บ้าน
โดย ส. คุปตาภา
แต่ก่อนพวงครามก็ไม่ค่อยจะมีความรู้สึกว่าบ้านของตนเกิดความไม่สงบสุขขึ้นแล้วบัดนี้ ทุกเย็นพ่อกลับบ้านในลักษณะมึนเมา แล้วบางครั้งก็มานั่งดื่มเหล้าต่อที่บ้านอีกด้วย และเมื่อนั้น แม่ก็มักจะทนไม่ได้ เกิดการทะเลาะเบาะแว้งกันเป็นประจำ ต้นเหตุที่พวงครามพอจะรู้อยู่บ้างคือรายได้พ่อน้อย ครอบครัวใหญ่ขึ้นเนื่องจากพ่อมีลูกสามคน และทุกคนกำลังเติบโตต้องใช้เงิน อาหารการกินแพงขึ้น ทุกอย่างดูเหมือนจะต้องใช้เงินเป็นจำนวนมากเกินกว่ารายได้ของพ่อจะพอเพียง
แม่เริ่มหงุดหงิดและเรียกร้องเงินรายได้มากขึ้น เมื่อพ่อกลับบ้านแม่มักจะบ่นหาว่าพ่อไม่สามารถจะดูแลครอบครัว แล้วก็เป็นปากเสียงกัน สุดท้ายแม่หาทางออกโดยเล่นไพ่ หวังที่จะหาเงินมาเยียวยาให้มากขึ้น แต่ก็ดูเหมือนการพนันไม่เคยช่วยใครเลย แม่ก็เลยต้องเอารายได้ของพ่อที่ไม่ค่อยจะพอเพียงอยู่แล้วไปเอื้อการพนัน
วันนี้เมื่อเช้ามืด ตาต้อยขอเงินค่าเล่าเรียนจากคุณพ่อ คุณพ่อบอกว่า “พ่อหาได้เท่าไรก็ให้แม่เขาหมด ไปเอาที่แม่ก็แล้วกัน”
พอต้อยไปขอแม่ แม่บอกว่า “อย่าเรียน อย่าเรนมันเลย เรียนก็ไม่เห็นมันดีสักกะที สอบก็จะตกมิตกแหล่ ไปเป็นเด็กกระเป๋ารถเมล์ดีกว่า”
พวงครามสงสารน้องแทบแย่ เห็นตาต้อยยกแขนขึ้นป้ายน้ำตา คนที่มีเรื่องยุ่งใจมักจะเรียนไปดีไม่ได้ ใครจะทำการบ้านได้เมื่อพ่อแม่ทะเลาะกันทุกวัน
คืนนี้พวกน้อง ๆ ควรจะอยู่เหมือนทุกคืนที่พ่อแม่ทะเลาะกัน แต่ตาต้อยไม่อยู่วันนี้ ต้อยไม่กลับบ้าน ไม่รู้ว่าหายไปไหน
“ต้อยละ” พวงครามถามตะโกนขึ้นลอย ๆ ไม่จงใจว่าถามพ่อแม่หรือถามน้อง แต่ไม่มีใครฟังพวงคราม พ่อกับแม่ยังคงขึ้นเสียงเถียงกันเอ็ดอึง ฝ่ายหนึ่งเมา อีกฝ่ายหนึ่งก็ผิดหวังมาจากการพนัน
เมื่อไม่มีใครฟัง พวงครามขึ้นไปดูของของต้อย ไม่มี ต้อยขนไปหมด นอกจากหนังสือ พวงครามจึงกลับลงมาใหม่…ต้อยหนี เด็กอายุ 13 ปีจะหนีไปไหน..
พวงครามจับแขนแม่เขย่า “คุณม่คะ ต้อยหนีค่ะ”
“ “มันจะไปไหน หิวเข้าก็กลับ”
บางทีคืนนี้ต้อยอาจจะกลับ พวงครามนึกภาวนา
ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์บันดาลให้ต้อยคิดถูกกลับบ้านของเรา เด็ก ๆ ห่วงต้อยเหลือเกิน
รุ่งขึ้น ต้อยยังไม่กลับ แม่ยังแน่ใจว่าวันนี้ต้อยต้องกลับบ้าน พ่อไม่แสดงว่ามีความเป็นห่วงลูกชายบ้างหรือเปล่า ท่านคงตื่นแต่เช้าและไปทำงานอย่างปกติ แต่ต้อยก็ยังไม่กลับบ้าน
พวงครามไปโรงเรียน แต่เป็นเพียงออกจากบ้าน แล้วไปยืนดูรถประจำทางหน้าโรงเรียนต้อยที่ผ่านไปแต่ละคัน เพื่อมองหาต้อย…ไม่มี…เวลาล่วงเลยไปอย่างรวดเร็วจนพวงครามไปไม่ทันเรียน จึงเดินเรื่อยเปื่อยไป… ไปโรงเรียนก็ไม่ได้ ไม่ทราบว่าจะบอกครูว่าอย่างไรในเรื่องมาโรงเรียนสาย กลับบ้านก็ไม่ได้ คุณแม่ก็คงจะบ่น สามวัน แปดวันว่าเกเรไม่ไปโรงเรียน บ่น บ่น อย่างไม่จบสิ้น
ต้อยไปไหน…บางทีต้อยอาจจะไปเที่ยวตามเขาดิน ดูสัตว์ในกรง ต้อยเคยบอกว่าต้อยชอบดุพวกสัตว์เหล่านั้น บางทีถ้าโตต่อไป ต้อยอาจจะเรียนวิชาเกี่ยวกับสัตว์ก็ได้ เพราะต้อยชอบดูมันอย่างละเอียด ว่ามันมีความเป็นอยู่อย่างไร
พวงครามเข้าไปในเขาดิน เดินดุตามกรงสัตว์ ไม่มีต้อย วันนั้นเขาดินไม่มีคนมากเพราะไม่ใช่วันหยุด…เดิน เดินจนเมื่อย ต้อยไม่ได้มา พวงครามจึงหยุดพักริมสระน้ำ แล้วก็ร้องไห้…ไม่มีที่ไป บ้านก็ไม่อยากกลับ ต้อยก็หาย…
พวงครามนั่งคิดมือมนต์อยู่เป็นเวลานานเท่าใดไม่ได้สนใจ แต่มารู้สึกเมื่อมีมือหนึ่งใหญ่หนักมารั้งพวงคราม “พวงคราม” เสียงห้าว ๆ เรียก พวงครามเช็ดน้ำตาหันไปมองผู้อุกอาจ
“คุณพ่อ” พวงครามร้อง
พ่อรั้งพวงครามเข้าไปกอด “บอกพ่อซิ มาที่นี่ทำไม”
พวงครามร้องไห้กระซิกอยู่ในอ้อมกอดของพ่อ คุณพ่อพูดกับพวงครามว่า “พ่อรู้ พ่อเสียใจ”
“หนูมาตามหาต้อยคะคุณพ่อ” พวงครามบอกพ่อ “หนูไม่อยากกลับบ้าน ไม่อยากฟังคุณแม่บ่น ไม่อยากฟังคุณพ่อทะเลาะกับคุณแม่ เมื่อไม่มีต้อย หนูก็ไม่มีใครอีกแล้วที่ต้องห่วง”
มือของพ่ออ่อนตกลงข้างตัวทันที “พ่อรู้..พ่อรู้ตัว..”พ่อรั้งพวงครามเข้าไปกอดอีก “กลับบ้านของเราเถอะลูกรัก พ่อรักต้อย พ่อรักลูกทุกคน” พ่อพูดพร้อมกับถอนใจ “เมื่อเช้าพ่อได้คิดแล้วว่าพ่อผิด..กลับบ้านของเราเถอะลูกแล้วไปคิดกันใหม่ว่าจะไปตามต้อยที่ไหน”
แม้กลิ่นเหล้ายังติดตัวพ่ออยู่ แม้ตาของพ่อจะแดง แต่มันไม่ได้แดงเพราะเหล้า หากแดงเพราะความสะเทือนใจที่พ่อได้รับจากความสำนึกในตนเอง อกของพ่อยังอุ่นสำหรับพวงคราม แขนของพ่อยังมีอ้อมแขนอันหนักแน่นสำหรับปกป้องลูก
“พ่อไม่สามารถทำงานอยู่ได้ ในเมื่อนึกถึงต้อย พ่อกลับไปบ้านอีกต้อยยังไม่กลับ พ่อจึงเที่ยวตามหา พ่อรู้แล้วว่าพ่อเป็นผู้ผิด พ่อเป็นผู้ทำให้บ้านไม่มีความสุข” พ่อพูดช้า ๆ อย่างตริตรอง พวงครามรู้ว่าพ่อเสียใจ เสียงของพ่อเครือต่ำเหมือนเสียงสะอื้น
พวงครามบอกไม่ถูกว่าเกิดความรู้สึกอบอุ่นในหัวใจขึ้นมาอีก หลังจากที่หายไปนานแล้ว แต่ก่อนพ่อไม่ได้หันมาให้เราลูก ๆ ปรึกษาหารือ ยามทุกข์เราพี่น้องก็ปรึกษากันเอง บัดนี้ เรามีพ่อที่รักลูกทุกคน
“สัญญากับพ่อนะพวงคราม ว่าลูกจะไม่ทำอย่างนี้อีก”
“ค่ะ หนูจะไม่ทำอย่างนี้อีก” พวงครามสัญญา พวงครามแน่ใจว่าตนจะไม่ออกไปจากบ้านอย่างนี้อีก
“”ชีวิตเป็นของที่มีขึ้นยาก เกิดยากแต่ตายง่าย พวงคราม ถ้าลูกเป็นอะไรไป พ่อแม่จะเศร้าโศกสักเพียงไหน พ่อแม่รักพวงคราม หวงแหนพวงครามพ่อแม่ทุกคนมีความรู้สึกอย่างพ่อแม่ของพวงคราม รักลูก”…ท่านพูดด้วยเสียงต่ำสะท้าน “ชีวิตของพ่อและแม่นั้นไม่มีความหมายอะไรนัก อายุตั้งสี่สิบแล้ว ความหมายของพ่อแม่คือลูก อนาคตของพ่อแม่ไม่มีแล้วที่จะไกลไปจากนี้ แต่เรามีอนาคตของลูก สิ่งที่เราต้องการ คือความเป็นพลเมืองดีของลูก ๆ ความเจริญเติบโตของลูก ๆ ความรุ่งเรืองของลูก ๆ พ่อขอยอมรับว่าพ่อผิด แม้พ่อจะมีเรื่องกลุ้มใจอย่างไรก็ตาม พ่อไม่ควรจะทำอย่างงั้น ลูกย่อมไม่เข้าใจ ลูกย่อมจะกระทบกระเทือน เคราะห์ของพ่อยังดีที่มาพบลูกเสียก่อนที่จะสายเกินไป ไม่มีใครดอกนะที่จะหวังดีต่อลูก รักลูกเท่าพ่อแม่”
“ต้อยละค่ะคุณพ่อ ขอให้พบต้อยก่อนที่จะสายเกินไป” พวงครามนึกถึงต้อยได้
“พ่อก็หวังเช่นนั้น พ่อจะต้องติดตามหาต้อยทุกหนทุกแห่ง พ่อต้องตามคุ้มครองลูก ป้องกันลูกจนกว่าจะสุดกำลัง ต้อยของพ่อจะต้องกลับมา แค่นี้พระก็ลงโทษพ่อพอแล้ว พวงคราม ลูกไม่รู้ดอกว่า พอพ่อรู้ว่าลูกหนีออกจากบ้าน พ่อแม่เจ็บปวดในหัวใจเพียงใด”
พ่อพาพวงครามขึ้นรถแท็กซี่กลับบ้าน พอเข้าบ้านต้อยวิ่งออกมารับ แกโผเข้าหาพ่อ ร้องไห้โฮออกมาเหมือนเด็ก ๆ ส่วนพวงครามวิ่งเข้าหาแม่ แม่กอดพวงครามไว้ ลูบไล้เส้นผมพวงครามเบา ๆ
บัดนี้ ลูก ๆ รู้แล้วว่าพ่อแม่รักเรา พวงครามได้ยินต้อยบอกพ่อว่า
“ต้อยคิดถึงบ้าน คิดถึงคุณพ่อ คิดถึงคุณแม่ ที่บ้านมีเสียงคุณพ่อคุณแม่ทะเลาะกันยังดีกว่าที่อื่น… ต้อยรู้แล้วว่า ไม่มีที่ใดเหมือนบ้านของเราดอกครับ ต้อยบอกไม่ถูกว่า แม้บ้านจะคับแคบเพียงมีที่แค่เพียงซุกหัวนอน มีคุณพ่อคุณแม่ทะเลาะกันเอ็ดอึง มีความอดอยากหิวโหย ก็ยังดีกว่าที่อื่น ก็ยังมีความอบอุ่น มีความสบายใจกว่าที่อื่น ต้อยว่า ต้อยคิดถึงบ้าน”
“คุณพระยังคุ้มครองเราอยู่ลูกเอ๋ย… ยังไม่สายเกินไปสำหรับทุกคนที่จะกลับตัว คนที่จะทำความดีนั้นยากกว่าทำความชั่ว แต่ยังไม่มีใครสายเกินไปสำหรับการกลับตัวกลับใจ ไม่มีที่ใดลูกรักที่จะมีความสุขเหมือนบ้าน พร้อมพ่อ พร้อมแม่ พร้อมพี่น้อง เรามีความสุขร่วมกัน เรามีความทุกข์ร่วมกัน.. มีความต้องการเหมือนกันคือต้องการเห้นอนาคตของลูกมีความเจริญรุ่งเรือง ลูกเป็นหัวใจของพ่อแม่ เป็นหัวใจของบ้าน ..ขอให้เป็นพลเมืองดี ขอให้เติบโตด้วยสุขภาพแข็งแรง..อย่าไปจากพ่อแม่อีก…พ่อแม่รัก พ่อแม่หวังดี พ่อแม่ห่วงใยลูกยิ่งกว่าชีวิตของพ่อแม่เอง”
แม่ครางออกมาว่า “ต่อไปนี้พ่อแม่จะไม่ทะเลาะกันอีก พ่อสัญญาแล้วว่าจะไม่ดื่มเหล้าอีก แม่ก็สัญญาว่าแม่จะไม่เล่นไพ่อีก เราจะช่วยกันทำมาหากิน เพื่อลูก เพื่อความสุขของลูก แม่ขอสัญญาว่า แม่จะเป็นแม่ที่ดีของลูก เรารักกันนะลูกนะ”
ต้อยและพวงครามยิ้มได้ทั้งน้ำตา เรากอดกัน “เคราะห์ดีที่ยังไม่สายเกินไป เราจะไม่ไปจากบ้านอีก” เราต่างสัญญากัน “พ่อแม่รักเรา”