สารคดี แผ่นดินไหวครั้งยิ่งใหญ่ของอเมริกา

แผ่นดินไหวครั้งยิ่งใหญ่ของอเมริกา

จาก  รีดเดอร์  ไดเจสต์  พ.ค.  1969

มันเป็นภัยพิบัติครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ที่รู้ๆกัน    เมื่อส่วนใหญ่ของใจกลางประเทศอเมริกาถูกโยนขึ้นไปเหมือนกับทะเลที่ป่วยด้วยพายุใหญ่

วัที่  15  ธ.ค.  ปี  ค.ศ.  1811  เป็นวันที่สงบที่สุดสำหรับประชากร  800คนในเมืองมิสซิสสิปปี้  ริเวอรฺ  เทาน์  แหห่งรัฐนิวมัดริด  (New  Madrid)  ซึ่งเป็นเมืองชายแดน    อากาศวันนั้นค่อนข้างจะอบอ้าว    ชาวประมงก็ออกเรือหาปลาในลำน้ำมิสซิสสิปปี้    พรานก็ออกป่าล่าสัตว์ตามปกติ  แล้วก็เข้านอนแต่วันตามปกติ  เว้นแต่พวกชุมชนชาวฝรั่งเศสเท่านั้นที่กำลังเต้นรำกันอย่างสนุกสนาน

เวลา  2.00  น.  ชาวบ้านก็ตกใจตื่นเมื่อมีการสะเทือนและเสียงดังลั่นรุนแรง  บ้านแกว่ง  โต๊ะ  เก้าอี้ล้มระเนระนาด  ปล่องไฟหักโค่น  ฝูงชนที่ตกใจต่างก็ลุกขึ้นวิ่งหนีโซซัดโซเซออกไปจากบ้าน  ฝ่าแผ่นดินซึ่งเป็นคลื่นโยนตัวรุนแรงจนบางคนล้มลุกคลุกคลาน  เมาคลื่นแผ่นดินไปตามๆกัน  แรงสั่นสะเทือนนั้นเกิดในทุกสองสามนามี

ครึ่งชั่วโมงหลังจากเสียงคตำรามฟ้าร้องน่ากลัว  ก็มีเสียงกระแทกแก้วหูแทบแตกก็มีกลุ่มควันกำมะถันลอยขึ้นไปบดบังแสงจันทร์ต็มดวงคืนนั้นทำให้เมืองตกอยู่ในความมืด  กลิ่นกำมะถัน  แสงฟ้าแลบ  และถ่านหินพ่นขึ้นมาจากช่องแยกบนแผ่นดินแทบเท้าของคนเหล่านั้น    ทำให้พากันคิดว่า  โลกคงถูกทำลายลงเพราะไฟไหม้และกำมะถัน  ผู้หญิงคนหนึ่งตกใจมากออกวิ่งจนกระทั่งหมดแรงเหนื่อยจนตายไป

ป่าทั้งป่าล้ม  เมื่อสว่างขึ้นยิ่งตกใจกันมากขึ้น  เพราะคนเริ่มจะเห็นด้วยตาถึงแผ่นดินเป็นคลื่นเมื่อตอนกลางคืน  บ้าน  คน  และต้นไม้  ถูกยก  แล้วทิ้งลงไปเหมือนกองที่มีแผ่นดินโป่งพองอยู่ข้างใต้  ป่าทั้งป่าล้มราบเหมือนกองทหารทั้งกองพันใช้ด้ามปืนกวาด  ที่ยอกเขาห่างออกไปไม่กี่ฟุตมีเสียงคำรามสะเทือน  แล้วก็มีทราย  น้ำ  และหินพุ่งขึ้นมาเหมือนน้ำพุ  สูงตั้งแต่  6  ฟุต  ถึง  40  ฟุต

เมื่อเกิดคลื่นนั้นก็มีช่องแยกจากแผ่นดิน  อย่างบางบ้านถูกแผ่นดินใต้บ้านถล่มกลืนเอาบ้านทั้งหลังหรือโกดังสินค้าทั้งหลังจมหายไป

แรงระเบิดสั่นสะเทือนจากเหนือถึงใต้ของลุ่มแม่น้ำมิสซิสสิปปี้  มีศูนย์กลางจากเมืองนิว  แมดดริก  สะเทือไปจนกระทั่งพวกอินเดียนแดงในตอนเหนือของคาบานาตกอกตกใจและประชาชนในวอชิงตัน  ดีซี  เมืองหลวงของอเมริกา  ก็พลอยสะเทืออกสั่นขวัญแขวนไปด้วยประชาชนที่อยู่ในเมืองเลบานอน  รัฐโอไฮโอ  ต้องออกจากบ้าน  และไม่มีใครเลยในเมืองซินซินนาติจะนอนหลับ  ในเมืองเคนตักกี  เทนนัสซี  และมิสซูรี  ปล่องไฟหัก  ในจอเจียและโคไรน่าใต้  ปรากฏว่า  อิฐที่ก่อไว้พังทลายหลุดออกมา  ในเวอจิเนีย  ระฆังตีเองได้   นาฬิกาหยุดเดิน  และบ้านสะเทือน  ในดินเดียนนา  เตียงและเก้าอี้กระทบกันดีงโกรกกราก  ในบอสตันก็มีความรู้สึกสะเทือนเล็กน้อยด้วย

แม่น้ำมิสซิสสิปปี้ไม่เคยเป็นเช่นนี้มาก่อนแม้ในนิยายพื้นเมือง  มันเดือด  มันพ่น  มันคำรามกึกก้อง  พ่นโคลนเลนขึ้นมาจากก้นแม่น้ำ  มันกระแทกฝั่งสองข้างเป็นฟอง  ประมาณ  3.00  น.  ปรากฏการณ์เกิดขึ้นว่า  “แม่น้ำมิสซิสสิปปี้  ไหลกลับ”  หลังมหาศาลจากใต้ก้นลำน้ำดันสิ่งที่อยู่ลึกข้างใต้นั้นระเบิดพลุ่งขึ้นมา  เป็นกำแพงนั้นมหึมาไล่เอาลูกคลื่นทั้งหลายไหลย้อนกลับขึ้นไปเหนือน้ำ

ฟูร์แมง  ลา  โร  เซ่  เจ้าของเรือท้องแบนสามลำ  กำลังบรรทุกขนสัตว์จากเมืองเซนหลุยส์มา  โอเรออง  บอกว่า  “คลื่นอะไรก็ไม่รู้มหึมาอย่างที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนเลยในชีวิต  มันพัดเรือของเรากลับขึ้นไปทางเหนือไกลตั้งไมล์กว่า”  น้ำท่วมสองตลิ่งสูงถึง  30  ฟุตหลากท่วมไปสองฟากฝั่งแม่น้ำ  นับเป็นไมล์  ไม่มีใครบนเรือของผมนึกว่าจะรอดตาย   แต่แล้วเจ้าคลื่นลูกใหญ่ๆนั้นค่อยๆสงบลง  เรือของผมถูกซัดขึ้นไปอยู่ในลำน้ำเล็กข้างทุ่งนาไป  แล้วก็จอดอยู่ที่นั่น  แต่ปรากฏว่า  เรือลำที่สามและสินค้าทั้งหมดหายไป

กัปตัน  ซาปี  (Sarby )  แห่งเซนหลุยส์  จอดเรืออยู่ที่เกาะใหญ่ในคืนนั้น  มองไปรอบๆเห็นพวกโจรสลัดซึ่งครอบครองเกาะนั้นส่วนใหญ่เตรียมจะปล้นเขาในตอนมืด  ซาร์ปีก็ล่องแม่น้ำมาเงียบๆ  ในคืนนั้นก็เกิดแผ่นดินไหว  รุ่งขึ้นปรากฏว่าเกาะทั้งเกาะละเจ้าโจรสลัดหายไป

เรือนิวเลออง  จอดทอดสมออยู่ใต้น้ำตก  ตอนล่างของแม่น้ำโอไฮโอ  โดยล่องเรือมาจากหลุยส์วิล  เป็นเรือไฟลำแรกที่เดินตามลำนำด้านตะวันตก  นิโคลาส  รูสเวล  ซึ่งเป็นลุงของ  ทโอดอร์  รูสเวลท์เป็นเจ้าของ  มีธุรกิจติดต่อกับโรเบิต  ฟูลตอง  ผู้ออกแบบเรือ  ตั้งแต่นั้นมาการค้าระหว่างลำน้ำนี้ใช้เรือท้องแบนทั้งนั้น

เมื่อแผ่นดินไหว  ประมาณ  3.30  พีเอ็ม  รูสเวลท์รู้สึกว่าความฝันของตนที่จะใช้เรือไฟแล่นในลำน้ำนี้หายไป  เรืองามลำน้ำนั้นสะเทือนปานประหนึ่งว่าจะแล่นเข้าเกยตื้น  ผู้โดยสารและลูกเรือต่างวิ่งไปวิ่งมาบนดาดฟ้าดูแม่น้ำซึ่งกำลังเดือดพล่านด้วยคลื่น  และได้ยินเสียงคลื่นกระทบฝั่งกลบเสียงเครื่องยนต์หมดสิ้น

แต่เรือไฟลำนี้ก็ยังคงแล่นต่อไป  ล่องไปยังลำน้ำโอไฮโอ  แล้วก็ล่องลงลำน้ำมิสซิสสิปปี้  กัปตันเองก็ยังนึกว่า  ไม่ใช่จะต้องเสียเรือเท่านั้นยังจะต้องทำให้คนทั้งหมดบนเรือตายอีกด้วย  มาถึงตอนที่แม่น้ำเว้าเข้าไป  ต้นไม้โตขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางสามสิบฟุตถูกลมหอบลงมาในน้ำตั้งร้อยหลา  พวกลูกเรือของเรือโดยสารหลายลำตายเมื่อถูกรั้งลงไปในวังน้ำวน  ซึ่งเกิดจากแผ่นดินถล่มลงมา

กัปตันเรือนิวเลออง  ไม่ทราบว่าเวลานั้นตนอยู่ที่ไหน  เครื่องหมายฝั่งที่คุ้นตาหายไป  โค้งแม่น้ำก็ยืดออกมา  มีน้ำพุพุ่งฟ้ากว้างถึงสี่นิ้ว  แต่ช่วยโดยอาศัยเครื่องจักร  เรือเปลี่ยนความเร็วปล่อยให้ลอยลำอยู่  เรือลำนี้ล่องมาได้ถึงนิวมัดดริด  และเลยต่อไปถึงนันเช่อย่างมหัศจรรย์  อย่างทีทรูสเวลท์เองจะหาโอกาสพิสูจน์ความแข็งแรงของเรืออีกไม่ได้

อาการสะเทือนยังคงมีต่อมา  เกือบจะทุกวัน  เดือนแล้วเดือนเล่า  มกราคม  23  เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงเหมือนครั้งแรก  วันที่  7  กุมภาพันธ์มาอีก  เป็นครั้งที่สาม  ระยะ  13  สัปดาห์แรกของปี  1874  แผ่นดินไหวเกิด  มี  8  ครั้งที่รุนแรง  มันมาเป็นกลุ่ม  ครั้งแรกหนักและตามมาเบาหน่อย  มักจะมาตอน  New  Moon  และเดือนต็ม  ในนิวมัดดริด  ไม่มีคนกล้าอยู่ในบ้าน  พวกคนที่กลัวต้องอยู่ทนหนาวถึงสองฤดูหนาวในทุ่งนา  ในเต้นกระโจมเหมือนพวกอินเดียน  ซึ่งน้ำหนักเบาจะได้ไม่พังลงมาทับ

มีรอยแผ่นดินแตกน่ากลัว  บางทีก็ยาวตั้งร้อยฟุต  ซึ่งเปิดอ้าออกระหว่างที่มีการสั่นสะเทือนซึ่งยาวไปในทางเดียวกัน  คนต้องช่วยกันตัดต้นไม้แล้วทิ้งขวางรอยแยกนั้น  ในขณะที่เกิดความสั่นสะเทือนก็จะเกาะโหนต้นไม้ไว้  มีหลายคนที่ทำอย่างนี้ทำให้รอดชีวิต  จากการฝังทั้งเป็นโดยวิธีนี้ถ้าเกิดรอยแยกมาตรงใต้ที่ตนอยู่  แต่บางคนก็ไม่ชคดีอย่างนั้น  บางแห่งในแม่น้ำมิสซิสสิปปี้  มีแม่น้ำทั้งแม่น้ำหายไปในเหวลึกน่ากลัวนี้นานหลายนาที  เรือและลูกเรือที่ตกอยู่ในรอยนี้กำลังจะหายไปทั้งลำไม่มีชีวิตรอดมาได้เลย

การไหวครั้งสุดท้ายนี้คือในเดือนมีนาคม  ปี  1822  ห่างจากการไหวครั้งแรกนับสิบๆปี  เมื่อผ่านพ้นไปแล้วมีพื้นดินเปลี่ยนสภาพไปประมาณ  30-50  ตารางไมล์  ส่วนมากก็ยังเห็นอยู่จนทุกวันนี้  มีพื้นที่แห่งหนึ่งยาวตั้ง  15  ไมล์  กว้าง  5-8  ไมล์  ถูกยกสูงขึ้นมา  15-20  ฟุต  นักภูมิศาสตร์เรียกว่า  Tipton  Ville  Dome แท่น้ำมิศซิสสิปปี้  ปัจจุบันท่วมพื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองนิวมัดดรด  คนที่เหลือชีวิตอยู่ก็สร้างเมืองใหม่บนฝั่งแม่น้ำ

ภูมิประเทศน่าประหลาดที่เกิดจากเหต์การณ์น่ากลัวครั้งนั้นกลายเป็นทะเลสาบรีลฟุต  (Reel foot  Lake)  ด้านเทนเนสิซี  ของแม่น้ำมิสซิสสิปปี้  ทะเลสาบนี้เกิดขึ้นในช่วงที่เกิดแผ่นดินไหว  และที่ซึ่งเป็นบึงเก่าที่รับน้ำจากห้วยต่างๆและพื้นที่ทางตอนใต้กลับหายไปกลายแผ่นดินอยู่ทางใต้ของทะเลสาบ  ตัดทางน้ำไหลของทะเลสาบ  ยาว  10  ไมล์  กว้าง  3  ไมล์และลึก  5  ลึก  20  ฟุต

ชื่อทะเลสาบนี้มาจากตำนานอินเดียนมีว่า  มีหัวหน้าอินเดียนแดง  เผ่าชิกาซอ  พิการขากระเผลก  ก็เลยมีชื่อว่า  รีลฟุต  คือ  นายขากระเผลกนั่นเอง  หัวห้าเผ่าคนนี้ตามตำนานบอกว่าไปรักเจ้าหญิงแสนสวย  เผ่าชอคตอ  แต่พระบิดาของเจ้าหญิงไม่ยอมดูถูกว่า  รีลฟุต  เป็นคนพิการ  เท้าปุก  เขาว่า  หัวหน้าเผ่ารีลฟุต  ไม่เชื่อผีบ้าน  จึงให้คนของตนลักเจ้าหญิงคนสวยนี้ไป

ในขณะที่มีการเลี้ยงฉลองการแต่งงานนั้นมีผีบ้านก็กระทืบเท้าจนกระทั่งแผ่นดินสะเทือนและด้วยการกระทำตามคำแนะนำของเจ้าผีนี้ทำให้ผ้ำเสกให้น้ำท่วม  บริเวณผีบ้านกระทืบรีลฟุต  เจ้าสาวและชนเผ่าของรีลฟุตทั้งหมดเลยจมอยู่ในทะเลสาบรีลฟุตแห่งนี้

ตามหลักวิชาว่าด้วยแผ่นดินไหวกล่าวว่าเหตุที่ทำให้เกิดการยกชั้นหินทันทีทันใดเกิดจากรอยเลื่อนของหินใต้ผิวโลกลึกลงไปตั้งหลายไมล์  อาการที่เกิดบางทีก็เกิดจากภายในโลกตอนนั้นเย็นลง  ทำให้เกิดมีการจัดกระบวนการใหม่ข้างบนผิวโลก

ผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นดินไหวไม่รับประกันว่าจะไม่เกิดขึ้นอีกที่นี่  ซึ่งอยู่เหนือรอยเลื่อของหินภ่ยใต้ผิวโลก  รอยเลื่อนของหินเกิดจากเค้นและความเครียดชั้นในเปลือกโลก  บางทีเลื่อนเพียงเล็กน้อยแค่สองสามเซนติเมตร  แต่บางทีก็เลื่อเป็นสิบๆกิโลเมตร  การเลื่อนหากเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปก็ทำให้เกิดแผ่นดินไหวระดับต่ำ  แต่ถ้าเกิดขึ้นฉับพลันทันที  จะเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง  ขนาดตึกรามบ้านช่องทะลาย  ดังนั้นนักธรณีวิทยาไม่สามารถจะรับประกันได้ว่า  แผ่นดินไหวรุนแรงจะไม่เกิดที่นี่อีก  (ดูรูปจากพจนานุกรมศัพท์ภูมิศาสตร์)