สารคดี คางคก

คางคก

ส. คุปตาภา

ความสำคัญของคางคกในนิยายพื้นบ้านทั่วไปมักจะมาลักษณะนิสัยของมันมากกว่าอื่น  เนื่องจากเป็นสัตว์ที่เกี่ยวข้องกับน้ำ  คางคกและกบมักจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับการขอฝนและพิธีขอความอุดมสมบูรณ์  ยิ่งกว่านั้นมันยังมีรูปร่างเหมือนรูปย่อส่วนของคนซึ่งทำให้เกิดความรู้สึกประหลาดขัดแย้งอย่างไรพิกล  ไม่เพียงแต่หน้าตาของมันเหมือนคนปากกว้าง  ท่าทางของมันเวลาว่ายน้ำก็ยังเหมือนท่าทางของคนอีกด้วย

คางคกนั้นเป็นสัตว์มีพิษ  ถ้าหากถูกมันจะคันเพราะมีสารซึมออกมาจากต่อมที่ผิวหนังสารนี้มีพิษสองประการ  อย่างหนึ่งรุนแรงพอที่จะทำให้สุนัขน้ำลายฟูมปาก  และกลายเป็นไข้  ในสมัยกลาง  พวกโจรบางทีเอาคางคกยัดปากเหยื่อ  นั่นก็เป็นหลักฐานหนึ่งที่น่าขยะแขยง

ในอังกฤษโดยเฉพาะอังเกลียตะวันออกคางคกมีชื่อเสียงในทางชั่งร้าย  พวกแม่มดสนิทชิดชอบกับคางคกเอาน้ำลายและยางของมันมาทำน้ำหอม  แล้วเอาส่วนผสมนี้มาท่าตัว เชื่อว่าจะทำให้แม่มดนั้นหายตัวได้  ในบางภาคของยุโรปตอนกลางคางคกถือว่าถูกมนต์ไม่มดฉะนั้นจะถูกฆ่าตายเนื่องด้วยมีชื่อเสียงในทางไม่ดี  ในรูปแมเนีย  การฆ่าคางคกถือว่าเหมือนฆ่าแม่ดังนั้นจึงไม่มีใครรบกวนมัน

ในตำบลเคมบริดร์เช่อร์มีชายกลุ่มหนึ่งเรียกว่ามนุษย์คางคก  มีอำนาจพิเศษบังคับม้าได้   สามารถทำให้ม้าหยุดยืนนิ่งไม่เคลื่อนไหว  และทำนองเดียวก็ทำให้มันพยศควบคุมไม่ได้  คนพวกนี้อาจจะนับว่าอยู่ในพวกผีร้ายแล้วก็ต้องมองด้วยความวิตกกังวล   คนที่จะให้มีอำนาจอย่างนี้จะต้องลอกผิวคางคกแล้วเอาไปเสียบติดไว้กับรังมดจนกระทั่งแห้งเหลือแต่กระดูก   แล้วเอากระดูกใส่กระเป๋าไว้พอเที่ยงคืนวันจันทร์เต็มดวงก็เอากระดูกคางคกไปลอยน้ำ  มันจะมีเสียงร้องและมีท่อนหนึ่งที่ลอยทวนน้ำ  เก็บกระดูกนี้มาแล้วก็จะมีอำนาจเป็นมนุษย์คางคก  คนอย่างนี้เขาว่ามีอยู่ในตำบลนี้จนปี  19308

ในตำบลเคมบริดจ์เชิร์ถือว่าคางคกสามารถทำนายพายุได้  เพราะเชื่อว่าหูของคางคกสามารถได้ยินเสียงฟ้าร้องไกลๆซึ่งมนุษย์ไม่สามารถจะได้ยินได้  พอมันได้ยินก็จะรีบไปหาน้ำ  ต้นกำเนิดของความเชื่อนี้อาจจะเป็นเพราะคางคกย้ายที่อยู่ในฤดูหนาวไปหาที่วางไข่  ซึ่งน่าสังเกตว่าเป็นระยะเวลาสองสามวัน  และพายุฟ้าคะนองอาจจะเกิดในระยะราวๆนั้น  คางคกหรือส่วนของคางคกถือว่าเป็นเครื่องรางอย่างหนึ่ง  ทาแล้วหายตัวได้เมื่อเอาหัวใจคางคกแขวนรอบคอ  ที่เดวอนเชอร์  จับคางคกเผาเพราะเชื่อว่าเป็นพวกผีร้าย   บางทีถือว่าคางคกสามารถจะขับเรื่องร้ายๆออกไปได้  ในหนังสือเกี่ยวกับการทำสวนเมื่อปี1593  คนเขียนชื่อทอมัส  ฮิล  กล่าวว่า  ถ้าจะปลูกพืชก่อนที่จะหว่านเมล็ดพืชลงให้เอาคางคกมาผูกแล้วลากไปรอบๆสวนก่อน  แล้วจับคางคกตัวนั้นใส่หม้อฝังไว้ตรงกลางแปลงที่จะปลูก  พอหว่านเมล็ดพืชลงไปแล้วก็ให้ขุดหม้อดินใส่คางคกขึ้น  มิฉะนั้นผักที่ขึ้นรอบๆหม้อจะมีรสขมถ้าหากทำอย่างนี้แล้วชาวสวนเชื่อว่าจะไม่มีตัวหนอนไปรบกวนพืชผักของตน

กล่าวกันว่าคางคกเป็นศตรูของแมลงมุม  คางคกกินแมลงมุม  ดังนั้นจึงได้รับการยกย่องว่าสามารถขจัดความชั่วร้ายได้

หัวเพชร   หินคางคก  คือหินอะไรก็ได้ที่มีรูปร่างเหมือนคางคกหรือกบ (ไม่ว่ารูปร่างหรือสี )เชื่อกันว่าเมื่อเอามาฝนทางตรงรอยถูกกัดหรือถูกแมลงต่อยจะรักษาได้  ถ้าต้องการจะรู้ว่ามันเป็นหินคางคกแท้หรือไม่   ให้ถือหินนั้นล่อข้างหน้าคางคก  และถ้าคางคกนั้นกระโดดคว้าหินนั้นก็แสดงว่าเป็นหินแท้

ในตอนสมัยกลางหรือหลังจากนั้นเชื่อกันว่าคางคกซ่อนเพชรไว้ที่หัว  ในเรื่องตามใจท่านของเชคสเปียรต์ก็กล่าวไว้    นักเขียนเก่าๆก็เล่าเรื่องนี้กันว่า “ในหัวของคางคกแก่และตัวใหญ่มีหินคางคก ซึ่งตามปกติใช่ทำแหวนเป็นการเตือนภัย” ความกลัวที่จะถูกวางยาพิษนั้นในบางประเทศมีมากในหมู่คนชั้นสูง สมัยเรอเนซองความจริงแล้วคางคกนั้นมีพิษซึ่งซึมซาบอยู่ในสิ่งที่อยู่ในตัวของมัน

ความเชื่อว่าหินคางคกนี้ดับพิษได้นั้นมีมาในศตวรรษที่ 12  แต่การรู้ว่าคางคกมีพิษมีมาก่อนหน้านั้น  ในเรื่องสวรรค์หายนั้นกล่าวว่ามีคนเป็นจำนวนมากตายเพราะดื่มเหล้าไวน์ที่มีหยดเลือดของคางคกผสมอยู่  บ้างก็ว่า  ซาตานแปลงเป็นคางคกฉีดพิษเข้าไปในเลือดของอีฟ

อาจจะเพราะคางคกและกิ้งก่าหงอนขึ้นชื่อว่ามีพิษมากถ้านำเข้ามาผสมกันในสมัยกลาง   กิ้งก่าหงอนนั้นมีชื่อในยุคกลางนี้ว่าหากมันเฉียดกรายเข้าไปที่ต้นไม้  ใบไม้ก็จะเฉา  หากมันหายใจรดหินๆก็แตก  นักเขียนในคริสต์ศตวรรษที่ 12 และ 13  กล่าวว่ากิ้งก่าเกิดจากไข่ไก่โบราณแล้วก็มีคางคกหรืองูพิษมาพักไข่ให้

โดยทั่วไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งในวงการศาสนาแล้วคางคกเป็นสัตว์จำพวกมารร้ายหรือซาตาน   มีเรื่องเล่าว่ามีพระองค์หนึ่งจับไก่มาจะทำเป็นอาหาร  ในขณะที่รีดเอาตับไตไส้พุงของไก่นั้นปรากฏว่าได้คางคกออกมาตัวหนึ่ง  อีกเรื่องหนึ่งเล่าว่า  มีนายทุนเงินกู้โลภมากคนหนึ่งกำลังจะตายได้ขอร้องให้ภรรยาเอาถุงเงินวางไว้บนหน้าอกของตนในหลุมศพด้วย  นางก็ทำตามคำขออย่างที่ปกปิดเป็นความลับที่สุด  แต่ความลับก็เกิดรั่วไหลออกมา  มีคนไปขุดหลุมศพ  พบคางคกหลายตัวอยู่ในหลุมศพนั้น  คางคกตัวหนึ่งอยู่ที่ปากถุงเงิน  อีกตัวกำลังคาบเหรียญเงิน  อีกตัวหนึ่งขนเหรียญเงินไปหยอดไว้ที่หัวใจของคนตาย  ประหนึ่งจะบอกว่าเราจะทำความพอใจให้แก่เจ้าคนที่ไม่รู้จักพอนี่ด้วยเงินละ “เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องที่น่าสนใจทางประวัติศาสตร์แต่เป็นเรื่องที่น่าสนใจในด้านการสอนในเรื่องความเห็นแก่ตัวและความโลภ มีรูปปั้นที่สตร้าเบิกเรื่อง”  “ผู้หลอกลวงหญิงสาวที่ไร้สัจจะ” ทำเป็นรูปงูและคางคกไต่หลังชายหนุ่มรูปงามซึ่งมีแอปเปิลถืออยู่ในมือ

ความจริงมีว่าในคัมภีร์โซโรสเตรียนเล่มหนึ่งกล่าวว่าคางคกเป็นสัตว์ชั่วร้ายจะต้องฆ่าทิ้ง  แสดงว่าพวกคริสเตียนไม่ชอบคางคก

บางความรู้สึกก็ว่าคางคกเป็นหนึ่งในบรรดาสัตว์ที่ถือว่าเป็นผู้รับบาป  ในเมืองโทโกแลนด์มีพิธีขับสิ่งร้ายออกไปหรือสะเดาะเคราะห์  ตกกลางคืนจะมีการผูกคางคกกับใบปาล์มแล้วลากไปตามถนนหลังจากที่ทำความสะอาดบ้านเมืองแล้ว ในหมู่พวกกิลยาดทางเหนือของเอเชียก็ถือว่าคางคกเป็นผู้รับบาป  หลังจากมีพิธีบูชายัญหมีแล้วก็แต่งตัวเหมือนคนเผ่านั้นแล้วนำคางคกมาวางไว้ที่หน้าต่างบ้านคอยดูหมี  ถือว่า  บาปในการฆ่าหมีทั้งหมดนั้นตกอยู่ที่คางคก