่บนรอยหินที่แตกเป็นช่องแคบๆชันในพื้นถ้ำ ยังมีภาพนกอื่นๆอีกในถ้ำทางตอนใต้ของฝรั่งเศสและตอนเหนือของสเปนแสดงว่าคนในสมัยหินนั้นนกมีความสำคัญ
มีนิทานพื้นบ้านเกี่ยวกับสัตว์และนกเล่ากันต่อๆมา ในตะวันตกที่เจริญด้วยอุสาหกรรมความเชื่อของถิ่นนี้ที่เคยรุนแรงก็ค่อยลดลงไป เช่นเสียงเคาะไม้ของนกหัวขวานนั้นและฝนจะตก คนเก่าๆเชื่อว่านกหัวขวานนั้นเป็นผู้นำฟ้าคะนองมาก็เลยตามมาด้วยฝนและพายุความเชื่อที่ว่าไข่เพียงลูกเดียวนั้นทำให้จักรวาลอุบัติขึ้นมายิ่งเก่ามาก ทฤษฏีนี้ทำให้เกิดปัญหาว่าไก่มาก่อนไข่หรือไข่มาก่อนไก่ ซึ่งมันอาจจะเกี่ยวกับการที่คนพยายามจะนึกถอยหลังไปอย่างไม่จบสิ้น
ไข่ดั้งเดิม เริ่มจากเทพนิยายอิยิปต์ว่าเทพเจ้าคนัม ทำไข่ขึ้นมาจากดิน5 โลนของแม่น้ำไนล์ใบมหึมา ตามมาด้วยอาทิตย์เป็นโอรสของห่านจอมคุยโว ประมาณ 600 บีซี นักเขียนชาวคลีตันกล่าวว่าไข่โลกและความเข้าใจนี้ได้แพร่หลายมายังพวกกรีก
ยังมีเทพนิยายอื่นๆอีกที่คนสำคัญที่มีธรรมชาติเหนือคนอื่นนั้นมาจากไข่ประเพณีพวกเปรูก็ว่าลำดับของคนนั้นมาจากไข่ที่ประกอบด้วยโลหะต่างๆกัน อย่างเช่น ไข่ทองก็มาเป็นหัวหน้าหรือประมุข ไข่เงินก็มาเป็นพวกขุนนางมียศถาบรรดาศักดิ์ทองแดงก็มาเป็นคนธรรมดาสามัญ เกาะฮาวายนั้นถือว่ามาจากทะเลแล้วมีเทพเจ้าองค์หนึ่งมาวางไข่ใบหนึ่งไว้ มีนิยามปรัมปรามากมายที่ระบุว่าเล่ากันต่อมาก่อนที่จะมีการเขียนประวัติศาสตร์ คนรู้สึกว่าจะชื่นชมกับอำนาจของนก และมาเกี่ยวข้องกันกับเหตุการณ์เหนือธรรมชาติรวมทั้งการสร้างจักรวาลด้วยพอมาถึงสมัยเราไข่ก็ทำให้เกิดความฉงนฉงายและกลัวในกระบวนวิธีที่มองไข่แล้วเหมือนก้อนกรวดกลมๆมหึมาแล้วก็ทำให้เกิดสิ่งมีชีวิต
เทพนิยายในการสร้างเช่นรังนก ซึ่งทำให้คนเกิดความสนใจและถ้าจะดูไปก็ทำให้คนรู้จักสานตะกร้า และปั้นหม้อสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกโดยเฉพาะมักจะเป็นนกเชื่อกันว่าคาบโคลนขึ้นมาจากน้ำสร้างเป็นโลก เทพนิยายอย่างนี้มีในอินเดียแล้วก็แพร่หลายไปทางตอนเหนือของเอเชีย และมีเรื่องทำนองเดียวกันนี้ในตอนเหนือของอเมริกาซึ่งมีการเสนอแนะกันว่าข้ามไปทางซ่องแคบเบอริง ระหว่างพวกอินเดียเผ่าชิบเปวา ว่ามีสัตว์พวกเลี้ยงลูกด้วยนมมากมายที่พยายามจะเอาโคลนมาสร้างโลกแต่มีนกเท่านั้นทำได้สำเร็จ ชนเผ่าอิโรคัวกล่าวว่าบรรพสตรีของตนลงมาจาดสวรรค์และมีสัตว์พวกสะเทินน้ำสะเทินบกขนโคลนขึ้นมาสร้างเป็นเกาะให้นางอยู่ พวกอินเดียนเผ่ามันดันมีเทพนิยายว่านกพิราบสองตัวบินข้ามน้ำไปๆมาๆจนกระทั่งแผ่นดินแห้งและเกิดหญ้างอกขึ้นมา นิทานอย่างนี้เลื่อนลอยย้อนไปถึงเรือของโนอา
ในบรรดาสัตว์ที่บินได้นกเห็นได้ชัดกว่าสัตว์อื่น บางอย่างบินร่อนไปสู่สวรรค์จนกระทั่งหายไปจากสายตา นับได้ว่านกมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับบรรดาผู้มีอำนาจในท้องฟ้า ไม่ว่าอาทิตย์หรือสรรพสิ่งบนสวรรค์ รวมทั้งพระเจ้าที่อยู่สูงโพ้นบรรดาอำนาจเหล่านั้นเข้าใจกันว่าอยู่ในร่างของนก เชื่อว่าคนที่สามรถจะไปสัมผัสกับบรรดาชาวสวรรค์ทั้งหลายได้ก็ด้วยการแปลงตัวอยู่ในรูปนก
บรรดาเขตเหล่านั้นที่จะมีการเปลี่ยนแปลงทางอากาศ มีการเพิ่มแปลงของอุณหภูมิ ความยาวของวันอาทิตย์ทางเดินของดวงอาทิตย์ทางหนึ่งและอีกทางหนึ่งก็คือการเจริญงอกงามของธัญพืช และการเกิดของสัตว์ ซูสเทพเจ้าของกรีกก็ยังถูกกล่าวหาว่าบางครั้งปรากฏเป็นนกอินทรีและบางครั้งก็เป็นหงส์ ซึ่งเป็นนกที่มีพลังอำนาจมากและบินได้สูง ซึ่งยังมีความสำคัญในความเชื่อของมนุษย์มาจนทุกวันนี้
พวกนกใหญ่ๆอย่างนกแร้งนี่ก็มีความเข้าใจหรือคิดกันสับสนหน่อยบ้างก็ว่าสัตว์ชนิดนี้ควบคุมให้เกิดเมฆ ลม และฟ้าคะนอง หรือสายฟ้า ครุฑของพวกอินเดียนนั้นปีใหญ่และมีหัวเหมือนนกอินทรีแต่มีขาเป็นคนเป็นแบบฉบับของทำให้เกิดลม นกรอค ในอาหรับราตรีโฉบลงไปในหุบเขางูเพื่อจะแย่งเอาก้อนเนื้อที่มีเพชรติดอยู่ การที่นกใหญ่แย่งโฉบเอางูไปนั้นเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงชัยชนะของความอุดมสมบูรณ์เหนือกว่าความชั่วร้ายของความแล้งและปลูกพืชพันธ์อะไรไม่ขึ้น
นกเป็นสัญลักษณ์ของผู้มีอำนาจสูง สัตว์ปีกกลายเป็นสัมพันธ์กับพระเจ้าและของศักดิ์สิทธิอื่นๆ บางทีก็กลายเป็นพาหนะ อย่างเทพซูสก็ขี่นกอินทรี อโฟรไดท์ก็ขี่ห่าน เทพอพอลโล่ก็มีรถศึกเทียมด้วยหงส์ พวกเทพเจ้าของชาวเอเชียมักจะขี่นกหารที่เป็นพิษไปเสียจากตน
เป็นผู้นำฤดูใบไม้ผลิเข้ามา
การปรากฏของนกหรือบางทีหายตัวไปบางครั้งก็ทำให้เกิดความพิศวงงงงวยอย่างเช่นการที่นกกลับมาในฤดูใบไม้ผลินำความหฤหรรษ์มาสู่ โดยเฉพาะอย่างห่านหรือนกกระยางชอบแสงอาทิตย์ บางทีไม่ได้เพียงคิดว่าเป็นการนำมาว่าจะถึงฤดูใบไม้ผลิแล้วเท่านั้นยังถือว่าเป็นผู้รับบัญชาของพระผู้เป็นใหญ่ในสวรรค์ให้นำฤดูใบไม้ผลินั้นมา บางทีก็มีเทศกาลสำหรับนก ชนเผ่าไซบีเรียนมีพิธีสวดและทำรังให้นกห่านที่อพยพกันมาในเกาะโรดต้อนรับนกนางแอ่นด้วยการร้องเพลง การที่นกหายหน้ากันไปในฤดูใบไม้ร่วงทำให้เกิดการเสี่ยงและความวุ่นวายไม่สบายใจ
นกปากแดงตาเหลือง นกบางทีมารวมกันเป็นฝูงใหญ่และมีการร้องรำทำเพลงอย่างที่เราคิดว่ามันมาเต้นรำฟ้อนกัน คนอินเดียนแดงมักจะเรียนแบบอากัปกริยาของนกเป็นการเต้นรำในพิธีการต่างๆ แม้ในเกาะครีตโบราณก็ยังมีการเต้นรำนกกระยางเหมือนญี่ปุ่นปัจจุบันในยูโกสลาเวียยังมีพิธีกรรมเด็กชายเต้นรำท่าของไก่
ในนิทานพื้นบ้านก็ยังมีนกเข้ามาเกี่ยวข้องแม้แต่สีของนกเช่นนกสีแดง ถือว่าเป็นสีของไฟหรือเลือด
เทพพระเจ้าแห่งความรักของฮินดูคือกามเทพก็ขี่นกแก้ว พวกเทพธิดานางฟ้าทั้งหลายก็มีปีกบินได้ในศิลปะของพวกคริสเตียนมักจะเขียนวิญญาณพระเป็นเจ้าเป็นนกเขา พวกเทพมาเยี่ยมมนุษย์ก็มาในรูปเป็นนก คนจะไปหาเทพเจ้าบนสวรรค์ก็ต้องแปลงตนเป็นนก คนเผ่าไซบีเรียเวลาเจ้าทรงจะต้องทำท่าตีปีกและร้องเหมือนนก มีการเชื่อกันอย่างกว้างขวางว่าเวลาวิญญาณคนอออกจากร่างจะชั่วคราวหรือถาวรคือตายไปเลยนั้นอยู่ในรูปของนกพวกเมโสโปเตเมียโบราณเชื่อว่าคนตายแล้วกลายเป็นนกอยู่ใต้โลก ในเยอรมนีถือกันว่าแร้งเป็นวิญญาณของคนชั่ว หรือเป็นสัตว์ที่พวกแม่มดขี่
ภาษานก นอกจากมนุษย์นกเป็นสัตว์ทีพูดมากที่สุด และยังมีการทำเสียงได้แปลกๆเสียงเรียก เสียงเพลง เป็นภาษาที่ให้อาญัติสัญญา แม้จะจำกัดแต่ก็มีสิทธิภาพมีความเชื่อและปรากฏในนิยายพื้นบ้านทั้งหลายว่าคนสามรถเข้าใจภาษานก หรือนกก็เข้าใจภาษาคน ในนิยายบอกว่ามีบางครั้งที่คนเข้าภาษานกแล้วเอาไปใช้ประโยชน์มหาศาล นกนำข่าวมาบอกอย่างเช่นนิยายน้ำท่วมโลก นักเขียนโรมัน โอดินเลี้ยงนกแกไว้สองตัว สำหรับท่องเที่ยวไปหาข่าวรอบโลก แล้วก็กลับมาเกาะที่บ่าของเขากระซิบที่หูว่ามันไปพบอะไรมาบ้าง ในนิทานพื้นบ้านบางทีตัวเอกได้ยินนกพูดกันก็ได้ประโยชน์จากการสนทนาของนกนั้น อย่างในกวีนิพนธ์ของ
สก็อตชื่อ หวาคอบบี้ส์ท่องเที่ยวเดินอยู่คนเดียวได้ยินกาปรึกษากันถึงการที่จะรุมกินร่างของนายทหารที่ตาย เรื่อง “เบิดออฟทรูท” รู้จักกันทั่ว มีแก่นของเรื่องว่า นกตัวหนึ่งให้ข่าวรูปร่างลักษณะของขบถคนหนึ่งได้
นอกจากนั้นการสังเกตอากัปกริยาของนกแล้วทำนายเช่นมาชายเชื่อว่าได้ยินเสียงนกหัวขวานเคาะไม้อยู่ทางขวาเป็นลางดี ถ้าหากเคาะอยู่ทางซ้ายจะไม่ดี ถ้าคนเดินทางได้ยินนกหัวขวานเคาะไม้อยู่ข้างหลังก็แสดงว่าตนจะได้รับการต้อนรับดีเป็นต้น
บางแห่งในสหรัฐอเมริกา ถ้าเกิดมีนก บินเข้ามาในที่อยู่ถือว่าเป็นมงคล เว้นแต่จะเป็นนกขาวถือว่าเป็นลางบอกเหตุว่าจะมีการตายเกิดขึ้น ถ้าเป็นนกเผือกบริสุทธิละก็ไม่ใคร่จะมีบ่อยนัก เสสียงร้องของนกบางทีเกี่ยวข้องกับลางร้ายอย่างเช่นนกเค้าแมวเสียงขอบมันทำให้เกิดความกลัว ในยุโรปหากได้ยินเสียงนกดุเหว่าร้องเป็นครั้งแรกถือว่าฤดูใบไม้ผลิกำลังจะมาถึงแล้ว
นกถือว่าเป็นผู้ส่งข่าวสารจากอำนาจสวรรค์หรือเป็นผู้กุมความลับ กล่าวว่าเคยนำให้คนไปสร้างเมืองใหม่ ทำนองเดียวกัน นกอาจจะชี้แนะให้นักบวชสร้างที่บำเพ็ญพรตหรืแสร้างวิหาร ในนิทานต่างๆมีกล่าวว่านกช่วยมนุษย์หลายอย่าง ตั้งแต่การเลี้ยงเด็กจนกระทั่งช่วยจากการจมน้ำ นำอาหารมาให้พวกนักบวช และขณะเดียวกันก็เอาอา