สารคดี เทพประทาน

เทพประทาน

จาก

Fairy Gifts ของ Compte de Caylus

 

สลวย  (คุปตาภา)  โรจนสโรช

 

สิ่งแวดล้อมของมนุษย์บางครั้งก็สะท้อนให้เกิดความคิดคำนึง  เช่น  เทพธิดาบุปผาชาติ  คงจะมีวิมานอันสวยงามและมีสวนดอกไม้ที่สวยสดเต็มไปด้วยไม้ดอกและไม้ประดับนานาพันธุ์  มีน้ำพุ  มีสระบัว  และมีทุกสิ่งทุกอย่างที่สวยสดงดงาม  และเทพธิดานางฟ้าเองก็คงจะต้องเปี่ยมไปด้วยความเมตตากรุณาและมีรูปร่างอันงามสง่ายิ่ง  ซึ่งจะทำให้ผู้พบเห็นมีความชื่นชมจงรักภักดี  บรรดาอัปสรสวรรค์และคนธรรพ์บนท้องฟ้า  ก็จะมีความเป็นอยู่อันผาสุก  เพราะได้อยู่ใกล้ชิดเจ้าแม่บุปผาชาติ  ประชาชาวสวรรค์อยู่ในวิมานนี้ตั้งแต่แรกปฏิสนธิจนถึงกาลจุติ  และก่อนที่จะถึงเวลาจุติพระแม่เจ้าก็จะทรงโปรดประทานพรตามผู้จะไปจุติต้องการ

พระแม่เจ้าทรงโปรดเจ้าหญิงซิลเวียมาก  ฉะนั้นเมื่อใกล้เวลาที่เจ้าหญิงซิลเวียจะไปจุติ  พระแม่เจ้าจึงโปรดให้มีพิธีมหากรรมฉลอง  และบังเอิญพระแม่เจ้าอยากจะทรงทราบว่าบรรดาอัปสรสวรรค์ที่ไปปฏิสนธิในโลกมนุษย์นั้นมีความเจริญหรือไม่ประการใด  ฉะนั้นก่อนจะถึงเวลาที่เจ้าหญิงซิลเวียจะทรงมาจากวิมานของพระองค์  พระแม่เจ้าจึงจะโปรดให้ส่งเจ้าหญิงซิลเวียไปยังอัปสรสวรรค์ในโลกมนุษย์เสียก่อน  ฉะนั้นจึงสั่งราชรถเทียมด้วยผีเสื้อนับ ๆ พันมาคอยเจ้าหญิงซิลเวียแล้วรับสั่งว่า

“ดูกร  ซิลเวีย  เราจะส่งเจ้าไปยังราชสำนักไอริส  พระนางไอริสจะทรงต้อนรับเจ้าเป็นอย่างดีเนื่องด้วยเจ้าเป็นข้าในราชสำนักของเรา  เจ้าจงพักอยู่ที่นั่นสองเดือน  แล้วจงกลับมาบอกเราว่า  พระนางไอริสเป็นอย่างไรบ้าง”  เจ้าหญิงซิลเวียไม่เต็มพระทัย  แต่พระนางเจ้าทรงปรารถนาเช่นนั้น  ทรงนิ่งเสียเมื่อถึงเวลาสองเดือน  ทรงรีบขึ้นราชรถเทียมด้วยผีเสื้อด้วยความดีพระทัย  แต่มิสามารถจะกลับไปยังวิมานบุปผาสวรรค์ได้เร็วดังพระทัยของพระแม่เจ้า”

“เอาละ  เจ้าจงบอกเรามาซิว่า  เจ้าได้ไปพบอะไรบ้าง”

“พระองค์ได้รับสั่งให้หม่อมฉันไปยังราชสำนักไอริส  และพระองค์ได้ทรงโปรดให้พระนางไอริสทรงมีความงามอันล้ำเลิศ  แต่พระนางไม่เคยรับสั่งให้ใครทราบเลยว่า  ได้ทรงรับพระมาจากพระแม่เจ้า  แม้พระองค์จะทรงมีพระเมตตาต่อพระนางอย่างล้นเหลือ  ดูเหมือนว่าเพราะพระนางมีรัศมีสวรรค์เจิดจ้าได้ทำให้หม่อมฉันงงงวยไปพักหนึ่ง  ในการที่พระนางได้ทรงอนุญาตให้หม่อมฉันเข้าไปเฝ้านั้น  เพราะพระนางได้ทรงทำทุกอย่างที่พระแม่เจ้าทรงปรารถนาแล้ว  แต่เคราะห์ร้ายเพคะที่พระนางประชวรหนัก  และพอหายจากประชวรแล้วความงามของพระนางมิได้เป็นไปอย่างเดิม  พระนางไม่ชอบทอดพระเนตรพระองค์เอง  และทรงเสียสละพระทัยเป็นที่สุด  พระนางทรงเคี่ยวเข็ญหม่อมฉันให้กราบทูลพระแม่เจ้าว่าได้มีอะไรเกิดขึ้นแก่พระนาง  และทรงวิงวอนพระองค์ให้ทรงบันดาลความงามของพระนางกลับคืน…พระนางต้องการความงามกลับคืนเพคะ  ทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดีเมื่อพระนางทรงโฉมงดงาม  แต่พอพระนางเปลี่ยนไป  ทุกสิ่งทุกอย่างก็กลับตาลปัตรไปหมดสิ้น  พระนางสิ้นความสุข  พระนางทรงต้องการความช่วยเหลือจากพระองค์”

“สิ่งที่เราต้องการ  เจ้าก็บอกเราจนหมดสิ้นแล้ว”  พระนางเจ้าแห่งบุปผชาติอุทาน  “แต่เราให้พรพวกเจ้าได้คนละครั้งเท่านั้น”

เวลาผ่านไประยะหนึ่ง  ความสงบสุขก็ได้ครอบคลุมวิมานบุปผชาติต่อไปเช่นเดิม  ฉะนั้น  วันหนึ่งพระแม่เจ้าก็ทรงสั่งเจ้าหญิงซิลเวียไปเฝ้าเจ้าหญิงดาฟนี่  ณ  ดินแดนประหลาดอีกแห่งหนึ่ง

เมื่อเจ้าหญิงซิลเวียเสด็จกลับมาวิมานบุปผชาติอีก  ก็ทูลพระแม่เจ้าว่า

“พระนางเจ้าส่งหม่อมฉันไปดินแดนอะไรก็มาทราบเพคะ”

“อ้าว”  พระแม่เจ้าทรงอุทาน  “เจ้าหญิงดาฟนี่ขอพรให้เราเป็นนักพูดฉกาจฉกรรจ์”

“เพคะ”  เจ้าหญิงซิลเวียทูล  “พรให้ผู้เก่งนั้นแย่มากเพคะ  สำหรับผู้หญิง  เพราะเจ้าหญิงรับสั่งไพเราะและมีท่าทางงดงามเข้ากับคำพูดเพคะ  แต่เจ้าหญิงมิเค้นหยุดรับสั่งเลยเพคะ  ครั้งแรกคนฟังก็ชอบเพคะ  แต่แล้วก็เกิดเบื่อหน่ายแทบจะตายเลยเพคะ  เจ้าหญิงโปรดให้มีการประชุมเพื่อราชการบ้านเมืองของพระองค์จะได้รับสั่งองค์เดียวตลอดการประชุมไม่มีผู้ใดขับรถ  พอเสร็จการประชุมนี้ก็จัดประชุมอีกด้วยเรื่องไร้สาระเพคะ  หม่อมฉันไม่สามารถจะทูลพระแม่เจ้าได้ว่าหม่อมฉันดีใจเพียงไรที่มาเสียให้พ้น ๆ เจ้าหญิงดาฟนี่  เพคะ”

เจ้าแม่แห่งบุปผชาติทรงสรวลน้อย ๆ ปล่อยให้เจ้าหญิงซิลเวียได้วางพระองค์ตามสบายชั่วระยะเวลาหนึ่ง  แล้วก็ทรงส่งให้เจ้าหญิงซิลเวียไปประทับกับเจ้าหญิงซินเทียเป็นเวลาอีกสามเดือน  พอครบกำหนด  เจ้าหญิงซิลเวียก็ทรงกลับมาเฝ้าพระแม่เจ้าที่วิมานบุปผชาติด้วยความสบายพระทัย  ทูลให้พระแม่เจ้าทรงทราบถึงข่าวคราวของเจ้าหญิงซินเทียว่า

“ครั้งแรกหม่อมฉันคิดว่า  เจ้าหญิงซินเทียทรงเป็นผู้ที่มีความสุขที่สุดในโลกเพคะ”  เจ้าหญิงซิลเวียทูล  “เจ้าหญิงมีผู้ที่มาติดเนื้อต้องใจพระองค์มากมายก่ายกอง  และต่างก็พยายามที่จะเอาพระทัยเจ้าหญิง  หม่อมฉันเกือบจะคิดว่าหม่อมฉันเห็นจะทูลขอพระองค์เหมือนเจ้าหญิงซินเทีย…”

“แล้วตอนนี้ล่ะ  เจ้าเปลี่ยนใจแล้วรึ”  รับสั่งถาม

“เพคะ”  เจ้าหญิงทูลตอบ  “เมื่อหม่อมฉันอยู่นานไป  หม่อมฉันก็ได้เห็นว่า  ความจริงแล้วเจ้าหญิงซินเทียมิได้มีความสุขอย่างแท้จริงดอกเพคะ  เพราะเมื่อเจ้าหญิงทรงได้รับความเอาใจจากคนทุกคนเจ้าหญิงก็ไม่สามารถจะทรงทราบได้ว่าใครซื่อสัตย์ต่อพระองค์มากกว่ากัน  และไม่สามารถจะตอบแทนทุกคนนั้นได้  ความมีเสน่ห์ของพระองค์และความน่ารักของพระองค์ต่อผู้ที่มาใกล้ชิดพระองค์ทุกคนก็เลยไม่มีค่า  ในที่สุดบรรดาเจ้าหนุ่มทั้งหลายที่พากันมาขอความรักจากพระองค์เจ้าหญิงก็พากันเอาใจออกห่างกลับดูถูกดูแคลนเจ้าหญิง  เพคะ”

“เจ้าคิดถูก”  พระแม่เจ้าทรงตอบ  “ทำตัวให้สบายสักพักแล้วไปเยี่ยมเจ้าหญิงฟิลิคาดูอีก”

เจ้าหญิงซิลเวียไม่สามารถจะตกลงพระทัยว่าจะทรงประทานพรอย่างไรจนกระทั่งเวลาผ่านไป  และอีกไม่ช้าก็จะถึงเวลาที่จะต้องจุติ  แต่พระแม่เจ้าก็ยังทรงให้เจ้าหญิงไปเฝ้าเจ้าหญิงฟิลิคาก่อน

“หม่อมฉันได้ไปถึงราชสำนักของเจ้าหญิงฟิลิคา  พระองค์ทรงต้อนรับหม่อมฉันด้วยความเมตตากรุณาเพคะ  หม่อมฉันขอทูลตามตรงว่าหม่อมฉันชอบใจมากเพคะและหม่อมฉันยิ่งคิดยิ่งอยากได้พรชนิดนั้น  คิดอยู่ตั้งอาทิตย์เพคะ  เวลาล่วงไปอย่างมีปีกบิน  สังคมของเจ้าหญิงยิ่งมีเสน่ห์เพคะ  แต่ก็เช่นเดียวกับเจ้าหญิงซินเทียเพคะ  ที่ไม่ทรงมีความสุขอย่างแท้จริง  หม่อมฉันก็เหนื่อยหน่ายต่อสิ่งที่หม่อมฉันพอใจในครั้งแรก  หม่อมฉันได้มองเห็นอย่างทะลุปรุโปร่งว่า  มันเป็นไปไม่ได้ที่คนจะมีความสวยงดงาม  ความสนุกสนานโดยปราศจากธรรมชาติอันชั่วร้ายของมนุษย์มาแอบแฝงอยู่  มันจะแอบแฝงเข้ามาเหมือนกับมันเข้ามาเยาะเย้ยเล่น  ชีวิตไม่มีความสงบดอกเพคะ…”

ในพระทัยของพระแม่เจ้านั้นทรงเห็นด้วยกับเจ้าหญิงซิลเวีย  ทรงพอพระทัยอยู่ลึก ๆ ที่ได้ทรงอบรมเจ้าหญิงซิลเวียมาด้วยดี  แต่บัดนี้ถึงเวลาที่เจ้าหญิงจะต้องจุติและรับพรจากพระองค์ต่อหน้าที่ประชุมของเหล่าบริวารของบุปผชาติสวรรค์  พระองค์ทรงรับสั่งเรียบ ๆ ว่า  “เจ้าประสงค์พรอันใด”

เจ้าหญิงทรงอึ้งอยู่ชั่วขณะแล้วทูลว่า  “วิญญาณอันสงบเพคะ”

ดังนั้นพระนางเจ้าก็ทรงประทานให้

พรสวรรค์อันบรรเจิดนี้ได้ทำให้ชีวิตมีความสุขเป็นอมตะแก่ผู้ที่ได้รับพร  และผู้ที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับเจ้าหญิง  เจ้าหญิงทรงมีความสุภาพละมุนละไมในพระพักตร์ฉายด้วยความอิ่มเอิบ  ทรงมีความสุขสนุกสนานเหมือนดวงอรุโณทัยที่ทำให้ทุกคนมีความสุขเมื่ออยู่ใกล้พระองค์