สารคดี ระหว่างทาง

  1. ระหว่างทาง

ส.คุปตาภา

ดังนั้นพวกเขาก็ออกเดินทาง  ถ้าหากผู้อ่านไม่ได้อ่านตอนแรกของหนังสือเล่มนี้และไปพบพวกนี้บนถนน  ก็จะคิดว่ามีสองคนเท่านั้นคือ  ฉี  และเจ้าหนูสีเทา  (ไม่มีใครที่จะนับเอาเงาเป็นคน)  แต่เรารู้ว่าเขาไปกันสามคน  ฉี   เจ้าหนูสีเทาและเงาพูดมากและอารมณ์เสีย  เขาพากันเดินไป  เดินไปบนถนนอันแสนจะไกล

ฉีมีเรื่องเดือดร้อนกับเจ้าเงาใหม่ของเขาตลอดทาง  มันหนักเกินไป (นี่เป็นความแตกต่างระหว่างเงาใหม่และเงาเก่าของเขา  ซึ่งเงาเก่าไม่มีน้ำหนักเลย)  ฉีลากเงานี้ไปตามทางเหมือนกับสรวมรองเท้าบู๊ทกันน้ำของพ่อ  ทุกก้าวต้องใช้แรงมาก  เมื่อฉีเดินช้าเจ้าเงาก็บ่นว่าเขาอีก  และเมื่อเขาเดินเร็วขึ้นเหงื่อก็ออก   เจ้าเงาก็ยังคงบ่นเขาต่อไป

“เร็วขึ้นอีกซี เร็วขึ้นอีกซี”

แล้วเมื่อฉีเดินเร็วยิ่งขึ้น  เจ้าเงาก็บ่นอีกว่า  “ทำไมเดินเร็วนักล่ะ เธอต้องการให้ฉันขาดเป็นชิ้นๆรึนี่”

“เอาล่ะ ฉี ระวังขึ้นอีกหน่อย”เจ้าหนูสีเทาพูด

ไม่ช้าเงาก็พูดเสียงแหบๆอีกว่า  “เธอนี่ช่างไม่มีหัวคิดเอาเสียเลย เดินเตะฝุ่นเอาๆจนทำให้ฉันสกปรกไปหมด”

“ฉันไม่ได้ตั้งใจ”ฉีขออภัย “คราวหน้าฉันจะระวังมากขึ้น”

ดังนั้น  ทั้งสามก็เดินทางกันต่อไป  ในแสงสลัวๆอย่างนั้นยากที่จะบอกได้ว่าพวกเขาเดินอยู่ในตรอก  หุบเขา  หรือป่า  เลี้ยวแล้วก็เลี้ยวอีก  เดินทางไปๆจริงๆแล้วจะไปไกลเท่าไร  นานสักเท่าไร  ยากที่จะกล่าว

“นานสักเท่าไรนี่จึงจะถึงที่นั้น”ฉีซึ่งเริ่มจะปวดขาทั้งสองข้าแล้ว ถามขึ้น “เราเดินกันมาเป็นชั่วโมง ชั่วโมงแล้วนะนี่”

“โธ่ ไม่ดอกน่า”เจ้าหนูสีเทาพูด

“เขากลัว”เงาเยาะเย้ย “เขากลัวน่ะ”

“ฉันเหนื่อย”ฉีตอบโต้ “เราเดินกันมาอย่างน้อยที่สุดก็หลายชั่วโมง”

“เธอน่ะผิดเสียแล้ว”เจ้าหนูสีเทาพูดอย่างชาเย็น “เดี๋ยวนี้ไม่มีเวลาเสียแล้วไม่มีใครที่จะมาคอยติดตามชั่วโมง    เธอจะเดินนานสักเท่าไรก็ไม่เป็นปัญหา”

“ถูกแล้ว” เงาเห็นพ้องด้วย “เราจะเดินทางนานสักเท่าไรก็ได้ตามใจชอบ ฉันไม่เหนื่อยกระนั้นเธอยังบอกว่าเธอเหนื่อย ไม่ได้ความเสียเลย”

“ก็ฉันน่ะลากเธอมาตลอดทาง”ฉีขัดอย่างฉุนเฉียว “เธอไม่ได้ทำอะไรนี่ แน่ละเธอต้องไม่เหนื่อย แต่ฉันจะต้องให้เธอรู้ว่าขาของฉันน่ะปวดไปหมดแล้ว”

“เลิกทะเลาะเบาะแว้งกันเดี๋ยวนี้”เจ้าหนูสีเทาพูด “ฉันจะสอนคาถาซึ่งจะทำให้เธอหายเหนื่อยให้”

“พูดว่าฉันเหนื่อยจัง               และฉันยังโง่เซ่อซ่า

ลูกกวาดและโซดา                 คอยท่าอยู่หลังเลิกเรียน”

“มีคาถาอีกบทจะทำให้เธอหายปวดขา

“ขาไม่ปวด ไม่ปวดขานะ ฉันจะเล่นฟุตบอล ตอนหยุดพักการเรียนแล้วฉันก็ยังรู้คาถาอื่นที่ทำให้เธอเหนื่อยได้นะ อยากฟังไหมล่ะ”

“ไม ไม่เอาคาถาอย่างนั้น”ฉีรีบพูด แล้วก็เริ่มท่องคาถาสองบท

“พูดว่าฉันเหนื่อยจัง และฉันยังโง่เซ่อซ่า

ลูกวาดและ โซดา            คอยท่าอยู่หลังเลิกเรียน

ขาไม่ปวด   ไม่ปวดขานะ  ฉันจะเล่นฟุตบอล  ตอนหยุดพักการเรียน”

ท่องซ้ำกันหลายๆครั้ง  ฉีรู้สึกว่าค่อยยังชั่วขึ้น  ดังนั้นทั้งสามก็ออกเดินทางต่อไปจนกระทั่งมืดตะวันตกเดิน  เลี้ยวไปทางตะวันออก    แล้วก็เลี้ยวไปทางตะวันตก    เดินทางต่อไป  เดินทางต่อไป…..

หลังจากนั้นช่วงหนึ่ง  เงาพูดขึ้นว่า

“เจ้าหนูสีเทา    สอนคาถาที่ทำให้เหนื่อยแก่ฉันบ้างสิ มันช่างจืดชืดเหลือเกินที่ไม่รู้จักเหนื่อยเลย”

“ก็ได้เจ้าหนูสีเทาพยักหน้า “นี่ไงล่ะ”

เหนื่อย  เหนื่อย  ตัวเหนื่อยมาแล้วอ้ะ

ต้องสอบกันดะ      และจะต้องบวกเลข

คาถานี้ทำให้ฉีนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

“ตายจริงฉันยังคงไม่ได้ทำเลขคณิตเลย”

“เอาอีกแล้ว”เงาหัวเราะเยอะ “ขี้ขลาดอะไรอย่างนี้ ถ้าฉันเป็นเธอละก็ฉันจะไม่ยอมทำเลย”

“ไม่เป็นไร”เจ้าหนูสีเทาปลอบ “ไว้ทำคราวหน้าก็แล้วกัน”

“แม่จะได้ดุเอาเป็นไร”ฉีพูด

“เธอมันต้องอยู่ในข้อบังคับ”เจ้าหนูสีเทาอุทาน “ไม่ต้องกลัวว่าแม่จะดุเอา ท่านไม่กล้าโกรธเธอจริงๆดอก   ลืมไปแล้วหรือว่าครั้งหนึ่งท่านซื้อลูกกวาดและของเล่นมาให้เธอหลังจากที่ท่านดุด่าเธอแล้ว”

“แต่ก็ยังมีพี่สาวของฉันอีกนี่….”

“ยายแก่ตัวเล็กๆ”เงาร้องเสียงแหบดังๆ   “ไม่จำเป็นต้องไปกลัวเธอดอกน่าไปวาดการ์ตูนตัวโตๆบนกระดานดำให้เพื่อนร่วมชั้นเรียนของเธอดู    แล้วก็ดูสิว่าเธอจะกล้ามาดุว่าฉีอีกหรือไม่”

“นั่นซี”เจ้าหนูสีเทาพูด “เป็นความคิดที่ดีมากนะนี่”

“ถูกละ”ฉีพูด “ฉันพึ่งจะเล่นอย่างนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง จะไม่ทำอีก”

“ถูกต้อง”เจ้าหนูสีเทาและเงาพูดขึ้นพร้อมกัน “ครั้งนี้เพียงครั้งเดียว แน่นอนเธอจะไม่เล่นอย่างนี้อีกในคราวหน้า