สารคดี วิ่งไปที่ชายฝั่งทะเล

21.วิ่งไปที่ชายฝั่งทะเล

ส.คุปตาภา

ฉีและเพื่อนรีบไปเร็วขึ้นๆ  จนกระทั่งไม่ช้าก็กลายเป็นวิ่ง  มีบางอย่างที่ดูเหมือน จะบีบบังคับให้พวกเขาต้องรีบร้อน  เขาวิ่งโดยไม่ต้องเหลียวหลังมาดูจนกระทั่งถึงฝั่งทะเลทะเลนิ่งสนิทเหมือนว่ามันกำลังหลับไม่มีลม  ไม่มีคลื่น  น้ำก็แข็งเหมือนกระจกสีน้ำเงินเข้ม หนาและนิ่งสนิทไม่เคลื่อนไหว

สุนัขยางวิ่งไปวิ่งมาอยู่ที่หาด  ตะโกนว่า   “รีบเข้าหน่อย ขึ้นเรือ”

พวกเขาต่างก็พากันวิ่งไปที่ท่าเรือ  ที่นั่นมีเรือจอดอยู่มากมาย  แต่เรือก็อยู่ในสภาพเหมือนที่เคยเป็นอยู่……เรือกลไฟมากมายแต่ไม่มีควันในปล่อง  มีควันสองสามสายนิ่งสนิทจากเรืออื่นๆอีกสองสามลำ   แต่เส้นควันนั่นก็นิ่งอยู่กับที่  เรือยอชทั้งหมดก็ไม่กางใบ  หรือบางลำก็มีใบม้วนอยู่ครึ่งๆ

เขาวิ่งขึ้นไปบนเรือกลไฟลำเล็ก  ก็มีกระดาษติดไว้ที่ปล่องว่า  “ยังไม่ออก”เขาพากันวิ่งไปบนเรือกลไฟลำใหญ่   ก็มีแผ่นกระดานติดไว้หน้าประตูห้องในเรือว่า “ยังไม่ออกเรือจนหลังจากนี้”ไม่มีอะไรนอกจากจะวิ่งไปที่เรือบรรทุกสินค้าสีดำ  แต่ก็มีข้อความเขียนตัวโตด้วยชอล์กคบอกว่า  “ไม่มีการออกเรือวันนี้”พวกเขาวิ่งอย่างสิ้นหวังไปยังเรือลำเล็ก  แต่ก็มีผ้าแพรสีแดงปักด้วยอักษรสีทองแขวนอยู่ที่ราวลูกกรงเรือว่า”  “เสียใจ   เรือจะออกแล่นคราวหน้าแน่นอน”พวกเขาพากันวิ่งไปก็วิ่งมาเพื่อจะหาเรือที่พร้อมที่จะออกจากท่า  ทุกๆลำก็มีประกาศติดว่า  “ไม่ออกแล่นเรือวันนี้”หรือ  “เรือจะออกคราวหน้า”บางที่ก็บอกว่า  “ไม่ออกเรือ”แย่มาก  พวกเขาจะทำอะไรได้

ในที่สุดพวกเขาก็มาพบเรือไม้ที่ไม่มีประกาศติดไว้  ไม่มีปล่อง  ไม่มีเสากระโดงเรือ  ไม่มีลูกเรือ  แต่อย่างน้อยก็ไม่ได้บอกว่า “จะออกเรือคราวหน้า”พอพบเรือนี้ต่างก็ดีใจพากันกระโดดลงเรือ

ตุ๊กตาเศษผ้าแสนจะดีใจเมื่อเธอเห็นทะเล

“สวยอะไรอย่างนี้”เธอพูดพร้อมกับจุ่มมือลงในทะเล “ทีนี้ละ ฉันจะได้ล้างหน้าแล้ว”

เธอก้มลงวักน้ำขึ้นมาล้างหน้า  หลังจากนั้นก็เช็ดหน้า  แล้วก็สระผมเธอทำอย่างนั้นไปเรื่อยๆ

“ถึงเวลาที่จะออกเรือแล้ว”สุนัขยางตะโกน

แต่เรือจะไปจากท่าได้อย่างไร  มันไม่มีเครื่องจักร  ไม่มีใบเรือ  ไม่มีพาย  เปล่า  ไม่มีอะไรเลย  แม้แต่พายสักอัน

“หาไม้มาทำพายสิ”คนไม้พูด

แต่พวกเราจะไปหาไม้ที่ไหนล่ะ  ไม่มีอะไรบนเรือสักอย่าง

“คอยอยู่นะ ฉันจะไปหามันที่หาดทราย”ลูกหมีพูด

“ถ้าเธอไปบนฝั่งละก็หาหวีให้ฉันด้วยนะ”ตุ๊กตาเศษผ้าพูด “ฉันจะต้องหวีผมให้เขาที่…”

ก่อนที่เธอจะพูดจบก็ได้ยินเสียงตะโกนสนั่นหวั่นไหวมาแต่ไกล

“จับมัน จับมัน อย่าปล่อยให้มันหนีไปนะ”

เสียงดังขึ้น  ดังขึ้น  ใกล้เข้ามา  ใกล้เข้ามา  ทหารดีบุก  ชายกระเบื้องขวา และเจ้าหนูสีเทากำลังไล่ตามมา

ตุ๊กตาเศษผ้าตัวสั่นสะท้าน   “ฉันรู้สึกหนาวจัง เราจะทำอะไรดีน่ะ”

คนไม้เริ่มจะเท้าสั่นด้วยเหมือนกันเนื่องจากความสงสาร  “ไม่เป็นไร” เขาปลอบโยน “อย่า…กลัว  ….ฉันไม่  ….กลัว”

“กระโดดลงไปในน้ำ” เป็นกำมะหยี่ร้อง “มันว่ายน้ำไม่เป็น”

“มันเย็นมากนี่” ตุ๊กตาเศษผ้าพูด “ฉันจะทำอะไรได้นี่ เสื้อผ้าฉันก็จะต้องเปียกหมด ยิ่งกว่านั้นฉันเองก็ว่ายน้ำไม่เป็น

“ฉันจะสอนเธอเอง” เป็ดกำมะหยี่พูด

“ไม่มีเวลาที่จะสอนกันแล้ว” ฉีพูด “ขึ้นฝั่งเถอะแล้วก็วิ่งหนีมัน”

“ดีเหมือนกัน” สุนัขยางพูด “รีบเข้าหน่อย ขึ้นฝั่ง รีบเข้า…..”

พวกเขาทยอยกันกระโดดขึ้นฝั่งอีกครั้ง  สุนัขยางนำทางเพราะเขาเร็วที่สุด  เมื่อเห็นว่าพรรคพวกไม่ตามมาก็หยุดตะโกนว่า

“ทางนี้ ทางนี้ เร็วเข้า เร็วเข้า”

แต่เป็ดกำมะหยี่ไม่อาจจะวิ่งเร็วได้  และตุ๊กตาเศษผ้าก็อ่อนแอเกินไป  เพราะเธอยังไม่ค่อยยังชั่วขึ้นมากนัก  พวกเพื่อนวิ่งไปได้หน่อยก็ต้องหยุดคอย

“รีบเข้าหน่อย”    สุนัขยางโวยวาย “เร็วเข้า”

ทหารดีบุกและเพื่อนของมันได้ยินเข้าก็เลยวิ่งมาทางนั้น  เจ้าวายร้ายที่น่ากลัวทั้งสามนั้นมีดาบเป็นอาวุธ  มันวิ่งเร็วมาก  เมื่อมาทันมันก็วิ่งล้อมฉีและพวก

“ยกมือขึ้น” ทหารดีบุกตะโกนแกว่งไกวดาบของมัน

“ไม่” ลูกหมีคำราม

ทหารดีบุกคว้าตัวลูกหมีไว้ในทันที  แล้วร้องสั่งชายกระเบื้องขาวและเจ้าหนูสีเทาว่า  “จับทั้งหมดนั่นละ ขังเอาไว้ในห้องใต้ถุน”

ดังนั้นทั้งสามก็จับฉีและเพื่อนๆไปขังไว้ในห้องใต้ถุน