สารคดี ดาวหางฮัลเล่ย์มาแล้ว

ดาวหางฮัลเล่ย์มาแล้ว

สลวย  โรจนสโรช

                      ระยะนี้ทั่วโลกเขาตื่นเต้นกันเรื่องดาวหางฮัลเล่ย์ที่มาปรากฏตัวบนท้องฟ้าตามกำหนดเจ็ดสิบหกปีครั้งหนึ่ง  แต่จะช้าไปบ้างหรือเร็วไปเล็กน้อยก็เนื่องมาจากโคจรไปใกล้ดาวเคราะห์ใดที่เกิดกระแสต้านความเร็วหรือกระตุ้นความเร็วกันขึ้น

เขาคำนวณกันแล้วว่าคนธรรมดาสามัญตาเปล่าอย่างข้าพเจ้าจะเห็นดาวหางดวงนี้ได้ในเมืองไทยประมาณเดือนเมษายนถึง เดือนพฤษภาคมปี พ.ศ. 2529 นี้

ข้าพเจ้าก็พลอยตื่นเต้นอยากจะเห็นดาวหางอันทรงความงามและความมหัศจรรย์นี้ด้วยเพราะถ้าพลาดคราวนี้ไปแล้วก็จะหมดโอกาสอีกเนื่องจากไม่สามรถจะมีชีวิตอยู่คอยดูมันในอีกเจ็ดสิบหกปีหน้าได้

พวกนักวิทยาศาสตร์ช่างอยากรู้อยากเห็นเสียจริงๆ  อยากจะรู้ว่าส่วนที่เรียกว่าหัวของดาวหางนั้นมันเป็นอะไรกันแน่  สันนิษฐานกันว่า  หัวของดาวหางนั้นความจริงก็ไม่มีอะไรนอกจากฝุ่นอวกาศที่จับตัวกันเป็นน้ำแข็งมีความหมุนที่เร็วมากเท่านั้น  แต่เจ้าลูกกลมหิมะที่ว่านั้นมีความใหญ่โตมโหฬารขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางยาวตั้ง 2-3 พันไมล์  เวลาที่เดินโคจรอยู่นอกระบบสุริยะก็เป็นลูกกลมหิมะธรรมดา  แต่พอเข้ามาใกล้ดวงอาทิตย์ถูกความร้อนจากดวงอาทิตย์เข้าผิวหน้าโดยรอบของเจ้าลูกกลมน้ำแข็งนี้ก็เกิดระเหยออกมากลายเป็นไอปล่อยฝุ่นละอองอวกาศเกล็ดเล็กเกล็ดน้อยกลายเป็นหางยาวลุกโพลง  พาดท้องฟ้า  เขาว่ายาวนับเป็นล้านไมล์  เมื่อดาวหาง นี้เข้าใกล้ดวงอาทิตย์ทีไร  ผิวหน้ารอบตัวของมันก็จะถูกเผาระเหยออกไปตั้งหกฟุต  หรือนับหนึ่งลูกกลมหิมะมหึมานี้จะเล็กลงไปหกฟุต

ขึ้นชื่อว่านักวิทยาศาสตร์คิดอะไรแล้วจะต้องมีการพิสูจน์ดังนั้นหลายประเทศในยุโรปจึงร่วมกันที่จะสร้างยานอวกาศขึ้นไปเจาะหัวดาวหาง  ดูทีหรือว่ามันเป็นเพียงฝุ่นอวกาศจริงหรือไม่ยานนั้นให้ชื่อว่า  จิออตโต  และจะขึ้นบุกทรวงหัวดาวหางด้วยนี้ในเดือนมีนาคมปี  2529  และเพื่อเตรียมถางทางสำหรับจิออตโตไปพบกับดาวหางฮัลเลย์  รัสเซียส่งดาวเทียมขึ้นไปแล้วสองดวงชื่อเวกะ 1 และ เวกะ 2  จะพยายามเข้าใกล้ดาวหางมากที่สุดแล้วส่งข้อมูลมาให้นักวิทยาศาสตร์บนโลกเตรียมสำหรับจิออตโต  ที่ยังกลัวกันอยู่ก็คือหัวดาวหางนั้นสันนิษฐานว่าเป็นอาวกาศที่มีแต่เพียงฝุ่นละอองอวกาศที่หมุนด้วยความเร็วสูงจะทำให้ยานอวกาศจิออตโตพินาศเสียก่อนที่จะทันส่งภาพดาวหางลงมายังโลกได้

ขณะที่ยานอวกาศขึ้นไปทำหน้าที่ของมันอยู่  มนุษย์บนโลกต่างก็เฝ้าดูด้วยความสนใจ

เราประชาชนคนธรรมดาที่ไม่ค่อยจะมีความรู้ในด้านดาราศาสตร์ก็พลอยเฝ้าดูไปกับเขาด้วย

เรื่องของดาวหางโดยเฉพาะดาวหางฮัลเล่ห์หรือดาวหางที่สันนิษฐานว่าจะเป็นดาวหางฮัลเล่ห์ นั้นมีมาก่อนพุทธกาล  แต่ปรากฏว่านักดาราศาสตร์ของจีนได้เริ่มบันทึกเหตุการณ์ปรากฏการณ์ของดาวหางในปี  พ.ศ.304 สมัยพระเจ้าจิ๋นซี  ฮ่องเต้  แล้วก็ปรากฏว่าดาวหางซึ่งสันนิษฐานว่าจะเป็นดวงนี้ก็ปรากฏทุกเจ็ดสิบหก  หรือเจ็ดสิบห้า  หรือบางทีเจ็ดสิบเจ็ดปีต่อมา

ดาวหางที่ชาวยุโรปกลัวกันนักหนา   คือที่มาปรากฏตัวในช่วง 21สิงหาคม-  21ตุลาคม พ.ศ. 532ถือว่าบอกเหตุอันตราย  คือบอกเหตุการณ์ตายของอกริปป้า  แม่ทัพใหญ่ของโรมัน  เพราะดาวหางขึ้นไปกี่เดือนอกริปป้าก็ตาย

20 กุมพาพันธ์ -10เมษายน  พ.ศ.609 ชาวยุโรปก็ยังถือว่าเป็นสัญญาณอันตราย  จึงนับเอาเหตุการณ์หลังปรากฏของดาวหางว่าดาวหาง  บอกเหตุคือ  เกิดกบฏยูดา  ต่อต้านอำนาจโรมัน  แล้วติดตามมาด้วยกรุงเยรูซาเล็มล่ม

ดาวหางก็ยังคงปรากฏตามจังหวะรอบโคจรของมันแต่ไม่มีบันทึกเหตุการณ์ร้ายๆที่น่าจะจดจำไว้  จนกระทั่งมาถึง

10 มิถุนายน – 16 สิงหาคม  พ.ศ.994  มีบันทึกในจดหมายเหตุว่า  ดาวหางเป็นทูตจากสวรรค์บอกรางร้ายสำหรับชาวฮั่น  ในระยะนั้นมีชาวฮั่นภายใต้การนำของพระเจ้าอัตติลา  บุกเข้าไปรุกรามยุโรป  และมีทีท่าว่าจะไม่มีใครสามารถต่อต้านได้  แต่พอมีดาวหาง  ปรากฏ  ไม่ช้าสงครามก็เปลี่ยนโฉมหน้าไป  ฮั่นถูกโจมตีแตกพ่ายและอัตติลาตาย

1 เมษายน  -7 มิถุนายน  พ.ศ.1609 ดาวหางมีชื่อเสียงเสียอีกครั้งหนึ่งคือพวกนอร์มันรบชนะแอง      โกลแซกซอน   พวกแองโกลแซกซอนจึงกลัวดาวหางกันมาก

ในสมัยคริสตวรรษที่ 17  สมัยที่เอ็นมัน  อัลเล่ย์  ผู้ที่คำนวณว่าดาวหางดวงนี้จะปรากฏตัวในรอบเจ็ดสิบหกปีต่อมาครั้งนั้น  ยังเป็นเด็กเล็กๆ   มีหนังสือพิมพ์เตือนบรรดาประชาชนถึงเรื่องดาวหางจะมาปรากฏตัวโดยที่ผู้เขียนและคนส่วนใหญ่ยังมีความเชื่ออยู่ว่าดาวหางเป็นทูตสวรรค์แจ้งเหตุร้ายต่อชาวโลกดังนี้

ดาว ที่ลุกโพลงกระจายเต็มท้องฟ้านี้  คุกคาม

สำหรับชาวโลก  คือ  ความอดหยากยากแค้น  กาฬโรค  และสงคราม

สำหรับพวกเจ้าใหญ่นายโต  คือ ความตาย

สำหรับประเทศ  คือความบาดหมางระหว่างรัฐ

สำหรับทรัพย์สินเศรษฐกิจ  คือความสูญเสีย

สำหรับคนเลี้ยงสัตว์ก็จะเกิดการตายวอดวาย  สำหรับพวกทำการเกษตรก็จะแล้งแสนจะเคราะห์ร้าย

สำหรับเรือ  ก็คือจะเกิดพายุรุนแรง  เรือจะจมลงในทะเล  หรือมหาสมุทร  ลูกเรือก็จะตายวอดวาย  สมัยนั้นยังไม่มีเครื่องบินโดยสาร

สำหรับบ้านเมือง  คือ  จะต้องเกิดกบฏ

ปีพ.ศ. 2377  อีก  ที่ปรากฏการณ์จากดาวหางมาประจวบกับโรคกาฬโรคระบาดในยุโรป คนตายนับไม่ถ้วน  โดยเฉพาะข้าพเจ้าได้อ่านเหตุการณ์ที่เมืองเนเปิลกล่าวว่าบ้านใดไม่มีคนตายนั้นไม่มี  เหม็นสาบไปหมดทุกมุมเมือง

และเจ้าดาวหางดวงนี้เอง  ที่ทางอังกฤษเสียพระเจ้าเอ็ดวาดที่เจ็ดไป  และฝ่ายบอลเชวิกรัสเซียก็มีอำนาจยิ่งใหญ่ในรัสเซีย   ในปี  พ.ศ.2453

ในเรื่องรามเกียรติ์  พระรามเกิดนั้นมีดาวหางปรากฏบนท้องฟ้า  และวันสุดท้ายของสงครามระหว่างพระรามกับเจ้ากรุงลงกาคือทศกรรฐ์นั้นก็เกิดดาวหางขึ้นอีก  เรียกว่าเป็นลางดีสำหรับพระราม  และลางร้ายสำหรับทศกรรฐ์

ท่านผู้อ่านคง  จะเคยรู้จักนามปากกาของมาร์ค  ทะเวน  ท่านผู้นี้เกิดเมื่อดาวหางฮันเล่ห์มาปรากฏ  และได้กล่าวไว้ว่าท่านจะตายต่อเมื่อดาวหางดวงนี้กลับมาอีกครั้ง  และท่านก็ตายจริงๆ เมื่ออายุครบดาวหางฮัลเล่ห์กลับมาแต่ท่านไม่มีโอกาสได้เห็นดาวหาง

มีนิตยาสารโหราศาสตร์เล่มหนึ่งจากสหรัฐอเมริกา  ได้กล่าวไว้ว่า  ดาวหางดวงนี้มาให้สังเกตดูสหรัฐอเมริกาว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น  เนื่องจาก  ประธานาธิบดีเรแกน  เกิดเมื่อดาวหางดวงนี้กำลังจะเลือนไปจากท้องฟ้าเจ็ดสิบกว่าปีก่อน  และคราวนี้เมื่อดาวหางดวงนี้กลับมาอีก  ประธานาธิบดีเรแกนจะเหมือนพระรามในเรื่องรามเกียรติ์หรือว่าจะเหมือนมาร์คทะเวน

ดาวหางดวงนี้ปรากฏแก่สายตาของนักดาราศาสตร์เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 16  ตุลาคม  พ. ศ.2525 โดยใช้กล้องขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 500เซนติเมตรของ  Mr. Palomae

และตั้งแต่ เดือนตุลาคม  พ.ศ.2525 บรรดาผู้ที่เชื่อโชคลางอันเนื่องมาจากดาวหางนี้ก็พยายามลำดับเหตุการณ์ว่ามีอะไรที่ร้ายแรงเกิดขึ้นบ้าง   อาทิ  เครื่องบินโดยสารตกถี่ขึ้นเรียกว่าวินาศภัยทางอากาศมีบ่อยครั้ง  สงครามกลางเมืองดูจะมีมาก  เศรษฐกิจของโลกก็ดูเหมือนจะแย่ลงทุกวัน

คนทันสมัยก็จะกล่าวว่ากลัวอะไรกันกับดาวหางซึ่งก็คือลูกกลมหิมะที่เต็มไปด้วยมลพิษของอวกาศ  คนเรามักจะจดจำและบันทึกแต่เรื่องที่เป็นเหตุการณ์ร้ายมากกว่าเรื่องดี  ที่จริงมันก็เป็นเรื่องธรรมดาของชีวิตที่มีทั้งดีทั้งร้ายที่เราประสบกันอยู่ทุกวันไม่ว่าดาวหางจะมาหรือไม่

แต่ในเร็วๆนี้ยังมีนักดาราศาสตร์สองท่านคือ  เซอร์  เฟรด  ฮอยล์  และ จันทรวิกรมาสิงห์  เสนอแนะว่า  ดาวหางนี้ทำให้เกิดไข้หวัดใหญ่อาเซียนระบาด  เพราะมีเชื้อไวรัสอันจะติดต่อมายังมนุษย์ได้

แม้จะไม่ค่อยมีใครเชื่อนัก  แต่  รับฟังเอาไว้เรื่องโรคภัยไข้เจ็บระวังไว้ก็คงจะดีไข้หวัดใหญ่ระบาดมาไม่รู้ว่ากี่ครั้งแต่ไม่มีดาวหางมา  สำหรับข้าพเจ้าเป็นเพียงครูธรรมดาที่ไม่มีความรู้ในเรื่องวิทยาศาสตร์หรือ  ดาราศาสตร์   และก็ไม่เชื่อในเรื่องโชคลาง  ถือเป็นข้อคิดและน่าจะค้นหามาเล่าเพื่อเพื่อนครูจะได้นำเอาไปชี้แจงแก่ลูกศิลย์ได้ตามควรแก่กาละและเทศะต่อไป

แต่ใครก็ไม่เหมือนญี่ปุ่นพอดาวหางฮัลเล่ห์มาบริษัทเครื่องสำอางเนโบการรับก็ออกเครื่องสำอางชุดฮัลเล่ห์ออกมาขายแล้ว