เรื่องสั้นเด็ก วันเด็กของเตี้ยง

วันเด็กของเตี้ยง

ส. คุปตาภา

 

วันนี้วันเด็ก เตี้ยงนอนคิดมาตั้งแต่เมื่อคืนว่าเพื่อน ๆ ที่โรงเรียนบอกว่าจะพากันไปเที่ยว โรงเรียนงดการเรียน หนึ่งวันเพื่อน ๆ ที่โรงเรียนคงจะไปเที่ยวกันสนุก

“พี่คิดจะไปไหน “ ต่อน้องชายกระซิบถามแต่เช้า

จะไปไหนเตี้ยงเฝ้าแต่คิด และอาจจะหาคำตอบได้ถ้าน้องคนเล็กไม่ตื่นนอนแล้วร้องจ้าโหยกแหยกเหมือนทุกเช้า เมื่อน้องร้องไห้ เตี้ยงก็รู้ว่าต้องรีบลุกขึ้นจากที่นอนอันแสนจะสุขนี้เสียแล้ว

ที่นอนของเตี้ยงก็ไม่มีอะไรมากนอกจากเสื่อที่รองนอนกับหมอนหนึ่งใบ ผ้าห่มหนึ่งผืนที่เตี้ยงกับต่อจะต้องแย่งกันห่ม ถ้าคืนใดเกิดหนาวเย็นขึ้นมา

“ลุกขึ้นต่อแล้วรีบไป” เตี้ยงปลุกน้องชายที่มัวแต่นอนต่อบิดขี้เกียจ กางแขนออกมาแทบจะปัดหัวเตี้ยง “ขี้เกียจจัง” บ่นดังให้เตี้ยงได้ยิน “วันนี้วันเด็กเราควรจะได้ไปเที่ยว”

เตี้ยงถอนใจเฮือก  เตี้ยงก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน แต่พ่อนอนป่วย ยังซมซานด้วยพิษไข้ลุกไม่ขึ้น แม่ก็ต้องดูแลพ่อและน้องคนเล็ก เท่าที่เตี้ยงจำได้ ตั้งแต่แม่มีน้องคนเล็กนี้ไม่เคยออกไปทำงานได้เลย ปล่อยให้พ่อทำงานคนเดียว ครอบครัวก็ยากจน ไม่ค่อยจะพอกินลงไปทุกวัน เพราะเตี้ยงและต่อก็โตขึ้นมีเรื่องกินเรื่องใช้มากขึ้น  น้องคนเล็กก็ต้องกินนมกระป๋อง เพราะนมแม่มีไม่พอ อาชีพของพ่อก็เพียงแต่รับจ้างกวาดถนนเป็นรายวัน ถ้าวันใดพ่อไปทำงานไม่ได้ หมายถึงว่าครอบครัวของเตี้ยงก็ต้องอด ดังนั้นงานของเตี้ยงและต่อก็คือ ไปกวาดถนนแทนพ่อเมื่อพ่อป่วย ต้องหยุดเรียนชั่วคราว

“เราต้องไปทำงานกวาดถนนแทนพ่อ” เตี้ยงบอกน้องชาย ดึงผ้าห่มที่คลุมตัวต่ออกมาพับ “ไม่งั้นวันนี้อดข้าวแน่”

คำว่าอดทำให้ต่อรีบลุกขึ้น แต่ไม่วายที่จะเปิดปากหาวอย่างยืดยาด เตี้ยงค้อนน้องชายอย่างหมั่นไส้ “ปิดปากย่ะ ปากกว้างยังกับโอ่งใส่น้ำ”

ต่อรีบยกมือขึ้นปิดปากแล้วลุกขึ้น ปล่อยให้เตี้ยงม้วนเสื่อสอดไปใต้เตียงข้าง ๆ    เมื่อจัดการกับเครื่องนอนเสร็จแล้วก็เตรียมตัวออกจากบ้านไปกวาดถนนหน้าตลาดอย่างที่เคยทำทุกเช้า

“จะไปหรือเตี้ยง” เสียงพ่อถาม

“สายแล้วจะพ่อ” เสียงเตี้ยงตอบ

พ่อมองเตี้ยงแวบเดียวแล้วก็หลับตา บางทีพ่ออาจจะกลัวว่าเตี้ยงจะเห็นสายตาของพ่อ ความจริงในห้องก็ไม่สว่างนัก แสงสว่างจากข้างนอกเข้ามาเพียงสลัว ๆ “วันนี้วันเด็ก” พ่อพึมพัม “พ่ออยากให้ลูก ๆ ได้ไปสนุกสนานกับเขาบ้าง แต่….”

“ช่างเถอะพ่อ” เตี้ยงปลอบ อยากจะหาคำพูดอะไรมาตอบพ่อ แต่ก็นึกไม่ออก เตี้ยงพึ่งจะมีอายุ 12 ปีเท่านั้นเอง “ ปีหน้าก็ยังมี”

“นั่นสิเที่ยวเมื่อไรก็เที่ยวได้” แม่เสริม “เตี้ยงอย่าเถลไถลนะ ต่อนะไว้ใจไม่ค่อยได้ ที่เจ้านายเขาให้ลูกไปทำแทนพ่อ เรียกว่าเขาช่วยเราอยู่แล้ว ไม่งั้นพวกเราก็อดตาย”

จริงของแม่ ถ้าหัวหน้าของพ่อเขาไม่ช่วยเหลือให้เตี้ยงและต่อไปทำงานแทนพ่อแล้วให้เบิกค่าจ้างแทนพ่อละก็จะต้องอดตายกันทั้งบ้าน เตี้ยงจะต้องไม่ขาดงานแม้แต่วันเดียว

เตี้ยงฉวยได้ไม้กวาดแข็งและที่ตักขยะ ต่อคว้ากระบุกลากตามมา  “สาย สายไปแล้ว”  เตี้ยงคิด

ทั้งคู่เดินกึ่งวิ่งมาถึงหน้าตลาด รีบโกยกองขยะที่หมักหมมมาตั้งแต่เมื่อคืน คิดแต่ว่าจะต้องรีบทำให้สะอาดก่อนที่หัวหน้างานจะมาตรวจ ลืมเรื่องวันเด็กเสียชั่วคราว

แต่พอสาย เด็กนักเรียนก็เดินผ่านไปเป็นกลุ่ม ๆ  เพื่อน ๆ ของต่อหันมาเรียกว่า “ต่อไปกับเราไหม วันนี้จะไปท้องฟ้าจำลอง” ต่อหันมามองพี่สาว  แล้วก้มองตามหลังเพื่อน ทำท่าเหมือนจะร้องไห้ ต่ออยากไปเหลือเกิน เตี้ยงคิดสงสารน้อง วันนี้วันเด็กควรจะให้เด็กได้รับความสนุกสนาน ได้มีอิสระเสรีเป็นตัวของตัวเองพอสมควร

แต่ต่อต้องมาทำงานของผู้ใหญ่แทนพ่อ เตี้ยงพยายามปลอบใจตัวเองว่า เด็กวันนี้จะต้องเป็นผู้ใหญ่ในวันหน้า จะต้องรับผิชอบต่อครอบครัว ถ้าไม่มีพ่อ เตี้ยงและน้องจะทำอย่างไร

“แหมเสียดายนะพี่นะ”  ต่อบ่นไปกวาดไป

“รีบ ๆ เข้าซิแล้วจะให้แกไป” เตี้ยงตัดสินใจบอกน้อง วันนี้เตี้ยงจะปล่อยให้ต่อไปเที่ยวเพราะต่อยังเด็กนัก ครูที่โรงเรียนบอกว่า “คนที่รู้จักรับผิดชอบ คือต้องทำงานของตนให้ดีที่สุดและให้เสร็จด้วย ต่อยังไม่รู้จักคำนี้ เตี้ยงจะทำงานแทนน้องในวันเด็กนี้เอง

วันเด็กไม่ได้หมายความว่าให้เด็กเที่ยวอย่างเดียว แต่สำหรับเตี้ยงวันนี้หมายความ เป็นวันที่เตี้ยงจะแสดงความสามารถว่าเตี้ยงพร้อมจะเป็นผู้ใหญ่ในวันหน้า เตี้ยงพร้อมที่จะเข้มแข็งเป็นผู้ใหญ่ที่ดีต่อไป