บทเรียนเมืองแม็กซิโก ภายใต้กองซากปรักหักพัง
แผ่นดินไหวในแม็กซิโกเมื่อสามปีมาแล้วก็มาถึงสัจจะเก่าที่ว่าไม่ใช่แผ่นดินไหวที่ฆ่ามนุษย์ส่วนใหญ่ มันเป็ตึกอาคารต่างๆที่พังลงมาทับผู้คนต่างหาก ทำให้คนกว่าหมื่นที่ตาย แต่ก็มีแนวคิดใหม่ๆที่จะช่วยผู้เคราะห์ร้ายให้พ้นออกมาจากภัยพิบัตินั้นด้วยื บัดดี้คนงานในออร์เมเนียจะต้องจำบทเรียนนั้นมาใช้
สิ่งแรกประการหนึ่งคืออย่าเชื่อการสำรวจทางอากาศ จากอากาศคนงานไม่สามารถจะประเมินความเสียหายและรายละเอียดจากที่ได้เห็นได้ใกล้เคียงพอและตรงกับความพยายามของตน เนื่องจากไม่ตระหนักในความเสียหายว่ารุนแรงเพียงใด รัฐบาลแม็กซิโกจึงมิได้ขอความช่วยเหลือจากนานาชาติ และผลปรากฏจำนวนคนตายมากขึ้น ยี่สิบสี่ชั่วโมงแรกหลังจากแผ่นดินไหวครั้งนั้นอยู่ในเวลาวิกริตซึ่งทุกชั่วโมงหลังจากนั้นโอกาสที่จะพบคนมีชีวิตรอดอยู่ค่อยลดหายลงไป
ความหายนะครั้งนั้น คนงานที่ช่วยเหลือสาธารณะภัยนั้นจะต้องคำนึงถึงว่าจะทำอย่างไรกับเจ้าอาคารสมัยใหม่ และส่วนใหญ่แล้วจะเป็นอาคารทันสมัยด้วยคนกรีต ตึกเหล่านั้นราบลงราวกับแพนเคกเมื่อเกดแผ่นดินไหว พื้นถล่มลงมาทับซ้อนๆกันอาคารมากมายในอาร์มีเนียสร้างด้วยไม่ใช่คอนกรีตเสริมเหล็ก ตัวอย่างจากแผ่นดินไหวมนแม็กซิโกวิธีการที่ดีที่สุดคือเจาะตึกที่พังลงมาให้เป็นโพรงเหมือนถ้ำธรรมชาติ โดยใช้เครื่องมือที่เบา อย่างเช่นสิ่วลมซึ่งสำหรับใช้เจาะถ้ำและเจาะในทางราบแทนที่จะตรงดิ่งลึกลงไป
ตำแหน่งที่น่ากลัวอันตราย การำเครื่องมือหักมาใช้นั้นเป็นความผิดพลาดอย่างหนัก …สำหรับโซเวียตด้วย “ข่าวแรกของอาร์มีเนียผมเห็นเครนกำลังยกแผ่นคอนกรีตมหึมา และผมได้ยินเจ้าหน้าที่คนหนึ่งบอกเจ้าหน้าที่ยกเครนให้มาดูสถานที่จากอีกแห่งหนึ่ง “คริมโกลพูด” เครื่องมือหนักไม่เหมาะที่จะใช้เมื่อมีการควบคุมไม่พอ ส่วนที่หักพังนั้นยังอยู่ในตำแหน่งที่น่าอันตราย เครนั้นมีประโยชน์ในการรื้อถอนหรือสำหรับเคลื่อนย้ายศพ แต่กลับเอามาใช่ช่วยชีวิตคนก็เหมือนกับการเอาเครนขนาด 200 ตัน สำหรับผ่าตัดสมอง คริมโกลด์เสนอแนะว่าเอาไว้ห้าหรือหกวันหลังจากแผ่นดินไหวแล้วจึงค่อยใช้เครื่องมือหนัก
เมื่ออาทิตย์ที่แล้วคณะช่วยสาธารณภัยจากอังกฤษ ฝรั่งเศสและอเมริกา พร้อมด้วยสุนัขฝึกและเครื่องมือเทคโนโลยีสูง เช่น กล้องถ่ายภาพโดยอาศัยความร้อน และวัดอินฟาเรด สัตว์นั้นมันการใช้มันก็อาจจะจำกัด “เพราะสัตว์ไต่กองสลักหักพังและดมกลิ่น” เครื่องที่จะจับเสียงก็มีเขตจำกัดเหมือนกันเพราะเครื่องมืออื่นที่มาทำการช่วยเหลือก็ดังอึงอลไปหมด แล้วอะไรเล่าจะช่วยได้ มีหมอทหารมากมาย ผู้เชี่ยวชาญทางบาแผลและยาสำหรับอุปัทวเหตุก็พร้อมอยู่ การตัดขาที่เป็นแกงกรีนทันทีก็จะช่วยชีวิตผู้ที่ขาหรือแขนถูกทับยับเยิน คณะผู้ช่วยเหลือต้องมีแผนร่วมกัน และต้องเต็มใจช่วย เพราะตเองก็เสี่ยงอันตรายและเป็นงานยาก ในเมืองแม็กซิโก คนที่ไปช่วยภัยจากแผ่นดินไหวใหญ่นั้นเสียชีวิตมากกว่า 100 คน ขณะที่พยายามจะช่วยชีวิตผู้อื่น
Nancy Cooper และ Harry Hurt
ใน Los Angeles