วัฒนธรรมวิกฤติ
สลวย โรจนสโรช
คำนำ
มนุษย์เป็นสัตว์สังคมซึ่งจำเป็นต้องเกาะกลุ่มกันอยู่ ตั้งแต่เป็นสังคมเล็กๆคือสังคมครอบครัว อันประกอบด้วย พ่อ แม่ และลูก จนขยายขึ้นไปกว่านั้น ดังนั้นวิถีชีวิตที่ดำเนินในหมู่คณะ มีความสัมพันธ์ต่อกันของสมาชิกในสังคมเพื่อสนองความจำเป็นพื้นฐานของชีวิต อันเป็นสัญชาติญาณของสิ่งมีชีวิต เช่น อาหาร ที่อยู่อาศัย การสืบเผ่าพันธุ์ ความปลอดภัย ยารักษาโรค ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกนึกคิด หรือการปฏิบัติต่อกันระหว่างมนุษย์ต่อมนุษย์ มนุษย์ต่อธรรมชาติอันได้แก่ดินฟ้าอากาศและสิ่งแวดล้อม เหล่านี้เป็นวิถีชีวิตที่ทำให้ชีวิตมีวิถีโดยอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขและอยู่ร่วมกันธรรมชาติอย่างมีดุลยภาพดำเนินไปให้ดีขึ้น แต่ละบุคคลในสังคมจะต้องเรียนรู้และถ่ายทอดให้สังคมรับวิถีชีวิตนี้ไปเป็นแบบปฏิบัติจนเป็นนิสัยและบางอย่างสืบทอดจนฝังเป็นสันดาน และประเพณีอันเป็นเอกลักษณ์ของสังคม และยอมรับเป็นคุณค่าทางวัฒนธรรมต่อไป
วัฒนธรรมกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติแยกกันไม่ออก มนุษย์จะอยู่รอดได้ก็ด้วยการสร้างและรักษาความได้เปรียบกับสิ่งรอบตัว คือสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติซึ่งเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ต่างก็มีบทบาททำให้วัฒนธรรมของสังคมนั้นเปลี่ยนไป เช่นคนที่เคยอยู่ป่า เมื่อป่าถูกทำลาย ชีวิตของชาวป่าก็จำเป็นต้องเปลี่ยนวิถีไปตามสภาพของธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไป สิ่งแวดล้อมที่เป็นอย่างหนึ่งก็เปลี่ยนสภาพเป็นอีกอย่างหนึ่ง หรือเช่นเปลี่ยนจากสังคมเกษตรกรรมเป็นสังคมอุตสาหกรรม ดังกำลังเป็นอยู่ในปัจจุบัน ความจำเป็นพื้นฐานของชีวิตก็ได้รับการบำบัดในวิธีการที่แตกต่างไปจากที่เคยเป็น นั่นคือ วัฒนธรรมบางส่วนได้เปลี่ยนไป
เมื่อสังคมเปลี่ยนไปด้วยความเจริญทางเทคโนโลยีสมัยใหม่ จนกระทั่งถึงปัจจุบันอันเป็นยุคโลกานุวัตร วัฒนธรรมก็ต้องปรับเปลี่ยนไปตามยุคโลกานุวัตรนี้ จึงเข้าสู่ระยะที่ควรจะเรียกได้ว่า “วัฒนธรรมวิกฤติ”