ถนนสายใหม่ของพม่า (A New Burma Road)
นิวสวีค มกราคม 10 , 1994
เส้นสายเชียงใหม่ บนเส้นทางเก่าแก่โบราณ นักเดินทางผจญภัยได้เปิดแผ่ดินเชื่อมระหว่างจีนสายใหม่
การเดินทางผจญภัยจากประเทศไทยผ่านพม่าเข้าไปจีนตะวันตกเฉียงใต้โดยถนนที่คดเคี้ยวตะปุ่มตะป่ำ ยาวถึง 1300 ไมล์ และกินเวลาถึง 9 วัน และกลับ นักทัศนาจรท่องเที่ยวติดใจในความงดงามของภูเขา ตลาด และชนต่างเผ่า แต่การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่จะได้ภาพสวยๆงามๆมาทำโปสคาร์ด กลับเป็นถนนหนทางที่แทบจะผ่านไม่ได้ คดเคี้ยวอย่างน่าอันตรายเมื่อต้องผ่านจุดหลากหลายที่ควบคุมโดยพวกคอมมิวนิสต์ เผด็จการทางทหาร กองโจรชาวเขา กองโจรลักลอบขนเฮรอีนและไร่ฝิ่น นี่เป็นการผจญภัยอย่างหนึ่ง และถ้าท่านเดินทางไปอย่างผมเมื่อเดือนที่แล้วย่างเป็นทางการ ท่านก็จะมีกาสทำประวัติศาสตร์ตอนเล็กๆขึ้น
ขณั้ คณะของเราประกอบด้วยรถสี่ล้อบุกโคลนข้ามเขตแดนพม่าเข้าไปใมลฑลยูนนานของจีน การทำเช่นี้เป็นการเปิดเส้นทางตรงระหว่างยูนนานและเอเชียอาคเนย์อย่างเป็นทางการ แผ่นดินที่เชื่อมกันนั้นได้ปิดลงจากการเป็นทางสัญจรไปมาตั้งแต่ปลายสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อถนนสายพม่าเก่าเหนือเส้นทางปจจุบันของเรากลายเป็นเส้นทางขนสะเบียงอาหารและอาวุธยุทโธปการเสริมกำลังเพื่อจะต่อสู้กับญี่ปุ่น ส่วนของถนนพม่าที่เราใช้นี้แรกเริ่มเดิมทีเป็นเส้นทางสายใต้ของเส้นทางสายไหมโบราณ พวกกบฏและพวกขบวนการขนยาเสพติดได้ต่อสู้กันเป็นแรมปี บัดนี้ ประเทศไทย พะมา และจีนได้เกิดความต้องการที่จะสนับสนุนเส้นทางการค้า ประเทศทั้งสามเป็นผู้ออกทุนให้จัดรถขบวนทัศนาจรเพื่อมิตรภาพ “และเมื่อเราข้ามชายเขตแดนดาลู (Daluo) เจ้าหน้าที่จีนคนหนึ่งได้โอ้อวดว่า “พวกท่านน่ะเป็นพวกที่มาบุกเบิกเที่ยวนะ เราหวังว่าจะมีคนจีนอย่างท่านมากันอีก”
ทั้งสามชาติหมายมั่มว่า ทางฝุ่น 150 ไมล์ ผ่านพม่าซึ่งเป็นรัฐฉานที่ไม่มีกฏหมายจะกลายถนนไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองสำหรับการขนถ่ายพวกนักทัศนาจร นักธุรกิจและสินค้าข้ามขุนเขาอันน่าสพึงกลัวซึ่งแบ่งแยกยูนนานจากเอเชียอาคเนย์ แต่ก็มีอุปสรรคมากมายตอนส่วนที่เป็นสามเหลี่ยมทองคำ สถานที่ผลิตฝิ่น แล้วเอามาทำเป็นเฮโรอีนรอบๆประเทศชายแดนไทย ลาว และชายแดพม่า เป็นแหล่งที่ผลิตแฮโรอีนของโลกกว่า 70 เปอเซนต์
จะต้องใช้เวลานานหลายปีกว่าถนนนี้จะพร้อมที่จะรับรถบันทุกหนัก ภูมิประเทศลำบากสิบสองไมล์สุดท้ายและเขตแดนพม่านั้นควบคุมโดยพวกกองโจรชาวว้า ซึ่งจะมีการเจรจาพักรบกับรัฐบาลทหารเป็นพัก ถนนที่ไท่ดีบางทีก็อันตรายต่างๆทำให้กลุ่มของเราอีก 160 คนขอตามมาทีหลัง นอกจากนักหนังสือพิมพ์อย่างผม และคนไทยที่ชอบเดินทางมาด้วยรถสี่ล้อที่สามารถจะร่อมเดินทางที่องค์กรท่องเที่ยวไทยเป็นผู้จัด
ความหลงไหลในการขับรถของคณผมเริ่มได้ทดลองทันทีที่เราข้ามพรหมแดนพม่า พอพ้นเส้นทางเท้าก็ถึงถนนวกวนของภูเขา บางตอนหักมุมโค้งงอ บ้างสูงชันดิ่งลงสู่แม่น้ำเล้งที่พุ่งแรง และไม่เพียงอย่างนั้นยังมีรถบรรทุกปิคอับของพม่าบรรทุกสินค้าและผู้โดยสารโผล่พรวดพราดมาจากทางโค้งที่ไม่รู้ว่ามาจากไหน ตอนไหน ยังมีฝุ่นตลระหลบจากรถในขบวนเราทำให้คนขับต้องหยุดกระทันหันเพราะมองทางไม่เห็นกลัวว่าเราจะไปชรถในขบวนเสียเอง นอกจากนั้นยังมีหมูบ้าง ควายบ้างเดินเพ่นพ่านเข้ามาในเส้นทางรถของเราอีกด้วย
สีธรรมชาติ เราชื่มชมความงามของธรรมชาติไม่น้อย ภูเขาไม่สักเขียวชะอุ่ม มีต้นไผ่ และนาข้าว พวกอาข่าแบกปืนยิงนก พวกผู้หญิงอาข่าโพกผ้าสีแดงแต่งด้วยกระดิ่ง เงิน และเหรียญอังกฤษเก่าๆ มีตะกร้าใส่ฟืนสพายมาโดยมีสายคาดจากหัว แต่ขณะที่คนขับกำลังมองดูภาพสวยนั้นก็เกิดจะมีอุปสรรคใหม่เกิดขึ้น คืดจะมีหลุมโคลขวางหรือมีลำธารเล็กๆตัดข้ามถนน มีทางลึกขนาดที่จะทำให้รถตกหลุม
“หรือคือที่ผมมาหา” คุณกันตนิต สุคนธทรัพย์ หนังสือไทยในขณที่ขับรถตะเกียกตะกายขึ้นทางอันชันเกือบจะตกไปจากหน้าผา
เมื่อเราข้ามสะพานแม่น้ำท่าปิง ห่างจากชายแดนจีนสักสิบสองไมล์ มัคคุเทศน์ชาวพะม่าก็บอกเราอย่างขึงขังว่าเราเข้ามาเขตที่พวกว้าควบคุมแล้วตอนนี้ เขาเตือนว่า “ว้าเคร่งครัดมาก ปิดหน้าต่างรถของคุณ ห้ามถ่ายรูปเด็ดขาด มิฉะนั้นยุ่งยากเกิดขึ้นใหญ่โตทีเดียว”
มีทหารว้ายังอายุไม่ย่างเข้าวัยรุ่น คอยเฝ้าระวังเหตูอยู่สองสามกลุ่ม แต่งตัวสวมหมวกแคปอย่างทหารเขมร และเครื่องแบบทหารเขมรที่จีนจัดให้ แบกกปืนอาก้า 47 โตเกือบเท่าตัว
ผลประโยชน์นั้นว้าได้รับจากการตกลงกับรัฐบาลที่ย่างกุ้งยอมให้พวกเดินทางอย่างพวกเราข้ามเขตแดนไปได้โดยเรียกค่าผ่านทางเป็นรายหัวในการประกันความปลอดภัยของพวกเราเพราะนักเดินทางและการขนส่งบนถนนสายนี้เป็นธุรกิจที่ดี เจ้าหน้าที่ไทยกล่าว
ในไม่ช้าเมื่อไม่มีเจ้าหน้าที่ด่านมาตรวจเราก็ข้ามชายแดนเข้าไปในเขตต้อนรับบุคคลสำคัญ (วี ไอ พี) ในจีน ก็มีรถตำรวจสองคันมีแสงวาบวับมานำทางเราไปยังคุณหมิง เมืองหลวงของยูนนานไปอีก 500 ไมล์ บนถนนปูน ฝ่ายบริหารเมืองเกณฑ์คพื้นเมืองนับหมื่นมายืนต้อนรับเราตามถน เมื่อเรามาถึงคุณหมิงนครที่มีประชากร 1.8 ล้านคน การจราจรติดขัด เราต้องมีตำรวจนำทางโดยเปิดไซเรนซ์และแสงสัญญาณให้เราผ่านฝ่าจราจรคับคั่งนั้นไป คุณหมิงก็เช้เดียวกับเมืองใหญ่อื่นๆ ในจีนคือมีตลาดอิสระทั่วไป และตอนนี้ก็มีโฮเต็ล สำนักงานและตึกที่อยู่อาศัย (อพาตเมนต์) และโรงงานทุกหนทุกแห่ง มีตลาดมืดรับแลกเงินต่างประเทศแข่งกับโฮเต็ล และมีผู้หากินยังคิ้วหลิ่วตาเชิญชวแขกอยู่ตามลอบบี้และคอฟฟี่ช็อป
ผู้บุกเบิก เจ้าหน้าที่ของยูนนานโอ้อวดว่า มณฑลนี้ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว ปีหนึ่งหลังจากสิบปีก่อนนั้น รายได้ประชาชนนี้เป็นสิบเปอเซนต์ การค้าต่างประเทศสูงกว่าปีที่แล้ว 28 เปอเซนต์ พวกยูนนานชมเชยเราที่ได้เปิดเส้นทางใหญ่ไปสู่ยูนนาน “อนาคตของยูนนานจะเป็นประตูใหญ่ระหว่างจีนและเอเชียอาคเนย์” รองผู้ว่าการมณฑลหลุยจิงพูด “ขอขอบคุณที่ท่านทั้งหลายได้มาเปิดเส้นทางนี้จากจีนตะวันตกไปสู่เอเชียอาคเนย์๐
ประเทศไทยก็มีความมุ่งหมายที่จะเป็นจุดศูนย์กลางของการเดินทางทางด้านทัศนาจรสู่พม่า จีน และอินโดจีน นักธุรกิจไทยสนใจในการค้าและการโรงแรม ที่พักคนโดยสารและปั้มจำหน่ายน้ำมันในจีนตะวันออกเฉียงใต้ แต่ก็ยังหวาดกลัวความเลวร้ายที่เส้นทางสายใหม่อาจจะนำมาสู่ทางด้านลบ กลัวกันว่า ไทยจะนำเอาสิ้นค้าผิดกฏหมายเช่นยาเสพติดจะทะลักเข้ามาจากสามเหลี่ยมทองคำ ยิ่งกว่านั้นการค้าหญิงและทาสจะทะลักเข้ามาจากจีนและพม่าเข้ามาสู่ไทยที่เป็นตลาดค้าหญิงหากินตลาดใหญ่ แม้กระทั่งถนนโกโรโกโสเก่า ตำรวจจีนยังกล่าวว่า ตั้งแต่ปี 1989 หญิงจีนถูกขายมาเป็นหญิงบริการ 5,000 คน
อุปสรรคใหญ่ยิ่งก็คือ ความไม่มั้นคงในการเมืองพม่า เกิดกองโจรใกล้ถนนเวลาไหนก็ได้ ปัญหายิ่งใหญ่คือเรื่องสิทธมนุษยชนเกี่ยวกับอองซาน ซูจี เป็นเหตุให้ธนาคารช่วยพัฒนาถนนเป็นอุปสรรค นักโทษพม่าต้องถูกเกณฑ์มาทำงานหนักที่ถนน ก่อนหน้าที่เราจะเดินทางผ่านชาวบ้านไปชาวบ้านบอกว่าทหารที่พึ่งจะมาถอนนักโทษไปก่อนหน้านั้นสองวัน แม้จะใช้แรงงานนักโทษก็จะต้องใช้เวลาในการซ่อมถนนให้ดีได้เป็นปีๆ
รัฐบาลพม่าพยายามที่จะเปิดให้นักท่องเที่ยว ตลาดเศรษฐกิจ และรับการลงทุนจากต่างประเทศ รัฐบาลหวังว่าผลที่จะใหเศรษฐกิจดีขึ้นจะทำให้ชาวพม่าเกือบทั้งหมดลืมเรื่องของนางอองซาน ซูจี และพรรคของเธอ ซึ่งการชนะเลือกตั้งของเธอในปี 1990 ทางทหารประกาศว่าเป็นโมฆะ แต่ตามทางที่เราผ่านไปพวกพม่าบอกว่า ถ้าเศรษฐกิจดีขึ้น พวกเขาก็จะสนับสนุนนางอองซาน ซูจีเต็มที่ ซึ่งขณะนี้ถูกกักขังอยู่ในบ้านของนางที่ย่างกุ้งนานกว่าสี่ปีมาแล้ว “ผู้หญิงคนหนึ่งที่เราพบที่เกงตุงบอกเราว่า “พวกเราไม่เคยลืมนางเลย”
ผลที่ออกมาก็คือ ถนนส่วนรับผิดชอบของพม่ายังคงเปิดให้เดินแต่ไม่ได้พัฒนาขึ้นเลย เหมาะสำหรับคนเดินทางที่ไม่กลัวอันตราย เหมือนๆกันพวกของผมที่มาในขบวนกองคาราวานนี้ ”ดิฉันเพียงแต่อยากจะมาเยี่ยมพม่าและจีน และก็ชอบขับรถ” คุณพัฒร์ พุ่มพวงพูด เธอเป็นเจ้าของโรงแรมที่ชะอำ อายุ 55 ปี เมื่อเธออยู่ในสหรัฐเธอชอบขับรถ “นี่เป็นทริปที่สมบูรณ์แบบเที่ยวนะ” แต่ที่ลึกๆแล้วมัสมบูรณ์แบบสำหรับคนมีรถสี่ล้อที่ดีและชอบผจญภัยเท่านั้น