สารคดี พวกทหารดีบุกเข้าจับ

  1. พวกทหารดีบุกเข้าจับ

ส.คุปตาภา

“ยอมแพ้เสีย   ยอมให้เขาจับเสียโดยดี ถ้าไม่ยอม เราจะเข้าบุกจับนะ”

เจ้าวายร้ายทั้งสามยื่นเรียงเป็นหน้ากระดานข้างล่างตะโกนบอก

พวกมันแต่งตัวแปลกๆ  ทหารดีบุกและชายกระเบื้องขาวสรวมหมวกเหล็กกล้า  และมีเชือกพับรอบๆตัว  ทหารดีบุกถือดาบ  ชายกระเบื้องขาวถือหอก  เจ้าหนูสีเทาตัวเตี้ยมากยังแบกกระบอกไม้  แทนที่จะมีหมวกมียอดที่เรียกว่าหมวกเฮลเมทกลับสรวมหมวกที่ทำจากโล่ห์  เพราะมันไม่มีหมวกก็เลยเอาโล่มาสรวมแทน

ไก่ปาเปีย  มาเช่ตกใจที่เห็นพวกนี้แต่งตัวแปลกๆ

“ทำไมจะต้องโกรธด้วยล่ะ” เขาถาม “ทำไมจะพูดค่อยๆดีๆไม่ได้หรือแทนที่จะต้องตะโกน”

ทหารดีบุกแกว่งดาบยาวของมัน  “มันควรที่ข้าจะต้องโกรธ ไม่ใช่ธุระถงการอะไรของแกนี่” มันตะโกน “นี่มันหอคอยของข้า ของข้า…แกไม่มีสิทธิ์ที่จะมาอยู่ที่นั่น

ชายกระเบื้องแกว่งหอก  “ถูกแล้ว” มันพูด “นี่เป็นคลังเก็บของๆทหารดีบุกข้าระเบิดโทสะออกมาแล้วนะ จะบอกให้ เพราะพวกแกขึ้นไปบนนั้นโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของ และแกไม่ได้ขออนุญาตจากข้าด้วย   อีกอย่างหนึ่ง แกหนีมาโดยไม่บอกกล่าว เลวมาก ข้าควรแล้วที่จะต้องโกรธ อีกอย่าง…”

“อย่าพูดมาก”ทหารดีบุกใช้ข้อศอกถอก “บอกให้มันยอมเสียโดยดีแล้วระวังคอยดูมัน”

ชายกระเบื้องขาวก้มหัวรับอย่างสุภาพนอบน้อม

“ตกลง เรามาตะโกนพร้อมกัน”

ดังนั้นทั้งสามวายร้ายก็ตะโกนพร้อมกัน “ย_อ_ม_แพ้_เสีย”

ฉีหันไปมองเพื่อนๆ “บอกว่าเราจะไม่ยอม….หนึ่ง..สอง..”

พวกของฉีตะโกนกลับมาจากหอคอย  “เราไม่ยอม”

“ถ้าหากไม่ยอม เราก็จะโจมตีละ”ทหารดีบุกมองขึ้นไป “คราวนี้เราจะไม่สุภาพต่อแกนะ”

“มาเถอะ เราไม่ต้องกลัวมัน”ลูกหมีคำราม

“ดูตัวซิ” ไก่ปาเปีย มาเช่ กระซิบกับลูกหมู “เธอจะทำอย่างไรถ้าหากมันบุกเข้ามาจับจริงๆ เราจะตีมันได้หรือ”

“ไก่ปา เปียมาเช่ กลัว”สุนัขยางพูด “ไก่ปาเปีย มาเช่กลัว”

“อะไร อะไรนะ”เป็ดกำมะหยี่พูด “มาตะโกนกันอีกที”

เขาช่วยกันตะโกนพร้อมกันอีกครั้งหนึ่งว่า “แก_ไม่_กล้า_ขึ้น_มา”

เจ้าวายร้ายทั้งสามปรึกษากันอยู่ข้างล่างแล้วให้เจ้าหนูสีเทาเป็นโฆษกของมัน

“เอาอาหารในนั้นให้เราบ้าง แล้วเราอาจจะไม่โจมตีพวกแก”มันร้องเรียก

“ไม่”ผู้เฒ่าขนมแป้งตอบ

“แม้แต่นิดหน่อยก็ไม่ยอมรึ”เจ้าหนูสีเทาถาม “นิดหน่อยก็ยังดี เราหิวกันแล้ว”

“ไม่ ไม่”พวกนั้นตะโกนจากหอคอยพร้อมกัน

ทหารดีบุกโกรธมาก  แกว่งดาบแล้วร้องสั่งลูกน้องว่า “ข้าบุก”

ชายกระเบื้องขาวและเจ้าหนุสีเทาเข้าแถวทันที

“หนึ่ง” ชายกระเบื้องขาวตะโกน

“สอง”เจ้าหนูสีเทาตะโกน

“บุกหอคอย”ทหารดีบุกสั่ง

ชายกระเบื้องขาวและเจ้าหนูสีเทามองหน้ากันและกัน  และไม่มีใครกล้า

“ไปซิ”ชายกระเบื้องขาวพูดกับเจ้าหนูสีเทาหลังจากหยุดอยู่ครู่หนึ่ง

“แกมีโล่คอยป้องกันอยู่บนหัวนี่ ขึ้นไปสิ”

“แล้วแกล่ะ” ทหารดีบุกถาม “แกก็มีหมวกเหล็กอยู่บนหัวนี่นา”

ชายกระเบื้องขาวอ้าปากหาวแล้วพูดลากเสียงช้าๆ “ข้ามันอ้วนเกินไปหมอไม่ยอมให้ทำอะไรเหนื่อย ไอ๊ย่า  … หมอไม่ยอมให้ข้าพูดมากเหมือนกัน เพื่อนควรจะปีนขึ้นไปพร้อมกันกับเจ้าหนูสีเทา ดีกว่า ข้าต้องขอตัว”

“อ้อ แกมันอ้วนไป” ทหารดีบุกย้อน “แกไม่ได้สังเกตดอกหรือว่าข้าก็ผอมเกินไป หมอก็ห้ามข้าไม่ให้ไปต่อสู้กับใคร ดังนั้นเจ้าหนูสีเทาควรจะขึ้นไปดีกว่า”

“ใช่ ใช่” ชายกระเบื้องขาวรีบตกลง “ข้าตัวเล็กเกินไป”

ทหารดีบุกแกว่งดาบอย่างเกรี้ยวกราด  ตะโกนตะคอกว่า  “ขี้ขลาด คอยดูนะข้าจะโจมตีมันคนเดียว”

ด้วยอารมณ์ยืดอก  ถลาเข้าไปหาหอคอย  แต่ก็สูงเกินกว่าที่มันจะกระโดดขึ้นไปได้  ดังนั้นจึงเก็บก้อนหินโยนขึ้นไป  เช้ง  กระจกหน้าต่างแตก

“ไม่โดนเรา ไม่โดนเรา” สุนัขยางร้องเยาะเย้ยด้วยความดีใจ

ไก่ปาเปีย  มาเช่ เข้าไปแอบอยู่ใต้โต๊ะ  “เร็วเข้าหน่อย ปิดหน้าต่าง” เขาร้องด้วยความกลัว “เมื่อหน้าต่างปิด เราก็ปลอดภัย”

ทหารดีบุกขว้างก้อนหินอีกสองสามก้อนเข้ามาแต่ไม่ถูกผู้ใด   เมื่อยังคงขว้างปาอยู่เช่นนั้น  ลูกหมีก็เกิดอารมณ์เสีย  โยนอาหารกระป๋องลงไปที่มันสองกระป๋องพวกโกโรโกโสทั้งสามก็พากันวิ่งหนี  แต่เมื่อชายกระเบื้องขาวหันมากลับมาเห็นอาหารกระป๋องเข้าก็เลยกลับมาหยิบมันขึ้นกระป๋องหนึ่ง  เจ้าหนูสีเทาตาไวก็รีบคว้าอีกกระป๋องไว้

เมื่อทหารดีบุกเห็นลูกน้องของมันทั้งสองได้อาหารกระป๋องไปก็พยายามจะแย่ง

“ของข้า” มันตะโกน

“ของข้า” ชายกระเบื้องขาวตะโกน

“ของข้า” เจ้าหนูสีเทาตะโกน

“ของข้า ของข้า ของข้า”   มันพากันตะโกนพร้อมกันแล้วก็เข้าต่อสู้แย่งกัน

ฉีและเพื่อนเฝ้าดูมันแล้วก็หัวเราะ  แม้ตุ๊กตาเศษผ้าก็หัวเราะด้วยเมื่อไก่ ปาเปีย มาเช่ได้ยินเสียงตะโนก็คลานออกมาจากใต้โต๊ะ  แล้วก็พลอยหัวเราะตาม

เมื่อเจ้าวายร้ายทั้งสามกำลังต่อสู้กันอยู่นั้น  สุนัขยางก็โยนก้อนหินลงไปถูกหลังของทหารดีบุก  ทหารดีบุกล้มดังปัง  แต่ก็ยังอุส่าห์ตะกายคว้าก้อนหินนั้นไว้นึกว่าเป็นอาหารกระป๋องอีกกระป๋องหนึ่ง

“ช่วยด้วย” เจ้าหนูสีเทาร้อง “พวกมันมีก้อนหินนะ วิ่งหนีเอาตัวรอดเถอะ”

แล้วพวกมันก็ออกวิ่งราวกับลมพัด  และก็น่าประหลาดที่ชายกระเบื้องขาวอ้วนคนนั้นกลับเป็นผู้ที่วิ่งเร็วที่สุด