มุมหนึ่ง ของเมืองไทย
ตอนที่ 1
หมู่บ้านของยางคำนุ
บรรยาย – ท่าน ผู้ฟังคะ ขณะนี้เป็นรายการ……มาพบกับท่านอีก คราวนี้ดิฉันและคณะจะพาท่านผู้ฟังไปยัง
มุมหนึ่งของเมืองไทย มุมที่สวยสดงดงาม ทั้งคน และศิลปวัฒนธรรม เราท่านชอบไปเที่ยวเมือง
เหนือ เพราะความงดงามของธรรมชาติ เพราะความอ่อนช้อยของคนเหนือ และเพราะความมี
ไมตรีจิต อันงดงาม ภาคเหนือแบ่งเป็นสองเขตนะคะ คือภาคเหนือตอนบนและภาคเหนือตอนล่าง
ภาคเหนือตอนบนประกอบด้วย 8 จังหวัดด้วยกัน คือเชียงใหม่ น่าน แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำพูน
ลำปาง อุตรดิตถ์ เป็นภูเขาสูง เป็นป่าไม้ อุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพันธ์ธัญญาหารและแร่ธาตุ ต้น
ของลำเจ้าพระยาเกิดที่นั่น บนเทือกเขาผีปันน้ำ ต้นน้ำ ปิง วัง ยม น่าน และยัง มีแม่น้ำกก และ
แม่น้ำอิงของพม่าอีกด้วย มุมนี้แหละค่ะ ที่ดิฉันและคณะจะขอเชิญท่านผู้ฟังไปกับเราที่เชียงราย
เราไปกันด้วยรถปรับอากาศเถอะนะคะ เย็นสบาย เดินทางตลอดคืน ไปถึงเชียงรายก็เช้าค่ะ…
(เสียงเพลงเบาๆ —- )
บรรยาย – เราหลับๆตื่นๆอากาศในรถเย็นสบาย อบอุ่นอยู่ภายใต้ผ้าห่มประจำรถ และอิ่ม
จากอาหารค่ำที่แจกในรถ จนกระทั่งประมาณสองนาฬิกาเราก็แวะรับประทานข้าวต้ม
รอบดึกที่ลำปาง แล้วก็ออกรถ นอนเสียเถอะนะคะ เรานอนกันอย่างสบาย
ด้วยท่าครึ่งเอนไปตลอดทาง
(เสียงเพลงเบาๆ )
บรรยาย – เราได้พาท่านมาถึงเชียงรายนะคะ อีกสักครู่ท่านจะได้ถึงสถานีพักรถ…
แล้วบริกรสาวก็นำกาแฟและเค้กมาเลี้ยงพวกเรา ก่อนที่จะจากกันไป….
(เสียงเพลงเบาๆอีก)
บรรยาย – ถึงแล้วค่ะ สถานีรถปรับอากาศสายที่เราเดินทางมาด้วย เราก็แวะลงที่นี่
อากาเมืองเหนือแสนสบาย ไม่ร้อนจนเกินไปในเมืองกรุงเทพฯร้อนแทบจะทน
ไม่ไหว… อ้อ ดิฉันขอแนะนำให้ท่านผู้ฟังรู้จักผู้ร่วมคณะของเราด้วยนะคะ
สาวที่สุดในหมู่เราคือคุณ ยุพา เธอมาในคณะในโครงการการเดินสอนชาวเขา
ของกระทรวงศึกษาธิการ คนหนุ่มที่สุดคือคุณสุทธิค่ะ คุณสุทธิมาในโครงการวิจัย
ชาวเขาของมหาลัย และดิฉัน เราจะพาท่านผู้ฟังขึ้นไปบนเขาริมแม่กกที่
ท่านผ่านมาเมื่อครู่แหละค่ะ และเราจะพบกับท่านผู้รับผิดชอบในการพัฒนาชาว
ท่านหนึ่งที่เรากำลังจะขึ้นไปดู ชาวเขาเผ่ายางไงละคะ หรือเราเรียกกันว่า
กะเหรี่ยง กะเหรี่ยงส่วนใหญ่มักจะอยู่ที่เชียงใหม่ แต่ที่มุมแห่งนี้ที่เราจะไปกัน
เป็นดินแดนของกะเหรี่ยงเหมือนกัน ค่ะ
อย่างไรก็ตาม แม้ยามเช้า เราจะมองเหมือนหมอกคลุมไปทั่วบริเวณอาณาเขตอำเภอ
เมืองเชียงรายที่รถพึ่งจะมาแวะนะคะ ที่แท้ไม่ใช่หมอกดอกค่ะ ควันแท้ๆเทียวค่ะ
ถ้าเพียงท่านแขวนเสื้อขาวทิ้งไว้สักสองสามคืนเสื้อของท่านก็จะมอมเหมือนถูกควันรุม
ดูท่าทางอากาศจะดี แต่เต็มไปด้วยคาร์บอนไดอ็อกไซด์ อากาศเป็นพิษไม่แพ้ในพระนคร
ของเราเลย ควันเหล่านั้นมาจากบนเขา บางครั้งเราเห็นกลุ่มควันดำลอยขึ้นมาจาก
ตามสันเขาเหล่านั้นที่อยู่ทางเหนือของจังหวัดเชียงราย ไม่ใช่จะพลุ่งขึ้นมากลุ่มเดี่ยวนะคะ
หลายกลุ่มทีเดียว
สุทธิ – ผมไม่สงสัยเลยว่าทำไมป่าทึบที่เราเคยเห็นบนภูเขาสูงเหล่านั้นจึงโกร๋นเตียนอย่างน่ากลัว
และน่าสงสาร เหมือนต้นไม้ไม่มีหัวใจ ทำลายได้ทำลายไป
ผู้บรรยาย – ค่ะเมื่อยี่สิบปีก่อนโน้นเชียงายยังเขียวชอุ่ม ยังร่มรื่น ไม่มีควันโขมงอย่างนี้ แต่บัดนี้มีสภาพอย่างที่
เห็นแหละค่ะ เป็นเมืองในควันเสียแล้ว ชาวเขาใช้ไหมคะเป็นผู้ทำลาย
สุทธิ – พวกชาวเขาทำการเพาะปลูกโดยโค่นไม้ เผาป่า ทำไร่เลื่อนลอย ขนาดยี่สิบปีที่ผ่านมา
ที่คุณว่า ป่าไม้ยังเขียวชอุ่ม เชียงรายยังบรรยากาศดี ไม่มีกลุ่มควันเหมือนปัจจุบัน เขา
ก็ว่า ป่าที่จังหวัดเชียงรายถูกทำลายโดยชาวเขาไปแล้วถึง65 เปอร์เซ็นต์
ผู้บรรยาย – โทษชาวเขาอย่างเดียวหรือคะ
สุทธิ – ผมไม่รู้เหมือนกันว่าจะโทษผู้ใด เราเริ่มที่จะสนใจชาวเขามาเมื่อสักยี่สิบปีนี่เอง
พวกชาวเขามักจะมาตั้งบ้านเรือนกันอยู่บนสันเขา หรือบนลาดเขาที่อุดมสมบูรณ์ เหมาะ
กับการเกษตรกรรม พอพื้นดินตรงนั้นจืดก็จะเคลื่อนย้ายทำลายป่าต่อไปเพื่อได้พื้นที่ใหม่
ทำการเกษตร กระจัดกระจายอยู่ตามเทือกเขาต่างๆ ตั้งบ้านเรือนในถิ่นธุระกันดาน
บางพวกอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 5000 ฟุต ขาดเส้นคมนาคม และที่ที่พวกนี้อยู่
มักจะมีลำธาร และเมื่อโค่นป่าหักล้างถางพงตรงนั้น ก็สิ้นต้นลำธารไปด้วย
ผู้บรรยาย – วันนี้นะคะเราจะขึ้นไปถึงชาวเขา คนกลุ่มน้อยที่อยู่มุมหนึ่งของประเทศเรา แต่
เราคงไม่ไปถึงที่สูงมากๆนักดอกนะคะวันนี้ เราจะไปเยี่ยมพวกกะเหรี่ยงหรือยางที่นี่
สุทธิ – พวกกะเหรี่ยงเป็นชาวเขากลุ่มใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและอยู่ไม่สูงมากนัก
ยุพา – คุณคิดว่า ชาวเขาเป็นปัญหาหนึ่งของเราเหมือนกันใช่ไหมค่ะ ปัญหาคนละอย่างกับพวก
ญวนหรือเขมรอพยพ
สุทธิ – ครับ ปัญหาของชาวเขาทำให้กระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของชาติมากเหมือนกันนะ
ครับ คุณลองมองอย่างธรรมดา คนทั่วไปทราบดีคืออะไร
ผู้บรรยาย – ฝิ่นหนึ่งละ พื้นที่ที่ปลูกฝิ่นเป็นแสนๆไร่ แต่ขณะนี้เราก็พยายามแก้ องค์พระ
ประมุขของเราก็ทรงปฏิบัติแก้ไขเป็นตัวอย่าง
ยุพา – ปัญหาอีกประการคือการทำลายต้นน้ำลำธาร ทำให้ความชุ่มชื่นหมดไป ทำให้เกิดการ
แล้งมากอย่างทุกวันนี้ และทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมเพราะไม่มีรากไม้ไว้ซึมซับน้ำก่อนที่จะ
ทะลักเข้าสู่ลำน้ำลำคลอง
ผู้บรรยาย – ปัญหาด้านความปลอดภัยอีกล่ะคะ ของหนีภาษี ลักลอบอพยพข้ามแดน ค้าฝิ่น
สุทธิ – ปัญหาใหญ่อีกประการก็คือ เขามีอะไรๆที่ไม่เหมือนกับเรา ไม่ว่าจะภาษา ขนมธรรม
เนียมประเพณี ไม่มีเยื่อใยว่าจะเป็นประชากรของชาติเราหรือเปล่า ขาดการศึกษา
ผู้บรรยาย – เมื่อมีปัญหาเราก็มีการแก้ไขใช่ไหมคะ
สุทธิ – ในพื้นที่ที่อันตรายก็มีตำรวจชายแดนไปคุ้มครอง ปราบปราม พื้นที่ยังไม่มีความร้ายแรง
กรมประชาสงเคราะห์จัดหน่วยสงเคราะห์และพัฒนาชาวเขา จัดเป็นศูนย์รวบรวมชาวเขา
มาอยู่เป็นแหล่งที่ ในศูนย์ และที่จัดไม่ได้ก็พยายามรวบรวมเป็นเขต เป็นหมู่บ้าน
เพื่อให้มาอยู่รวมกันให้มากที่สุด แล้วก็ให้การศึกษา ให้รู้จักประกอบอาชีพหลัก
ผู้บรรยาย – ค่ะ เรากำลังจะไปดูเขตสงเคราะห์และพัฒนาชาวเขาเขตหนึ่งนะคะ วันนี้
( เสียงรถ )
ผู้บรรยาย – รถนี้ไปสำนักงานปฏิบัติการเขตยางคำนุใช่ไหมคะ
คนรถ – ครับ คนละหกบาท เช้าเที่ยง เดียวเท่านั้น บ่ายก็มีอีกเที่ยว
ผู้บรรยาย – รถสองแถวเล็กๆอย่างนี้ไม่น่าจะขึ้นเขาไปได้เลยนะคะ
คนรถ – ดีมากทีเดียวครับ ขากลับไม่มีใครมาผมก็บรรทุกของลงมาด้วย
ผู้บรรยาย – เราขึ้นรถกันเถอะค่ะ ออกเลยนะคะ
( เสียงรถแล่น มีเสียงเพลงเบาๆ )
ผู้บรรยาย – ท่านผู้ฟังคะ เรานั่งมาบนรถสองแถวเล็กๆ วันนี้มีแต่เราสามคนเท่านั้นคะ รถ
พาเราขึ้นเขาเมื่อเลยค่ายเม็งรายมหาราชขึ้นมาหน่อยหนึ่ง ถนนสายนี้ไต่ขึ้นเขา
เลียนริมฝั่งแม่น้ำกกซึ่งไหลมาจากเชียงใหม่นะค่ะ แม่น้ำสายนี้ความจริงคงจะมีต้นน้ำ
มาจากเทือกเขาผีปันน้ำเหนือเชียงใหม่ ขึ้นไป เข้าใจว่าจะมีต้นน้ำอยู่ในเขตพม่า
( เสียงรถคงแล่นต่อไป เป็นแบคกราว )
ผู้บรรยาย – ถนนที่เราขึ้นไปเป็นถนนดินภูเขาธรรมดา ไต่ไปตามไหล่เขา นานๆจะเห็นหมู่บ้าน
สักครั้ง เป็นหมู่บ้านชาวพื้นราบ ทางคดเคี้ยว สูงขึ้น สูงขึ้น และสอง
ข้างทาง ซึ่งข้างซ้ายเป็นไหล่เขา ข้างขวาเป็นลาดเขาลงสู่แม่น้ำ สองข้างทาง
มีแต่ต้นไม้ห่างๆ เป็นแบบป่าโปร่งมาก ต้นไม้ที่มีมักจะต้นเล็ก และมีต้นใหญ่ล้ม
อยู่ข้างทางบางตอน บางที่ยังมีรอยเผาไหม้ ควันยังขึ้นเป็นกลุ่ม
( มีเสียงมอเตอร์ไซด์ )
ผู้บรรยาย – เมื่อมีรถแล่นผ่านหรือสวนมา ฝุ่นตระหลบเทียวคะ เรามองดูลำน้ำกกดีกว่ากระมังคะท่าน
ผู้ฟัง น้ำในลำแม่กกไหลรินๆ บางตอนเห็นสันทรายโผล่ขึ้นมาเหนือผิวน้ำ อย่างที่
เรียกว่าเกาะแก่งนั่นแหละค่ะ ดูๆก็ไม่น่ากลัว แต่เขาว่าเวลาล่องแก่งคือมาทางแพ
แล้วบางตอนน้ำพุ่งแรงมากน่ากลัวแพแตกเทียวค่ะ เข้าใจว่า ที่ว่าอย่างนั้นก็เป็นหน้าฝน
น้ำไหลแรงก็เป็นได้ แต่นี่ดูน้ำตื้น เพราะเป็นหน้าแล้ง ทำให้คิดว่าเราอาจเดินข้ามแม่น้ำกกได้
สุทธิ – เรานั่งอยู่บนรถเรามาคุยกันถึงเรื่องนโยบายที่ให้การพัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขากันหน่อยก็จะดี
คุณยุพาคงจะทราบดีเพราะเป็นเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทางนี้อยู่
ยุพา – ค่ะ วัตถุประสงค์ที่จัดพัฒนาก็คือ พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมชาวเขา ส่งเสริมอาชีพ
ให้การศึกษา การอนามัย และพยายามเสริมสร้างความเจริญในชุมชนที่ชาวเขาตั้งอยู่
ป้องกันการทำลายป่าและต้นน้ำลำธาร สรงเสริมให้ทำการเกษตรแบบถาวร ส่งเสริมให้
ปลูกพืชอื่นแทนการปลูกฝิ่น ให้เกิดความเชื่อมั่น เชื่อถือรักชาติไทย หวงแหนแผ่นดินไทย
เพื่อเป็นกำลังต่อต้านการแทรกซึมบ่อนทำลายของฝ่ายตรงข้ามค่ะ
( เพลงแผ่นดินไทยเบาๆ )
เสียงคนรถ – เข้าหมู่บ้านย่างแล้วครับ
สุทธิ – สังเกตได้ว่า พวกกะเหรี่ยงหรือพวกยางมักอยู่ใกล้แหล่งน้ำลาน หมู่บ้านนี้อยู่
ริมลำแม่ตาด ปลูกบ้านเละละไม่เป็นระเบียบ ตัวบ้านใต้ถุนสูง หน้าแล้งนี้เห็น
ไหมครับเขาปล่อยหมูออกหากินเองเพนพานไปเลย แต่ถ้าหน้าฝนทำนาเขาจะเลี้ยงไว้
ในคอก กลัวจะไปทำลายพืชนาเขาหมด
ผู้บรรยาย – บ้านก็ปลูกหลังคาคลุมด้วยแฝกใช่ไหมคะ ยกพื้นสูงดีนี่ บริเวณบ้านไม่มีรั้ว
โครงบ้านเป็นไม้ไผ่
( เสียงรถจอด )
สุทธิ – ที่นี่เป็นเขตปฏิบัติการเขยยางคำนุครับ เขตนี้มีสามหมู่บ้านใหญ่ๆ
( เสียงรถแล่นต่อไป )
ผู้บรรยาย – ท่านผู้ฟังคะ เรามาถึง ที่ทำการเขตหมู่บ้านยางคำนุแล้วนะคะ ด้านตรงข้ามกับที่ทำการ
เขต เป็นวัดค่ะ วัดไทย ได้ทราบว่ามีพระสงฆ์อยู่ปฏิบัติธรรมที่นี่รูปเดียวเป็นสงฆ์ธรรมจาริกและ
มีเณร
อีกรูปหนึ่งค่ะ รอบบริเวณที่เรียกว่าวัด มีรั้วไม้ไผ่รอบ เตี้ยขนาดครึ่งเอว และ
มีศาลไม้ใหญ่อยู่หลังหนึ่ง มีแท่นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดหน้าตักสักยี่สิบห้านิ้ว พร้อม
ที่บูชา ยกพื้นสูงขึ้นเล็กน้อย เป็นอาสนะสงฆ์ และด้านหลังมีห้องซึ่งเข้าใจว่า
พระจะจำวัดในนั้น มีกุฏิเล็กๆสองหลัง บ่อน้ำจืดอีกหนึ่งบ่อ นอกนั้นก็ไม่มีอะไร
นอกจากลานกว้าง เป็นลานดินธรรมดา
ยุพา – เราขนของเข้าไปในสำนักงานนะคะ
ผู้บรรยาย – ที่เขตมีที่ประชุมใหญ่พอจุคนได้สักห้าสิบ หลังคามุงด้วยแฝก มีรั้วต่างกำแพงหรือฝา
ทำด้วยไม้ไผ่ และมีม้านั่งอยู่สามสี่ตัว เป็นม้ายาว ตอกทำเองอย่างรวกๆ ที่ผนัง
ด้านหนึ่งมีกระดานติด และมีแผนที่ระบุเขตในความดูแลของสำนักงานแห่งนี้ มีป้าย
แสดงชื่อเจ้าหน้าที่ประชาสงเคราะห์ที่ปฏิบัติงานในเขต และมีป้ายรายนามกรรมการหมู่บ้าน
ยุพา – เรามาหน้าแล้งเลยไม่เห็นว่าพวกนี้เขาทำอะไรกันนะคะ
ผู้บรรยาย – เรือนหลังนั้น เป็นเรือนยกพื้นสูงอีกเหมือนกัน ใช้เป็นที่ทำอะไรคะ
สุทธิ – เป็นสถานพยาบาลและมีผู้ช่วยแพทย์ประจำอยู่ครับ มียาแจกแก่ผู้ที่รับการบำบัด
แต่ถ้าอาการมากก็จะส่งโรงพยาบาลในเมือง ถ้าเล็กๆน้อยๆก็ให้ยาไปเอง ที่นี่ไม่มี
รถของเขตใช้ เวลาเอะอะก็รถที่เรามานี่แหละเป็นผู้นำคนไข้ไปส่ง เขาไม่ค่อยชอบไป
โรงพยาบาลกันดอกครับ ถ้าไม่มารักษาที่นี่ก็จะรักษากันเองตามแผนโบราณ
ผู้บรรยาย – ลักษณะครอบครัวเป็นอย่างไรคะ
สุทธิ – เป็นลักษณะครอบครัวเดี่ยว ต่างทำต่างกิน นอกจากจะมีเหตุการณ์พิเศษ จึงจะมารวม
แรงงานช่วยกัน สังเกตบ้านหลังใหญ่นั่นพ่อแม่อยู่ บ้านหลังเล็กนั่นลูกสาวแยก
ครอบครัวออกมา ตามปกติแล้วพวกนี้แต่งงานแล้วต้องอยู่กับฝ่ายหญิง
ยุพา – พวกกะเหรี่ยงนี่ถือกฎเคร่งครัดในเรื่องผัวเมียเดียวนะคะ การหย่าร้างหมู่บ้านนี้
ไม่มีเลย ถึงที่อื่นจะมีก็คงน้อยและไม่สู่หน้าอยู่ในบ้าน การสมสู่ก่อนแต่งงานเขารัง
เกียจมากค่ะ ไม่เหมือนพวกก้อต้องสมสู่กันก่อนจนมีลูกแล้วจึงจะรับ ทางนี้ตรงกันข้าม
ผู้บรรยาย – แหมดีนะคะ ประเพณีอย่างนี้ผู้หญิงชอบ ไม่ต้องกลัวพวกผู้ชายจะนอกใจ
( ทุกคนหัวเราะ )
สุทธิ – ครับ ครอบครัวกระเหรี่ยงหรือยางนี้มักมั่นคง เมื่อเกิดการตายมรดกเขาก็แบ่ง
เท่าๆกันไม่เลือกว่าจะเป็นคนโตต้องมากกว่าเหมือนประเพณีอื่น
ผู้บรรยาย – ค่านิยมของชาวกะเหรี่ยงหรือยางนี้ล่ะคะ
สุทธิ – เขาถือความมั่งคั่งและอาวุโสครับ มีความซื่อสัตย์ เชื่อมั่นและศรัทธาต่อกัน
ความสำพันธ์ในเผ่ามีมากมายกว่าความสัมพันธ์ในครอบครัว
ยุพา – กะเหรี่ยงนับถือผี แต่ที่นี่นับถือผีพุทธด้วยค่ะ
ผู้บรรยาย – โรงเรียนอยู่ไกลจากที่นี่ไหมคะ
ยุพา – ไม่ไกลเกินกว่าที่จะเดินถึงดอกค่ะ โรงเรียนนี่เป็นโรงเรียนของกรมประชาสง
เคราะห์จัดขึ้น เมื่อทางองค์การส่วนบริหารจังหวัดมีกำลังพอจะรับได้ก็ให้ไป แต่
ทางองค์การยังรับไม่ได้ขณะนี้ ที่นี่กรมประชาสงเคราะห์ก็จัดไปก่อน แล้วต้องไป
สมทบกับโรงเรียนของการบริหารส่วนจังหวัดสอบ ปรากฏว่ากรมประชาสงเคราะห์
คิดว่า เด็กคงจะไม่นิยมเรียนภาษาไทยกันมากนัก ที่ไหนได้ รับจนเต็มที่แล้วยังอยาก
จะเรียนต่อแต่ไม่มีที่จะให้เรียน บางคนรวยหน่อยไปเรียนต่อถึงจังหวัดเชียงใหม่
ก็มี ที่ไปเรียนจนจบ ป. กศ. ก็มี
ผู้บรรยาย – แล้วกระทรวงศึกษาธิการช่วยอะไรล่ะคะ
ยุพา – กรมสามัญศึกษาจัดตั้งโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์รับชาวเขาเรียน ร่วมกับชาวพื้นราบ
ที่จังหวัดเชียงรายก็อยู่ที่อำเภอแม่จัน แต่นั่นแหละค่ะ ทางกรมประชาสงเคราะห์
ก็ยังช่วยแบบโรงเรียนเคลื่อนที่หรือชั่วคราว
ผู้บรรยาย – แต่ที่นี่มันถาวรเสียแล้วนี่คะ ชาวเขาตั้งบ้านเรือนกันเป็นกลุ่มก้อนไม่เคลื่อนย้ายแล้ว
น่าจะมีโรงเรียนถาวรให้เขา
ยุพา – ค่ะ หน้าที่จัดเป็นขององค์การบริหารส่วนจังหวัดจะรับไปจากกรมประชาสงเคราะห์
แต่ก็อ้างว่าไม่มีงบประมาณ กรมประชาสงเคราะห์ก็เลยจัดแบบนี้แหละค่ะ ทุลักทุเลเต็มทน
รอวันแล้ววันเล่าจะให้การบริหารส่วนจังหวัดรับก็ไม่รับสักที
ทางกระทรวงศึกษาธิการก็มาช่วยจัดด้านการศึกษาผู้ใหญ่
ผู้บรรยาย – การศึกษาผู้ใหญ่ ก็มุ่งให้รู้จักดำเนินชีวิตในทางที่ถูกที่ควร รู้จักนำเอาวิชาความรู้ต่างๆ
ไปใช้ทันที ป้อนทั้งข้อมูลอันจะนำประโยชน์ไปใช้ในชีวิตประจำวัน เสริมกับเจ้าหน้าที่
ทางการเกษตร ให้ความรู้ทางด้านที่เป็นคุณและเป็นโทษแก่ชีวิตและการประกอบอาชีพ
เพื่อชีวิต รู้จักดัดแปลงและแสวงหาทรัพยากรอันเป็นประโยชน์ในการอาชีพและการครอง
ชีวิต นอกจากนั้นก็คือการอ่านออกเขียนได้
ยุพา – ค่ะเราสองหน้าที่พลเมือง คุณธรรม ความเป็นคนในสัญชาติไทย โทษและ
ความเสียหายอันเกิดจากการทำลายป่า การปรับปรุงพื้นที่เพื่อการเกษตรโดยไม่ต้อง
เคลื่อนย้ายไปทำไรเลื่อนลอย การอนามัย ตลอดจนกระทั่งการวางแผนครอบครัว
สุทธิ – เชื่อไหมครับว่า บางครอบครัวแม่เดียวมีลูกถึงสิบหกคน
ผู้บรรยาย – ครูสอนพวกผู้ใหญ่นี่กรมประชาสงเคราะห์เหมือนกันหรือคะ
ยุพา – มิได้ค่ะ เป็นของกองการศึกษาผู้ใหญ่ กรมสามัญศึกษาเดิม ของกระ
ทรวงศึกษาธิการค่ะ
ผู้บรรยาย – อ้อ ตอนนี้เป็นกรมการศึกษานอกโรงเรียนใช่ไหมคะ
ยุพา – ค่ะ เราใช้สถานศึกษาซึ่งเป็นสถานที่โรงเรียนของกรมประชาสงเคราะห์
แต่ครูเป็นของกระทรวงศึกษาธิการค่ะ จ้างเป็นลูกจ้างชั่วคราว เรียกว่า
ครูอาสาสมัครเดินสอนชาวเขา มีผู้สนใจมาเรียนรุ่นหนึ่งๆก็กว่ายี่สิบคนค่ะ
เป็นสอนเป็นรุ่นๆไป
ผู้บรรยาย – เรียนเหมือนเด็กธรรมดากลางวันหรือคะ
ยุพา – เด็กๆชาวเขาในโรงเรียนของกองสงเคราะห์ชาวเขากรมประชาสงเคราะห์นี่
เรียนแบบเรียนแตกต่างจากของเราค่ะ โรงเรียนศึกษาผู้ใหญ่ชาวเขา
สอนโดยใช้แบบเรียนแบบเบ็ดเสร็จชาวเขาของกระทรวงศึกษาธิการค่ะ จัด
ทำพิเศษ
ผู้บรรยาย – ทางการแจกหรือคะ ต้องการครูประเภทใด
ยุพา – ครูนั้นกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้ให้การอบรมคะ เราอบรมวิธีสอน อบรม
จิตวิทยาผู้ใหญ่ที่มาเรียน ตลอดจนขนมธรรมเนียมประเพณี เขาจะ
ต้องรู้ว่าจะไปสอนเผ่าอะไร เราต้องการให้ผู้เรียนเอาไปใช้ได้ทันที แบบ
เรียนจัดทำเป็นแผ่นๆค่ะ แจกทีละแผ่นที่เรียนแต่ละครั้ง
ผู้บรรยาย – ทางการแจกหรือค่ะ ผู้เรียนไม่ต้องเสียอะไร
ยุพา – ค่ะ สำหรับเด็กนั่นกรมประชาสงเคราะห์แจกกระทั่งสมุดดินสอ ไม่ต้องเสีย
อะไรเลย อ้อ เมื่อครู่คุณถามว่าครูเป็นครูที่ไหนหรือคะ เราก็มีพวก
อาสาสมัครค่ะ วุฒิตั้งแต่มัธยมศึกษาปีที่สามขึ้นไป จนประกาศนียบัตรครูชั้นตน
ก็มี แต่อย่างไรก็ตามค่ะ ต้องผ่านการอบรม
ผู้บรรยาย – เอ๊ะ นักศึกษาผู้ใหญ่ กับเด็กนักเรียน เรียนพร้อมกันหรือค่ะ
ยุพา – มิได้ค่ะ ผู้ใหญ่มาเรียนเมื่อเสร็จจากการทำมาหากินตามปกติแล้ว มาเวลา
ทุ่มกว่าๆถึงสามทุ่มกว่าๆค่ะ เรียกว่ามาเรียนตอนค่ำ ส่วนเด็กธรรมดามา
เรียนตอนกลางวันตามปกติ
ผู้บรรยาย – แล้วมาเรียนตอนค่ำ เอาแสงสว่างจากไหนล่ะค่ะ ดิฉันไม่มีไฟฟ้า
ยุพา – ทางกระทรวงศึกษาธิการให้งบประมาณจัดซื้อตะเกียงให้ค่ะ ตะเกียงเป็น
แบบตะเกียงเจ้าพายุ แต่กระนั้นแสงสว่างก็ไม่ค่อยจะพอดอกค่ะ เขามา
เรียนกันด้วยศรัทธาอยากเรียนรู้ภาษาไทยจริงๆค่ะ
ผู้บรรยาย – สอนเร็ว เห็นว่าไม่กี่เดือนก็จบหลักสูตร
ยุพา – ก็ไม่เลวนักดอกค่ะ สอนวันละบท เป็นการสอนแบบเบ็ดเสร็จ เช่นการ
จะสอนเรื่องการวางแผนครอบครัว ก็อาจจะเริ่มโดยการให้คิดว่า เมื่อมีลูก
จะต้องมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง จะต้องเลี้ยงลูกอย่างไร ให้เขาคิด แล้วถ้า
มีลูกมากเขาจะต้องหากินอย่างไร จึงจะพอให้ลูกๆมีความสุข เป็นไปอย่างที่
เขาอยากจะให้ลูกเขาเป็น ที่ทำมาหากินจะต้องเพิ่มมากขึ้นเท่าไร
แต่เมื่อที่ทำมาหากินก็อัตคัดขาดแคลนไม่พอเพียงกับคนที่จะต้องเพิ่มขึ้นมามากๆ อีก
หน่อยถ้าเขามีลูกมากๆจะทำอย่างไร แล้วก็เอาโจทย์ปัญหามาบวกลงเลข โดยอาศัย
เรื่อง ที่กำลังศึกษา เช่นค่าใช้จ่ายต่อคนจะเท่าไร ที่ทำมาหากินจะต้องการกี่ไร่
ต่อครอบครัว โยงไปถึงความรู้เรื่องการอนามัย เรื่องเศรษฐกิจครอบครัว และ
ความรู้ในเรื่องอาชีพ เรื่องของปุ๋ย ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก พื้นที่เท่าไรจะต้องใช้
ปุ๋ยต่อไรเท่าไร เมื่อมีพื้นที่ห้าสิบไร่จะต้องใช้ปุ๋ยหนักเท่าไรเป็นต้น แล้วโยง
ไปจนถึงจะปลูกพืชอะไร วิธีการอย่างนี้ก็ฝึกทักษะทางพูด อ่าน เขียน ไปด้วยใน
ตัว นำด้วยการคิดป้อนความรู้ทางวิชาการ แล้วก็ตามด้วยการเอาปฏิบัติได้ทันทีที่ได้รับความรู้ไปนี่
แหละค่ะ เรียกว่า การศึกษาแบบเบ็ดเสร็จ
ผู้บรรยาย – ครูคนเดียวหรือค่ะ
ยุพา – คนเดียวค่ะ ต้องรู้จักสอนโดยการนำให้นักศึกษารู้จักคิด โดยการป้อนข้อมูลทาง
วิชาการ ทางสังคม ชี้ให้ข้อมูลที่อาจหาได้จากพวกนักศึกษาด้วยกันเอง รู้
จักเอามาประมวลกัน แล้วหาทางที่ดีที่สุดเพื่อปฏิบัติ
ผู้บรรยาย – ไม่เหมือนสอนเด็กนะค่ะ
ยุพา – ค่ะ สอนเด็กนั้นเตรียมความรู้เอาไว้เพื่อใช้ในอนาคต แต่สอนผู้ใหญ่นี่เตรียมเพื่อ
ให้เอาไปใช้ได้ทันที
สุทธิ – โรงเรียนในเขตยางคำนุนี่ผู้เป็นหัวหน้าเขตคือคุณ โอภาส บูรณกิจไพรบูลย์ เอา
ใจใส่มาก เห็นว่า เด็กต้องการเรียนจริงๆ ต้องการศึกษาต่อ ก็พยายาม
วิ่งเต้นเอาเข้าเป็นสาขาของโรงเรียนในบริหารส่วนจังหวัด เพื่อให้มีชื่อเข้าสอบ
เพื่อเรียนต่อ บางคนไปเรียนต่อถึงจังหวัดเชียงใหม่ ทางการควรจะช่วยให้
สามารถจัดสอบได้เองเป็นโรงเรียนพิเศษหรืออะไรทำนองนั้น
ยุพา – ค่ะ อาคารเรียนก็ยังเต็มประดา เห็นหัวหน้าบ่นว่าเด็กๆชาวเขานี่ก็อยากจะ
ได้อาคารให้มันถาวรดี กว่าโรงแฝกอะไรอย่างนี้ เธอก็กำลังจะขวนขวาย
หาคนศรัทธาช่วยบริจาคสร้างโรงเรียนอยู่เหมือนกัน
ผู้บรรยาย – กระทรวงศึกษาธิการไม่ช่วยหรือคะ
ยุพา – ก็ไม่แน่นักดอกค่ะ แต่ความจริงแล้ว ถ้าองค์การบริหารส่วนจังหวัดพร้อมก็จะต้อง
รับโอนไปจากกรมประชาสงเคราะห์ แต่นั่นแหละค่ะ มันจะต้องมีปัญหาเรื่อง
อาคาร เรื่องครู เขาก็ไม่ค่อยอยากจะได้ ก็หนักอกหนักใจกรมประชาสงเคราะห์
อยู่หัวหน้าเขตเสียสละวิ่งเต้นก็โตเร็วดี
ผู้บรรยาย – สำหรับที่นี่ที่เห็นก็น่าจะขอบคุณหัวหน้าเขตนะค่ะ เอาใจใส่ดีแท้
( มีเสียงน้ำตกไหลริน )
ผู้บรรยาย – ท่านผู้ฟังคะ ธรรมชาติที่นี่สวยงาม ท่านได้ยินเสียงน้ำไหมคะ น้ำที่ลัดเลาะ
มาตามลำห้วย มีต้นน้ำเป็นน้ำตกจากยอดเขาสูง เราเรียกว่าน้ำตกห้วยแกว
ไหลพุ่งลงมางดงาม เลยจากที่ทำการเขตไปไม่กี่ชั่วโมงก็ถึงค่ะ เชิญค่ะ เรา
จะตามลำห้วยขึ้นไป
( เสียงรองเท้าบุกลุยตามน้ำ )
ผู้บรรยาย – ความจริงเราไปตามทางถนนก็ได้นะคะ เราจะขึ้นไปตามทางรถ ผ่านหมู่บ้านยาง
กลายขึ้นไป .. จนถึงหมู่บ้านโป่งน้ำร้อน
( เสียงรถทำทางดังแว่ว )
ผู้บรรยาย – เสียงรถทำถนนกำลังตัดทางขึ้นไปบนเขาค่ะ เพื่อเราจะเปิดโอกาสให้ชาวเขาที่ตั้ง
หลักแหล่งแล้วนี้ได้รับการพัฒนา ทั้งด้านวัตถุและจิตใจ
ผู้บรรยาย – น่าเสียดาย ที่ป่าสองข้างทางกลายเป็นป่าโปร่งไปมากแล้ว แม้แต่ต้นไผ่ก็ถูกตัดไป
จนเหลือบางตาเต็มที บางแห่งยังมีรอยไฟป่าเผาอยู่ เนื่องจากเป็นหน้าแล้ง
คุณสุทธิคะ หมู่บ้านนี้ทำอะไรกินกันค่ะ
สุทธิ – ทำนาแต่พอเลี้ยงครอบครัว หมู่บ้านยางกลางปลูกใบชา แล้วหมู่บ้านโป่งน้ำร้อนนี้
ชอบต้มเหล้าเถื่อนครับ
ยุพา – ( หัวเราะ ) เหล้าที่นี่ขวดหนึ่งก็สิบกว่าบาทเหมือนกันนะคะ ไม่ใช่ถูกๆ พอกับ
ยี่สิบแปดดีกรีในกรุงเทียวแหละค่ะ แต่มันช่วยไม่ได้จริง ประเพณีเขาต้อนรับด้วยเหล้า
ผู้บรรยาย – หมู่บ้านนี้ยังปลูกฝิ่นกันไหมคะ
สุทธิ – หมู่บ้านที่เรามานี่พัฒนากันมากแล้ว ไม่มีการปลูกฝิ่น แต่กระนั้นทางการก็ยังพยายาม
ให้ปลูกกาแฟกัน ส่วนใหญ่ก็ตัดไม้ไปทำธูปครับ ในกรุงส่งคนมาซื้อ เขาโค่นไม้นี้
ไปเรื่อยๆ ก็ไม่สำคัญอะไรนัก เพราะไม่ใช่ไม้สลักสำคัญ แล้วก็ไม่ทำ
ลายอะไรมากมายนัก
ผู้บรรยาย – เขตปฏิบัติการที่นี่ก็เก่งซีนะคะ
สุทธิ – เจ้าหน้าที่ทุกเขตก็มีหัวหน้าเป็นพวกสังคมวิทยาได้รับปริญญาจากมหาลัย
หนุ่มๆอย่างผมทุกคน แต่เขาทำงานด้วยความเสียสละ และมีความรับผิดชอบมาก
ไม่งันก็จะเป็นพิษภัยดึงชาวเขาไม่อยู่ดอกครับ
ผู้บรรยาย – เด็กๆที่นี่ก็หน้าตาหน้ารัก แต่งตัวก็ไม่สกปรกนี่คะ
สุทธิ – ครับ
ยุพา – พวกอาสาสมัครเดินสอนผู้ใหญ่เขาบอกว่าพวกนี้ชอบเรียนหนังสือ พออ่านออกก็ซื้อหนังสือ
เพลงมาอ่าน แล้วหัดร้องตามเพลงที่กระจายเสียงตามสถานีวิทยุที่นี่
ผู้บรรยาย – ก็น่ารักดีนะคะ
ยุพา – พวกนักเรียนเด็กๆเขาชอบชื่อเป็นไทย พอพวกเรามาถึงเขาจะขอให้ตั้งชื่อให้เขาเพราะๆ
ค่ะ พวกเราก็ตั้งชื่อให้ สุมาลี สมนึก สมหวัง สมบัติ อะไรอย่างนี้แหละค่ะ
สุทธิ – พวกนี้ขึ้นทะเบียนเป็นคนไทยหมดแล้ว อยู่ถาวรไม่โยกย้ายไปไหนอีก เราให้หนังสือ
แสดงกรรมสิทธิ์ยึดครองที่ดินเรียบร้อย เป็นอันว่าสกัดกั้นการทำไร่เลื่อนลอยและทำลาย
ป่าไปได้
ผู้บรรยาย – แล้วทำไมเมื่อเรามาจึงเห็นมีแต่ควันตระหลบล่ะคะ ยังมีการเผาป่าอยู่มาก
สุทธิ – ครับ บางเผ่ายังมี แต่พวกประชาสงเคราะห์ก็พยายาม กองสงเคราะห์ชาว
เขาต้องทำงานหนักและเสียสละด้วยความบริสุทธิใจจริงๆครับ
ผู้บรรยาย – ที่นี่มีสักกี่ห้องเรียนคะ
ยุพา – มีครบตั้งแต่ประถมหนึ่งจนถึงสี่แหละค่ะ บางชั้นก็มียี่สิบคน บางชั้นก็มีไม่ถึง
มีทั้งเด็กชาย
ผู้บรรยาย – พวกผู้ใหญ่ล่ะคะ
ยุพา – ที่นี่นิยมกันมากค่ะ มีตั้งสามสิบกว่าคน ขยันเสียด้วยไม่ค่อยขาด มีทั้งผู้หญิงและผู้ชาย
( เสียงเพลงๆเบาๆ มีเสียงดินทองน้ำ และมีเสียงน้ำตกแผ่วๆ )
ผู้บรรยาย – ดิฉันได้ยินเสียงน้ำตกแล้วล่ะคะท่านผู้ฟังได้ยินไหมคะ ที่จริงเราขึ้นไปเดินบนไหล่เขาก็ได้
แต่อยากเดินดูสายน้ำก็เลยเลาะริมธาร ริมห้วยนี่มา
ยุพา – โน่นไงคะ หน้าผานั้น เห็นน้ำตกไหมคะ แม้จะหน้าแล้งก็ยังไหลแรง
( เสียงน้ำตกใกล้เข้ามา มีเพลงบรรเลงเบาๆ )
ผู้บรรยาย – ท่านผู้ฟังคะ นี่อีกแห่งที่เราเรียกว่าน้ำตกห้วยแก้ว จังหวัดเชียงราย อำเภอเมือง
นี่เองคะ สวยงามเหมือนกันนะคะ ไม่แพ้ห้วยแก้วเชียงใหม่ ตกมาจากหน้าผาสูง
กระแทกลงมาสู่เบื้องล่างอย่างรุนแรง แม้จะเป็นหน้าแล้งนะคะ แล้วไหลรินลงสู่ลำห้วย
ไปจนถึงแม่ตาง ผ่านเขตหมู่บ้านยางคำนุ ลงสู่ลำน้ำกก
ความชุ่มชื่นที่นี่ยังคงหลงเหลืออยู่นะคะ ที่มุมแห่งนี้ของประเทศ ขออย่าได้มีการ
ทำลายให้แห้งเหือดไปเลย ที่นี่ยังมีความชุ่มชื่น ยังมีความอุดมสมบูรณ์ และ
ประชาชนยังอยู่ด้วยความสงบ ทุกคนกระหยิ่มยิ้มย่องพร้อมที่จะทำหน้าที่ของพลเมืองไทย
และใช้สิทธิในการเลือกตั้งที่ผ่านมาอย่างภาคภูมิ ที่นี่ไม่มีฝิ่นต้องห้าม ไม่มีผู้ก่อการร้าย
มีแต่เสียงน้ำตกไหลริน เชื้อเชิญให้ท่านไปชม
สลวย โรจนสโรช